“ชวรัตน์”ไฟเขียว“โสภณ”ลุยเดินหน้าเช่ารถเมล์

“ชวรัตน์”เปิดไฟเขียว“โสภณ”ลุยเช่ารถเมล์ ย้ำช่วยพนักงาน ขสมก.แน่ หากเปลี่ยนระบบขายตั๋วเป็นอีทิกเคต ชี้ลดราคาแล้ว "ส.ส.กทม.ปชป.” กลับลำ หนุนโครงการเช่ารถเมล์ โฆษก”เพื่อไทย”ขู่ถ้า ครม.ผ่านรถเมล์ เล็งรวบรวมข้อมูลยื่นซักฟอก

(2มิ.ย.) นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย (มท.1) และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงการผลักดันโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า อยู่ที่นายกรัฐมนตรีว่าจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม ครม.หรือไม่ ซึ่งนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ก็มีความพร้อมที่จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม ครม.ตลอดเวลา เพราะเคยนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมแล้ว และเชื่อว่านายโสภณสามารถชี้แจงได้ ส่วนจะต้องมีการติวเข้มเรื่องการชี้แจง ครม.ให้กับนายโสภณก่อนหรือไม่นั้น ตนคิดว่านายโสภณเป็นเจ้าของเรื่องน่าจะรู้ดีที่สุด ถ้าหากชี้แจงไม่ได้เราก็ช่วยอะไรไม่ได้   
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีหลายฝ่ายออกมาทักท้วงโครงการดังกล่าว ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล ทางภูมิใจไทยจะนำโครงการดังกล่าวมาทบทวนหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ต้องดูว่าโครงการขนส่งมวลชนดังกล่าวมีความจำเป็นต่อประชาชนหรือไม่ ขณะนี้มีประชาชนที่ใช้บริการขนส่งมวลชนจำนวนหลายล้านคน ดังนั้นเราก็จำเป็นต้องให้บริการ อย่างไรก็ตาม หากโครงการดังกล่าวผ่านที่ประชุม ครม. ก็ต้องเปลี่ยนการจำหน่ายตั๋วโดยสารมาเป็นระบบ e-ticket เนื่องจากเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนพนักงานเก็บค่าโดยสาร ซึ่งจะทำให้พนักงานเก็บค่าโดยสารต้องหางานใหม่ แต่เราต้องให้เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน 
 
นายชวรัตน์ กล่าวต่อว่า โครงการนี้เสนอมาตั้งแต่นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี แรกเริ่มมีการตั้งรถเมล์ไว้ที่ 6 พันคัน พร้อมทั้งให้ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ มาเป็นประธานพิจารณาเรื่องนี้หลายครั้ง แต่ตนไม่ได้ร่วมประชุมด้วยจึงไม่ทราบว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร จนกระทั่งมีรัฐบาลชุดใหม่แล้วมีคนของพรรคภูมิใจไทยเป็นเจ้ากระทรวง ก็ทำให้ราคาค่าเช่ารถเมล์จากเดิมที่ตั้งไว้คันละ 8 ล้านบาท ลดเหลือคันละ 5 ล้านบาท ดังนั้น ถือว่าเป็นเรื่องสมเหตุสมผล ทั้งนี้ ตนไม่อยากจะวิจารณ์เรื่องนี้ว่าเป็นเหตุผลทางการเมืองหรือไม่ เพราะตนเป็นหัวหน้าพรรค ไม่อยากไปแตะเรื่องนี้เพราะมันละเอียดอ่อน เพราะถ้าวิจารณ์ไปอาจจะเป็นเรื่องทะเลาะกัน   
 
เมื่อถามว่า หากนายกฯ ไม่นำโครงการดังกล่าวเข้าที่ประชุม ครม. จะเป็นสัญญาณความขัดแย้งระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย หรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า นายกฯ ต้องมีเหตุผล เมื่อถามว่าหากยกเหตุผลเรื่องการทุจริต นายชวรัตน์ กล่าวว่า เราก็ต้องมีวิธีที่ทำให้ประชาชนเข้าใจว่าโปร่งใส ซึ่งอาจจ้างบุคคลที่ 3 มาทำแผนความเป็นไปได้ของโครงการ       
 
