วัดไทยใหญ่ในเมืองสิบสองปันนา

ขณะที่ คุณสุทธิชัย หยุ่น กำลังสำรวจ แม่โขงสายน้ำพยศ เสนอทางช่อง 9 อสมท ทุกวันจันทร์ ผมขอพาย้อนไปที่ เมืองสิบสองปันนา มณฑลคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยใช้เส้นทางการสำรวจโอกาสและศักยภาพด้านการท่องเที่ยว R3E (เชียงของ-หลวงน้ำทา-คุนหมิง) ข้ามแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย

  เข้าสู่ดินแดนลาวที่เมืองห้วยทราย เดินทางด้วยรถบัสผ่านหุบเขาป่าไม้ และยอดเขาสูงที่สวยงามมากจนถึงหลวงน้ำทา เมืองที่นักธุรกิจชาวจีนเช่าพื้นที่ชายแดนลาว-จีน เนรมิตโรงแรมโรยัลจินลุนให้เป็นโรงแรมใหญ่ มีบ่อนกาสิโนอยู่ข้างใน อพยพคนจีนไปปักหลักเปิดร้านค้ารอคนไทยไปเที่ยวแล้ว

 แต่เมื่อผ่านด่านลาวเข้าสู่แผ่นดินจีน ผมตกใจกับการก่อสร้างเมืองชายแดนอย่างรีบเร่ง สร้างถนนมอเตอร์เวย์ตัดทะลุภูเขา ผ่าป่าไม้เฉียดหมู่บ้านดั้งเดิมของพี่น้องชาวไทลื้อ เข้าสู่เมืองเชียงรุ้ง เหมือนผมกับคณะของ คุณศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ย้อนยุคกลับไปเยือนต้นกำเนิดเมืองล้านช้าง แผ่นดินเมืองเหนือ

 ผมใช้ภาษาไทยพูดคุยกับชาวไทลื้อ สั่งอาหารกิน ต่อรองราคาสินค้าอย่างสนุกสนาน เช่นเดียวกับที่ คุณสุทธิชัย หยุ่น คุยกับ เจ้าหม่อมคำลือ กษัตริย์องค์สุดท้ายของเมืองสิบสองปันนา คนไทลื้อรุ่นใหม่ไม่รู้จักพระเจ้าแผ่นดินแล้ว เพราะเมื่อ ประธานาธิบดีเหมา เจ๋อ ตุง ให้ นายกรัฐมนตรีโจว เอิน ไหล ยกทัพมาครอบครองแคว้นสิบสองปันนา ท่านโจว เอิน ไหลให้คนจีนลงมาสอนภาษาจีน จนคนไทลื้อพูดภาษาจีนดีกว่าภาษาไทดั้งเดิม

 ที่หมู่บ้านไทลื้อมีข้าวหลาม แอ๊บหมู (อาหารเมืองเหนือลักษณะคล้ายหมกภาคอีสาน หรือห่อหมกภาคกลาง) หมูทอด ลาบเลือด ไก่ย่าง ข้าวเหนียวใส่กระติ๊บ จิ้มกินกับน้ำพริกปลาย่าง อร่อยจนเหมือนกับกินข้าวอยู่ที่เชียงราย แล้วผมมีโอกาสเข้าไปไหว้พระที่ วัดมหาราชฐานสุทธาวาส (วัดไทใหญ่) โบสถ์ วิหาร เจดีย์ ทรงเดียวกับวัดในภาคเหนือ ผมซื้อสร้อยข้อมือหยกแท้ในโบสถ์มาฝากแม่มะลิ หยกกลมทุกเม็ด เย็นติดนิ้วถึงหัวใจตลอดเวลา

กะหรี่ปั๊บคุณปุ๊ อร่อยย้อนยุคถึงสิบสองปันนา
 ผมเข้าไปชมบ้านชาวไทลื้อ เห็นขนมที่ชาวไทลื้อกินกันแล้ว นึกถึงขนมที่คนจีนในเมืองไทยทำกินกัน ขนมแป้งห่อด้วยผักกะหล่ำผัดหมู พับปลายให้เป็นรอยหยัก ทอดน้ำมันร้อนๆ ให้แป้งสุก เป็นขนมที่คนจีนกินกันมากว่า 2,000 ปี คนจีนในเมืองไทยเรียกว่า อิ๊วก๊วย ใส่ไส้เผือกกวน ไส้มะพร้าว ไส้ถั่วบด ทำไว้สำหรับไหว้เจ้าในเทศกาลต่างๆ

 คนไทยรุ่นใหม่พัฒนาเป็น กะหรี่ปั๊บ แป้งกรอบๆ ไส้ข้างในปรับเปลี่ยนให้มีรสเผ็ดนิดๆ อร่อยถูกใจคนไทยที่กินเผ็ด กะหรี่ปั๊บอร่อยรส มีหลายเจ้า แต่ร้านที่ผมอยากแนะนำให้ไปซื้อกิน คือ กะหรี่ปั๊บคุณปุ๊ ตลาดน้อย ร้านนี้ทอดกะหรี่ปั๊บแป้งกรอบทั้งวัน ไส้กะหรี่ปั๊บอร่อยจนผมต้องชวนไปกินกันครับ

