พระร่วงยืน กรุสองพี่น้อง เนื้อชินตะกั่วสนิมแดง จ.สุพรรณบุรี

พระพุทธรูป และ พระเครื่อง สมัยลพบุรี ที่ขุดพบใน จ.สุพรรณบุรี เกือบทั้งหมดเป็นการขุดพบได้ใต้พื้นดิน และส่วนใหญ่พบโดยเหตุบังเอิญ ในขณะทำการเกษตร ขุดหลุม ทำไร่ไถนา หรือขุดหลุมปลูกบ้าน พบที่เชิงบันไดบ้าน หรือใต้ถุนบ้านก็มี บางส่วนพบในพงไม้

 เนินหนึ่งซึ่งชาวบ้านเรียกว่า เนินวิหาร มีการขุดพบพระกรุเนื้อชินยอดนิยมพิมพ์หนึ่งคือ พระร่วงยืน ที่จัดอยู่ในประเภทพระยอดนิยมของเมืองสุพรรณ แต่นักนิยมพระหาได้เรียกตามชื่อเนินดังกล่าวไม่ กลับเรียกชื่อเป็น พระกรุสองพี่น้อง ซึ่งเป็นที่ตั้งของ อ.สองพี่น้อง ที่ขุดพบพระกรุนี้

 ขณะเดียวกัน บางคนกลับเรียกเป็นชื่อ กรุบางลี่ ซึ่งเป็นชื่อตำบลใน อ.สองพี่น้อง ก็มี
 พระกรุนี้พบครั้งแรก เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม ๒๕๑๓ โดยนายอำเภอได้สั่งให้รถไปเกรดดินตามเส้นทางบนถนนโบราณ รถเกรดหน้าดินบังเอิญไปขุดพบ พระร่วง กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปตามพื้นดิน คนงานที่ทำถนนและชาวบ้านบริเวณนั้น ต่างกรูเข้ากันแย่งพระที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว

 วันต่อมาชาวบ้านนับร้อยแห่กันมาขุดดิน เพื่อค้นหาพระกรุในบริเวณที่รถเกรดดินกำลังทำงานกันอยู่ พบครั้งแรกประมาณ ๒๐๐ องค์ ต่อมาอีกไม่กี่วันพบอีกกรุหนึ่ง ในบริเวณเดียวกัน เป็นพระพิมพ์เดียวกับกรุแรก จำนวนพระที่พบมีประมาณพันกว่าองค์

 พระที่ขุดพบได้ทั้งหมด เป็นพระพิมพ์ พระร่วงยืน เนื้อชินตะกั่ว สนิมแดงล้วนๆ
 พุทธลักษณะ เป็นศิลปะอู่ทองล้อศิลปะลพบุรี แบบพิมพ์ทรงประทับยืนปางประทานพร บริเวณรอบองค์พระมีซุ้มลายกนกล้อมรอบอยู่

 ลายกนกดังกล่าว มีรายละเอียดน้อยกว่าแบบของลพบุรี พระเศียรยาว มีพระเกตุสวมมาลาแบบกระจังหน้าแหลมยาวสวยงาม เป็นชั้นๆ นับได้จำนวน ๕ ชั้น

 ปลายพระเนตรซ้ายขององค์พระลักษณะเอียงเฉียงขึ้นบน ไม่เห็นพระกรรณทั้งสองข้าง พระนาสิกหนา พระโอษฐ์กว้าง พระนลาฏโหนกนูน ประทับยืนอยู่บนฐานเส้น ๒ ชั้น โดยรอบองค์พระมีกรอบพิมพ์รัศมีลวดลาย คล้ายเกลียวเชือก ล้อมรอบทั้งองค์ ลักษณะลำตัวองค์พระคล้ายลำกระบอก ผอมนูน พระอุระแฟบ ไม่อวบล่ำสันเหมือนพระร่วงยืนพิมพ์อื่นๆ

 องค์พระปรากฏพระนาภี (สะดือ)เป็นรูโบ๋ชัดเจน กึ่งกลางองค์พระคาดรัดประคด ๓ เส้น กึ่งกลางรัดประคดมีประจำยามหนึ่งดวง ชายมุมจีวรล่างสองข้างขยักเว้าพองาม