เมื่อถามว่า ยังมีการมองว่าพรรคภูมิใจพยายามผลักดันโครงการดังกล่าว เพื่อต้องการหาเงินทุนสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป นายชวรัตน์ กล่าวว่า ทำให้ประชาชน ไม่ได้ทำให้พรรค เพราะขณะนี้มีคนบริจาคเงินให้พรรคสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้าอยู่แล้ว อีกทั้งการใช้จ่ายของพรรคยังมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คอยควบคุมอยู่

ปลัดกลาโหมเชื่อรบ.พิจารณาเช่ารถเมล์อย่างรอบคอบ

พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคัน มูลค่ากว่า 7 หมื่นล้านบาทที่พรรคภูมิใจไทยจะผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในวันที่ 3 มิ.ย.นี้ว่า ขอให้พิจารณาอย่างรอบคอบว่ามีประโยชน์โดยรวม ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีจะพิจารณาเรื่องดังกล่าวบนพื้นฐานความถูกต้อง ความมีเหตุผล ความจำเป็น และความคุ้มค่า ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีอาจจะไม่นำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม คงไม่ใช่การตีรวน แต่คงห่วงสถานะของพรรคร่วมรัฐบาล

 “ผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีคงพิจารณาไตร่ตรองอย่างดี หากเห็นว่าเป็นเรื่องให้ได้คงไม่มีปัญหา ส่วนที่โครงการดังกล่าวกำลังถูกจับตาจากสังคม เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า หากอนุมัติไปแล้วกระแสสังคมมีความคิดเห็นอย่างไร เชื่อว่ารัฐบาลจะพิจารณาด้วยความรอบคอบ และพรรคร่วมรัฐบาลก็คงห่วงเรื่องนี้เช่นกัน ไม่ได้ผลักดันบนพื้นฐานของเขาอย่างเดียว เมื่อมองสถานะรอบๆ แล้วเขาคงต้องคิดให้ครบถ้วน ว่าถ้าผลักดันโครงการนี้จะถูกสังคมมองว่าเขาจะทำได้แค่ไหนอย่างไร” ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าว

 เมื่อถามว่า เรื่องดังกล่าวจะทำให้เกิดปัญหาขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า เป็นเรื่องภายในของรัฐบาลและพรรคใหญ่จะต้องดูแลว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร

 เมื่อถามว่า หากรัฐบาลมีปัญหาภายใน จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นในสายตาของต่างประเทศหรือไม่ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า หลายประเทศโดยเฉพาะในอาเซียนมีความเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรและนักการเมืองไทยว่าเป็นอย่างไร และคงไม่ให้ความสำคัญเรื่องนี้เท่าใดนัก แต่นานาประเทศก็คงต้องการคบกับรัฐบาลที่มีความมั่นคงมากกว่ารัฐบาลที่มีสถานะไม่มั่นคง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกองทัพได้ช่วยดำเนินการโดยการทำความเข้าใจกับต่างประเทศในทุกมิติ ทั้งสภาพปัญหาและความมั่นคงว่าเป็นอย่างไร ซึ่งแต่ละประเทศรับทราบว่าจำเป็นต้องเป็นแบบนี้ ไม่มีปัญหาอะไร

“เรืองไกร”เชื่อมีล็อกสเปกโครงการรถเมล์ฉาว

นายเรืองไกร  ลีกิจวัฒนะ  ส.ว.สรรหา  กล่าวถึงการตรวจสอบปัญหาความไม่โปร่งใสในโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ว่า อยากให้สังคมและสื่อมวลชนตรวจสอบให้รอบด้าน นอกจากจะจับตามองเรื่องผลประโยชน์ของกลุ่มการเมืองแล้ว อยากให้ติดตามดูถึงต้นทุนโครงการของบริษัทที่เข้าประมูล เนื่องจากการกำหนดทีโออาร์ดูเหมือนจะมีการล็อกสเปกให้กับบริษัทพวกพ้องตัวเองหรือไม่ เพราะคงมีไม่กี่บริษัทที่จะเข้ามาแข่งขันได้