 คุณปุ๊ รัชนี แซ่เตีย ทำธุรกิจมาหลายอย่าง สุดท้ายมาทำเสื้อถักเพื่อส่งออก ทั้งวิ่งหาลูกค้าควบคุมโรงงาน เหนื่อยขนาดไหนไม่เคยหวั่น คุณปุ๊สู้เสมอ แต่เมื่อโลกไม่มีพรมแดน สินค้าเสื้อผ้าจากเมืองจีนเข้ามาตีตลาด สำเพ็งจึงราบเป็นหน้ากลอง โรงงานทอผ้าย่านรังสิตต้องปิดตัวเอง สาวฉันทนาตกงานเป็นหมื่นๆ คน แล้วโรงงานของคุณปุ๊จะมีอะไรเหลือ แม้แต่คุณปุ๊ยังต้องตกงานเช่นกัน

 ด้วยใจที่ไม่เคยท้อ ชีวิตไม่เคยถอย คุณปุ๊กำเงินที่เหลืออยู่ไปฝึกวิชาชีพกับกรุงเทพมหานคร เรียนหลายวิชาชีพแต่มีเงินไม่พอซื้ออุปกรณ์ สุดท้ายได้วิชาทำกะหรี่ปั๊บไม่ต้องลงทุนมากนัก ทดลองทำกะหรี่ปั๊บอยู่หลายเดือน ต้องเทแป้งและไส้ทิ้งอยู่หลายเดือน ในที่สุดได้สูตรกะหรี่ปั๊บทอดแล้วแป้งกรอบตลอดวัน ส่วนไส้ไก่ใช้เนื้ออกไก่ผัดกับผงกะหรี่ตรามือสูตรอังกฤษ บดกับมันฝรั่งให้น่วม ปรุงรสด้วยพริกไทยป่นตรามือ ก็เป็นไส้ไก่ที่หอมอร่อยถูกใจผมมากครับ

 เมื่อได้กะหรี่ปั๊บไส้ไก่เป็นมาตรฐานแล้ว คุณปุ๊ทดลองทอดกะหรี่ปั๊บขายหน้าบ้าน ในซอยเจริญกรุง 22 ชาวบ้านใกล้เคียงคิดว่าคุณปุ๊ทำกะหรี่ปั๊บทอดไว้กินเอง ปรากฏว่ากะหรี่ปั๊บไส้ไก่ของคุณปุ๊กลับถูกใจคนกินมาก เพราะแป้งกะหรี่ปั๊บบางกรอบ ไม่อมน้ำมัน ส่วนไส้ไก่ใส่มาเต็มใบ เนื้อไก่ล้วนๆ ไม่มีมันเปลวผสม กลิ่นผงกะหรี่ตรามืออย่างดี ทำให้กะหรี่ปั๊บไส้ไก่ของคุณปุ๊ขายดีจนต้องสั่งจอง

 จากกะหรี่ปั๊บไส้ไก่ คุณปุ๊พัฒนาเป็นกะหรี่ปั๊บไส้หวาน มีเผือกกวน ถั่วหวาน มะพร้าว สับปะรด และถั่วเค็ม กะหรี่ปั๊บขนาดพอดีกิน คุณปุ๊ขายเพียงชิ้นละ 6 บาท ผมถามคุณปุ๊ว่า ทำไมขายถูกจัง ของอร่อยๆ อย่างนี้ถ้าเป็นที่อื่นต้องขายชิ้นละ 10 บาท คุณปุ๊บอกว่า นึกถึงเวลาที่เราจนไม่มีจะกิน เมื่อเริ่มต้นทำกะหรี่ปั๊บ ไม่มีเงินซื้อไม้นวดแป้ง ต้องใช้ขวดน้ำหวานนวดให้แป้งลีบบางๆ ที่สุด จึงจะทำให้แป้งทอดแล้วกรอบบางกินอร่อย

 อยากให้ลูกค้าได้กินของอร่อยๆ ราคาถูกๆ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่ ในหลวง สอนคนไทยทุกคน วันนี้ไม่ต้องรวยเป็นเถ้าแก่เนี้ย แต่คุณปุ๊กับครอบครัวทอดกะหรี่ปั๊บขาย ก็ไม่ทันยอดสั่งซื้อของลูกค้าแล้ว ใครจะกินกะหรี่ปั๊บคุณปุ๊ต้อง โทร.0-2237-5425 ไปจองล่วงหน้า จะกำเงินไปซื้อทันทีไม่ได้ เพราะทุกชิ้นมีคนจองหมดแล้วครับ

 เนชั่น แชนแนล เตรียมพาไปชมเมืองพาราณสี ที่สิบสองปันนา สนใจสอบถาม โทร.08-9763-3339, 0-2338-3681-2


"อ.ไชยแสง กิระชัยวนิช"