แต่การเมืองก็ยังคงต้องขับเคลื่อน และคนที่อยู่บนเวทีก็ต้องพยายามควบคุมกลไก เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาในรูปแบบที่ทุกฝ่ายรับได้
กรณีรถเมล์เช่า 4,000 คัน ที่กระทรวงคมนาคม เล็งจะดันเข้าครม.ให้ได้มาหลายนัดแล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จสักที ในมุมหนึ่งนั้นสะท้อนให้เห็นถึงจังหวะก้าวย่างของการเมืองได้อย่างหนึ่ง
แต่อีกมุมหนึ่งก็น่าสนใจว่า เหตุใดจึงมีการดึงดันเรื่องนี้อยู่เป็นนานสองนาน
ทั้งที่ข้อทักท้วงของ ครม. โดยเฉพาะ นายกรัฐมนตรี ที่ไม่เพียงแค่ทักท้วงในที่ประชุม หากแต่หยิบยกเอาการอภิปรายเมื่อครั้งทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภา มายืนยันถึงเหตุและผล ที่กระทรวงคมนาคมจะต้องชี้แจงเพื่อให้เกิดความโปร่งใส
แต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เรากลับรับรู้รับฟังข่าวคราวของเรื่องรถเมล์ 4,000 คันอยู่ตรงที่ว่า โสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม และพวกในพรรคภูมิใจไทย ยืนกรานว่าจะต้องเอาเรื่องนี้เข้าที่ประชุม ครม.ให้ได้ ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็เรียกร้องให้ โสภณ ตอบคำถามที่ตั้งเอาไว้ให้ได้เช่นกัน
เกิดอะไรขึ้นกับคนสองกลุ่ม แต่อยู่ร่วมรัฐบาลเดียวกัน
เรื่องที่น่าจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ทำไมถึงได้พูดจากันผ่านสื่อไม่รู้เรื่องนานถึง 2 อาทิตย์
ขณะที่หลายฝ่าย แม้กระทั่ง ส.ว. ที่ถึงขั้นรวมหัวรวมพล ขู่ว่า หากปล่อย เอ็นจีวี 4,000 คัน ผ่านไป ครม.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จบเห่แน่
ขู่เพราะห่วง หรือขู่เพราะมันไม่ไหวจริงๆ ก็ไม่รู้
แต่ที่แน่ๆ เรื่องอย่างนี้ สำหรับประชาธิปัตย์แล้ว ไม่ธรรมดาหรอก
ดูง่ายๆ แค่เลื่อนการประชุม ครม.ออกไป เป็นวันพุธที่ 3 มิถุนายน เพื่อรอให้ อภิสิทธิ์ กลับมาจากเกาหลีใต้ แล้วมานั่งหัวโต๊ะเพื่อถกวาระรถเมล์ 4,000 คัน โดยที่ใครก็รู้อยู่แล้วว่า ธง ของอภิสิทธิ์ นั้นอยู่ตรงไหน
เรื่องราวที่ โสภณ ไปออกรายการ เช้าข่าวข้น คนข่าวเช้า ช่อง 9 เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ถึงแม้โสภณจะยืนกรานว่าต้องเอาโครงการนี้เข้าให้ได้ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธทางถอยที่เปิดโล่งโจ้ง ชี้ช่องให้ อภิสิทธิ์ เดิน เอาไว้ว่า หากมีข้อมูลหลักฐานจากหน่วยงานใดที่เป็นเหตุเป็นผล ก็พร้อมที่จะนำกลับไปศึกษาใหม่
เช้า โสภณพูดเปิดทาง สายๆ เสียงอภิสิทธิ์จากเกาหลีใต้ ก็บอกว่า พร้อมพิจารณาหากโสภณนำเข้า ครม.จริง !
เรียกว่ารักษาหน้าตากันได้ครบถ้วนทั่วทุกตัวคน
แต่ที่มากกว่านั้นก็คือ แทบไม่มีข่าวเสื้อแดง ข่าวทักษิณ ข่าวการเมืองประเด็นอะไรให้กวนใจรัฐบาลเลยตลอด 2 อาทิตย์กว่าๆ ที่ผ่านมา ถ้าหาก อภิสิทธิ์ ไม่โพล่งออกมาเองว่า เดือนนี้จะมีเสื้อแดงมาป่วนอีกรอบ