 ดังนั้นต้องตรวจสอบว่าบริษัทที่ประมูลได้มีใครเป็นกรรมการผู้ถือหุ้น มีนอมินีสวมชื่อแทนหรือไม่ ซึ่งต้นทุนที่แท้จริงของโครงการนี้ สามารถเทียบได้กับการจัดซื้อรถเมล์เหลืองปรับอากาศที่เพิ่งนำเข้าจากจีนเมื่อไม่นานมานี้ ที่ไม่น่าจะมีราคาต่างกันมากนัก ดังนั้นมูลค่าโครงการที่แท้จริงไม่น่าจะเกิน 2 หมื่นล้านบาท เท่ากับว่าระยะเวลาแค่ 2-3 ปี บริษัทก็คุ้มทุนแล้ว เวลาที่เหลืออีก 7 ปีมีแต่กำไร

 นายเรืองไกรยังกล่าวด้วยว่า หากมีการนำบริษัทนี้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มูลค่าหุ้นจะโตไปอีกกี่เท่า หากไม่คิดทำเรื่องอย่างนี้แล้วก็คงไม่กำหนดสเปกไว้ในทีโออาร์ว่า ต้องเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ กำหนดวงเงินทุนจดทะเบียน และเงินค้ำประกันว่าต้องจ่ายเป็นเงินสด ซึ่งไม่มีผู้ดำเนินธุรกิจปกติที่ไหนทำกัน ที่จะให้กรรมการบริษัทแต่ละคนถือเงินเป็นร้อยล้านพันล้านไปวางเงินสด ๆ แบบนั้น ดังนั้นต้องตรวจสอบด้วยว่าเงินเหล่านั้นมีที่มาอย่างไร ได้เสียภาษีหรือไม่ มีการฟอกเงินหรือเปล่า กรมสรรพากรต้องตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ด้วย และถ้าจะให้ดีควรตรวจสอบการชำระภาษีย้อนหลังไป 5 ปี ของบริษัท และกรรมการผู้ถือหุ้นบริษัททุกคนด้วย

 ผู้สื่อข่าวถามว่าหากพรรคภูมิใจไทยทุบโต๊ะจนครม.ต้องยอมให้ผ่านโครงการนี้ นายเรืองไกรกล่าวว่า รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ แสดงว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรผิด การปล่อยให้บริษัททำกำไรได้ขนาดนี้เป็นไปได้อย่างไร ทุกฝ่ายต้องช่วยกันฟ้องร้องเอาผิดให้ได้ “เชื่อว่าหากทุกฝ่ายเอาจริงกับการตรวจสอบ พวกนักการเมืองจะไม่กล้าร่วมกันทุจริตแน่”

"ส.ส.กทม.ปชป.” กลับลำ หนุนโครงการเช่ารถเมล์

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชนินทร์ รุ่งแสง ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการติดตามความคืบหน้าโครงการเช่ารถเมลล์เอ็นจีวีของกระทรวงคมนาคม ว่า ในส่วนของคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาต (ป.ป.ช.) และกมธ.คุ้มครองผู้บริโภค กำลังรวบรวมข้อมูลดังกล่าวอยู่ ซึ่งตนและส.ส.กทมเห็นด้วยในหลักการของโครงการดังกล่าว แต่เป็นห่วงและต้องการแสดงความชัดเจน อยากได้ข้อสรุปโดยเร็ว เพื่อให้เกิดความสำเร็จในการฟื้นฟูประสิทธิภาพการให้บริหารของ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ทั้งนี้ ตนขอสนับสนุนแนวทางที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลพยายามดำเนินการ โดยให้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้คน กทม.ได้ใช้รถเมลล์อย่างมีประโยชน์และสบายใจจริง

 นายชนินทร์ กล่าวว่า ส่วนข้อสังเกตในเรื่องราคานั้น ขณะนี้ที่เป็นรูปธรรมที่สุดคือทาง วุฒิสภาได้มีการตรวจสอบและพบว่าสามารถทำได้ถูกกว่าร้อยละ 20-30 ถือเป็นข้อมูลหนึ่งที่ควรนำไปประกอบการพิจารณา หากเป็นเรื่องจริงหมายความว่ามีผู้ประกอบการที่ทำได้ เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องนำมาชี้ชัดทั้งสองฝ่าย ว่าใครสามารถนำข้อมูลที่มาใช้ได้เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง รวมถึงส่วนอื่นๆที่อยากให้มีความชัดเจน เช่น รูปแบบโครงการเช่าซื้อ ให้มีการเปรียบเทียบ ส่วนเรื่องของผู้ที่ได้รับผลกระทบก็ควรมีความชัดเจน เช่น เรื่องของพนักงานที่หากมีการใช้ระบบใหม่แล้วพนักงานต้องตกงาน จะทำอย่างไร ต้องหาความชัดเจนในเรื่องการดูแลเรื่องดังกล่าวด้วย