 องค์พระสวมสังวาล พร้อมสวมกำไลแขน และกำไลข้อมือทั้ง ๒ ข้างชัดเจน
 พระพักตร์เข้มขลังถมึงทึง และก้มคว่ำลงน้อยๆ เค้าพระพักตร์บางท่านบอกว่าเป็นลักษณะคล้ายแขกอินเดีย

 ที่ฐานขององค์พระ ลักษณะออกแบบให้มีความหนาขึ้น ทำให้ดูคล้ายพระบาททั้งคู่ยื่นนูนสูงล้ำออกมาข้างหน้า

 ตำหนิจุดตายของนักเลงพระ ที่ใช้ดูพระพิมพ์นี้ ถ้าใช้แว่นส่องพระดู จะมีเส้นนูนเล็กๆ พาดยาวจากปลายพระนาสิก (จมูก) ผ่านพระโอษฐ์ (ปาก) เป็นเส้นวิ่งลงมาถึงพระศอ (ลำคอ)

 ลักษณะของสนิมแดง ของพระกรุสองพี่น้อง มีไม่เข้มมากนัก ส่วนมากสนิมแดงจะแดงแบบแดงลูกหว้า ไขขาวที่เกาะอยู่พื้นผิวนั้น จะปรากฏให้เห็นทั้งลักษณะบางๆ และเกาะเป็นก้อนหนา ลักษณะสีขาวอมเหลืองเล็กน้อย

 พระร่วงยืนกรุสองพี่น้อง แบ่งออกเป็น ๒ พิมพ์ด้วยกัน โดยอาศัยความแตกต่างจากแม่พิมพ์ที่เกิดการชำรุดขึ้นในขณะเทหล่อพระ ตรงส่วนของพระบาทและฐาน

 จุดที่สังเกตได้หากปรากฏร่องรอยเป็นเส้นนูนขึ้นของแม่พิมพ์ที่แตกลักษณะเนื้อนูน เป็นเส้นเฉียงเอียงพาดด้านข้าง พระบาททั้งซ้ายและขวา เหนือฐานพระ จะเรียกชื่อพิมพ์ว่า “พิมพ์เท้าแตก” หากไม่ปรากฏลักษณะดังกล่าว จะเรียกว่า “พิมพ์เท้าไม่แตก”

 พุทธคุณ ยอดเยี่ยมทางแคล้วคลาด คงกระพัน ขนาดองค์จริงสูงประมาณ ๖.๕ ซม. กว้างประมาณ ๒.๐ ซม.

 พระชุดนี้มีหมุนเวียนในวงการมากพอสมควร แต่สภาพสวยงามคมชัด เท่าที่พบมีไม่มากนัก ทั้ง ๒ พิมพ์นี้ เป็นพระแม่พิมพ์เดียวกัน พิมพ์เท้าไม่แตก น่าจะเป็นพระที่เทหล่อก่อน พระส่วนมากจะคมชัดกว่า เพราะแม่พิมพ์ยังไม่มีรอยแตกชำรุด แต่ก็ไม่เป็นบรรทัดฐานเสมอไป เพราะพระยังผ่านการฝังดินลงกรุอีกหลายร้อยปี

 พระแต่ละองค์ฝังอยู่ตามธรรมชาติของดินที่แตกต่างกันไป แม้จะแยกเป็น ๒ พิมพ์ แต่วงการพระจะนิยมเล่นหาเท่ากันทั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพของความคมชัดและสวยงามมากกว่า

 การพบครั้งแรกที่ปากหลุมของกรุ ราคาเพียงองค์ละไม่กี่สิบบาท ต่อมาขยับราคาเป็นหลักร้อยบาท แล้วค่อยๆ เขยิบขึ้นไปเรื่อย สวยที่สุดในช่วงที่แตกกรุนั้นราคาถึง 1,000 บาท ปัจจุบันนี้ราคาหลักหมื่นกลางสำหรับสภาพไม่สวย และหมื่นปลายสำหรับสภาพปานกลาง สภาพสวยคมชัดสนนราคาหลักแสนต้นถึงสองสามแสนกว่าบาทขึ้นไป

"ชาติ วิศิษฏ์สรอรรถ"