: เลียบค่าย
วันที่ 22 พฤษภาคม 2552

คุณธรรมตำรวจ

ทุกครั้งที่มีข่าวตำรวจเข้าไปพัวพันกับสิ่งผิดกฎหมาย ประชาชนมักเสียความรู้สึกมากกว่าคนทั่วไปทำความผิดในลักษณะเดียวกัน

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะชาวบ้านคาดหวังให้ตำรวจมีคุณธรรมศีลธรรมมากกว่าสาขาอาชีพอื่น

 เนื่องจากหน้าที่การงานสัมพันธ์กับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ถ้าตำรวจดีมีคุณธรรมชาวบ้านก็เป็นสุข แต่ถ้าไม่ดีถึงขั้นเลวเสียแล้วก็เชื่อได้เลยว่าจะบันดาลสุขให้เกิดขึ้นได้อย่างไร ?

 จะว่าตำรวจเป็นดัชนีชี้วัดความทุกข์-สุขของประชาชนอันดับแรกเลยก็คงไม่ผิด

 สังคมมักจะได้ข่าวตำรวจสีเทาตลอดมา คือ ไม่ดำ ไม่ขาว ไม่เลวสุดขั้วและก็ไม่ดีสุดลิ่ม อยู่กลางๆ ระหว่างดำกับขาว ด้วยเรื่องผลประโยชน์ที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ทั้งสถานบริการ สถานบันเทิง บ่อนการพนัน ตู้ม้า สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ฯลฯ แลกรับส่วยเป็นรายเดือน

 แม้จะรู้แต่เมื่อไม่มีพยานหลักฐานก็เอาผิดทางกฎหมายไม่ได้ ตำรวจ (กลุ่มนี้) ก็ลอยตัวอยู่เหนือปัญหา

 อาชีพตำรวจจำเป็นต้องมีคนที่มีคุณธรรม ระบบคัดกรองขั้นต้นเกิดขึ้นตอนสอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ-โรงเรียนพลตำรวจ เมื่อเข้ามาแล้วก็ถูกอบรมให้มีระเบียบ วินัย และคุณธรรม เพื่อให้ได้คนที่ "ดี" ที่สุดคนหนึ่ง เพื่อมาปฏิบัติหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

 แต่เนื่องจากหน้าที่การงานให้คุณให้โทษได้ เกิดผลตอบแทนในรูปผลต่างตอบแทน ทำให้ตำรวจส่วนหนึ่งหลงระเริงไปกับสิ่งเหล่านี้

 อาชีพตำรวจเงินเดือนน้อย แต่มีค่าตอบแทนทางสังคมสูง หลายคนมุ่งหวังสร้างอนาคตจากอาชีพนี้ จากค่าตอบแทนที่ปกปิด

 คุณธรรมที่บ่มเพาะมาตั้งแต่สมัยเรียนเมื่อถูกละเลยบ่อยเข้า สุดท้ายก็กลายเป็นขยะในลิ้นชัก เป็นของแปลก ไม่คุ้น ไม่ชิน จนถึงขั้นรังเกียจชิงชัง ไม่อยากเข้าใกล้

 สังคมตำรวจห่างหายจากการฝึกฝนให้คนมีคุณธรรมมานาน นับตั้งแต่จบออกจากโรงเรียนนายร้อยหรือโรงเรียนพลตำรวจ แม้จะมีผู้บังคับบัญชาคอยดูแลปกครองอยู่ ย่อมหลงหูหลงตาไปบ้าง

 ดังนั้น องค์กรตำรวจสมควรหรือไม่ที่จะจัดอบรม แล้วทดสอบวัดระดับคุณธรรมข้าราชการในสังกัดเป็นประจำ อย่างน้อย 6 เดือนครั้งหรือปีละครั้งก็ยังดี อย่างน้อยก่อนจะทำอะไรลงไปก็ให้สำนึกดีคัดง้างบ้าง

 ไม่ใช่ทำเลวอย่างหน้าชื่นตาบาน อย่างที่ (บางคน) เป็น !?!

มัธยัสถ์ อินมา
mattayat@nationgroup.com