 นายชนินทร์ กล่าวว่า ส่วนที่มีการพาดพิงโครงการอื่นๆ ตนเชื่อว่าไม่ใช่ประเด็นการเมือง และทำให้เกิดการต่อรองใดๆทั้งสิ้น แต่เชื่อว่ามีการเปรียบเทียบข้อมูล ที่ยังไม่เข้าใจชัดเจนตรงกัน อยากให้ทั้งสองหน่วยงานทั้ง กทม.และกระทรวงคมนาคมไปหาข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะเท่าที่ทราบ โครงการบีอาร์ที เป็นโครงการที่เป็นระบบขนส่งมวลชนทางเลือก รูปแบบรถทั้งหมด จึงไม่สามารถเปรียเทียบกับรถของขสมก.ได้ ส่วนในรายละเอียดของสเปคนั้น มีเหมือนกันแค่สองรายการเท่านั้น คือระบบปรับอากาศ และระบบเชื้อเพลิงซึ่งใช้ก๊าซ ส่วนการซ่อมบำรุงก็มีความแตกต่างกัน ของกทม.ถูกกว่า เพราะฉะนั้นจึงอยากให้ไปตรวจสอบข้อมูลให้ตรงกัน ไม่อยากให้ออกมาพูดแบบไม่ตรวจสอบ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ออกมาพาดพิงและเปรียบเทียบกับโครงการบีอาร์ที จะทำให้ประชาชนเกิดความสับสนหรือไม่ นายชนินทร์ กล่าวว่า ความสับสนจะชัดเจนเมื่อทั้งสองฝ่ายได้มีการคุยกัน กทม.เองก็ออกมาชี้แจง แต่ตนคิดว่าที่ชัดเจนคือวิธีการของ กทม.เมื่อมีการทักท้วงก็มีการชะลอ และกลับไปทบทวนโครงการ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า โครงการรถเมลล์เอ็นจีวีก็ควรมีการชะลอเหมืนกันเมื่อมีการทักท้วง มากกว่าพยายามผลักดันให้ได้อย่างที่ต้องการ นายชนินทร์ กล่าวว่า ไม่อยากให้ใช้คำว่าชะลอ คิดว่าทุกคนต่างมีประเด็นอยู่ในใจ ทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและฝ่ายที่ค้าน ประเด็นที่คัดค้านก็ควรนำมาเป็นข้อมูลเพื่อนำมาชี้แจงต่อประชาชน และควรเร็วที่สุด หากชะลอก็จะเป็นเหมือนการมาตั้งต้นใหม่ เนื่องจากโครงการดังกล่าวเดินหน้ามาพอสมควรอยู่แล้ว และทุกคนก็เห็นด้วยที่จะต้องปรับปรุงประสิทธิภาพรถใหม่มานำวิ่ง แต่ติดวิธีการที่จะทำให้ทุกคนสบายใจ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นต้องล้มโครงการนี้หรือไม่ นายชนินทร์ กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยหากจะล้มโครงการไปเลย ในฐานะส.ส.กทม.แต่ก็ต้องมาคุยกันว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนสบายใจที่สุด และที่สำคัญอยู่ที่การยื่นซองประกวดราคา จะต้องตรวจสอบให้มีความโปร่งใส และมีความเป็นธรรมหรือไม่

พท.รุดดูรถเมล์เอ็นจีวี ”ต้นแบบ” หน้าแตก ขสมก.ยังไม่สั่งนำเข้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 10.30 น.นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม.ในฐานะประธานภาค กทม.พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะทำงานและนายบรรยงค์ อัมพรตระกูล ประธานชมรมรถร่วมบริการ ขสมก.ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังมีข่าวว่ามีการนำรถเมล์ เอ็นจีวี ต้นแบบเข้ามาในประเทศไทย ในโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคันที่กระทรวงคมนาคมกำลังผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (3 มิ.ย.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)ที่สำนักงานใหญ่ ถนนเทียนร่วมมิตร โดยได้สอบถามข้อมูลความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าวว่าทราบว่ามีการนำเข้ารถต้นแบบอยู่ที่กรมศุลกากร แต่พอมีข่าวไม่รู้ว่ามีการโยกย้ายรถหายไปไหน

 ทั้งนี้ ในการชี้แจงครั้งนี้ไม่ปรากฏว่า นายพิเณศว์ พัวพัฒนกุล ผู้อำนวยการ ขสมก.เดินทางมาทำงานแต่อย่างใด  ทราบจากเจ้าหน้าที่อ้างว่าอยู่ระหว่างการลาป่วย 

 นายวิรัตน์ โชคคติวัฒน์ ผู้ช่วย ผู้อำนวยการ ขสมก.ฝ่ายการเดินรถองค์การฯได้ชี้แจง ยืนยันว่า ยังไม่มีการสั่งให้นำรถเมล์เอ็นจีวีต้นแบบเข้ามา และไม่มีการยืมรถต้นแบบมาแต่อย่างใดเพราะขณะนี้ทุกอย่างยังเป็นวุ้น ที่สำคัญหากมีการอนุมัติให้เช่ารถเมล์เอ็นจีวี จะต้องมีการสร้างอู่จอดรถใหม่ 14 แห่ง พร้อมสถานีเติมก๊าซเอ็นจีวีโดยเฉพาะ

“วิชาญ”ยันรถเอ็นจีวี ต่อในไทยได้ ถูกกว่าคันละ2.5ล้าน

 ด้าน นายวิชาญ กล่าวว่า เมื่อไม่มียังไม่มีการนำเข้ารถต้นแบบเข้ามา แต่จะตรวจสอบต่อไปโดยพรรคเพื่อไทยไม่ได้คัดค้านการนำรถเมล์เอ็นจีวีใหม่เข้ามาให้บริการกับประชาชน เพียงแต่ขอให้ ครม.พิจารณาในเรื่องราคาเช่าและจำนวนรถที่จะนำมาวิ่งว่ามีจำนวนที่เหมาะสมหรือไม่ ถ้าต้นทุนราคาต่ำไม่สูงแพงอย่างในทีโออาร์และรถที่ใช้มีคุณภาพ เนื่องจากสมัยรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้เคยคัดค้านว่าการเช่ารถเมล์ มีราคาสูงที่เกินไป เพราะขณะนี้รถดังกล่าว สามารถต่อในประเทศไทยได้แล้ว โดยต้นทุนไม่น่าจะเกิน 2.5 ล้านบาทต่อคัน

จับตาหวั่นซ้ำรอยรถเรือดับเพลิง ลั่นขอตรวจสอบให้ถึงที่สุด

 นายวิชาญ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ในส่วนของรถเมล์เอ็นจีวีที่จะจัดซื้อเข้ามา จะคล้ายๆกรณีการจัดซื้อรถดับเพลิงของ กทม.ที่มีการออกสเปคในทีโออาร์ว่าจะต้องประกอบจากต่างประเทศ แต่ในท้ายที่สุดพบว่ามีการประกอบในประเทศไทย ทั้งรถและเรือดับเพลิงที่ประกอบในประเทศไทยทั้งสิ้น หากคิดให้รอบคอบ จึงเป็นมุมมองว่ามีการกำหนดทีโออาร์ราคารถเมล์คันละ 5 ล้านบาทมาจากต่างประเทศ แต่อาจมีการผลิตประกอบในประเทศซึ่งส่วนต่างของราคาเช่าตรงนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อผลประโยชน์ในทางการเมืองหรือไม่ ส่วนกรณีที่มีแนวคิดพยายามจะโยนโครงการดังกล่าวไปให้กรุงเทพมหานคร(กทม.)นั้น ต้องย้อนถามว่า กทม.มีศักยภาพหรือไม่ เพราะจากปัญหากรณีรถและเรือดับเพลิงยังเกิดปัญหาจนถึงทุกวันนี้

 “หากเรื่องนี้รัฐบาลทำไม่ถูกต้องจะเป็นประเด็นปัญหาที่ประชาชนคลางแคลงใจ ซึ่งพรรคฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ในการตรวจสอบต่อไปให้ถึงที่สุด” นายวิชาญ ย้ำ

โฆษก”เพื่อไทย”ขู่ถ้า ครม.ผ่านรถเมล์ เล็งรวบรวมข้อมูลยื่นซักฟอก

 ด้าน นายพร้อมพงษ์ กล่าวเสริมว่า เมื่อรถต้นแบบไม่อยู่ ไม่ทราบถูกย้ายไปที่ใด แต่ยังมีข้อสงสัย ไม่โปร่งใสและส่อทุจริต แต่ทราบว่ามีรถเมล์เอ็นจีวี ที่มีสเปคใกล้เคียงกับรถเมล์เอ็นจีวีที่กำลังมีการผลักดันซึ่งเป็นรถเมล์ของรถร่วมบริการจำนวน 35 คัน สาย 538 กับสาย 542 ที่มีการนำเข้าจากประเทศจีนจะได้ไปดูข้อเท็จจริงต่อไป

 “ขอยืนยันว่าหากในวันพรุ่งนี้ รัฐบาลชุดนี้อนุมัติโครงการดังกล่าว พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าตรวจสอบข้อเท็จจริง และจะนำข้อเท็จจริงตีแผ่ให้สาธารณชนรับทราบ พร้อมจะรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปใช้ในการยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลต่อไป” โฆษกพรรคเพื่อไทย ย้ำ 

ปธ.ชมรมรถร่วมฯพร้อมให้รัฐบาลเช่ารถ2,500บ./คัน

 จากนั้น ทางคณะทำงานของพรรคเพื่อไทย ได้พาคณะสื่อมวลชนเดินทางมาดูการเดินรถเมล์เอ็นจีวี คันสีเหลือง สาย 538 อนุสาวรีย์ชัย-ราชมงคล(คลอง 6-ธัญบุรี) ของรถร่วมบริการ ขสมก.ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งเป็นรถของยี่ห้อ ซันหลง (SUNLONG) ที่มีสเปคใกล้เคียงกับที่รถเมล์เอ็นจีวีที่กำลังเป็นที่สนใจ เพียงแต่มีข้อแตกต่างตรงบันไดขึ้นรถที่รถเอ็นจีวี สาย 538 มี 2 ขั้น แต่รถที่รัฐบาลจะเช่าในทีโออาร์ กำหนด มีบันได 3 ขั้น แต่จากข้อมูลเบื้องต้นขณะนี้รถสเปคดังกล่าวสามารถประกอบได้ในประเทศ ปัจจุบันมีของรถร่วมบริการและไมโครบัสแล้ว

 ขณะที่นายบรรยงค์ อัมพรตระกูล ประธานชมรมรถร่วมบริการ ขสมก.ยืนยันว่า ในส่วนผู้ประกอบการรถร่วม ขสมก.ยินดีให้รัฐบาลเช่ารถในราคา 2,500บาทต่อวัน ต่อคัน ซึ่งถูกกว่าค่าเช่าที่มีการลดลง เหลือ 4,780บาทต่อวัน ต่อคัน โดยไม่คิดค่าซ่อม 2,250 บาท ซึ่งถือว่ามีราคาที่ถูกกว่าการจัดเช่ารถของกระทรวงคมนาคมอย่างมาก ทั้งนี้ เราจะได้เข้ายื่นหนังสือต่อรัฐบาลต่อไป

เผย ผอ.ขสมก.ถูก รมต.เบรกลาออกหนีรถเมล์ฉาว

 มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า ทราบข้อมูลมาว่าขณะนี้ นายพิเณศวร์ พัวพัฒนกุล ผอ.ขสมก.ได้ลาป่วย และเตรียมจะลาออกแต่ถูกรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้เบรกเรื่องไว้ เนื่องจากนายพิเณศวร์ ได้รับรู้ความเป็นมารายละเอียดของโครงการดังกล่าวทุกขั้นตอน ซึ่งทำให้นายพิเณศวร์ อึดอัดจนตัดสินใจยื่นใบลาออก แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้