ดารานักร้องหนุนมาร์คปราบสินค้าละเมิด

ผู้บริหารค่ายอาร์เอสและสหมงคลฟิมล์ นำดารา นักร้องในสังกัดทั้ง "กิ๊บซี่-แนนนี่-เบลล์-นุ้ย-เป้ย" บุก“สภา” หอบดอกไม้ให้กำลังใจ “นายกฯอภิสิทิธิ์” ขอบคุณที่รับปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์เป็นวาระแห่งชาติ กลุ่มผู้ค้าพัฒน์พงษ์แจ้งจับเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ที่บุกยึดสิ้นค้าละเมิด รอง ผบช.น.สอนมวย "ชุดเฉพาะกิจอลงกรณ์" จับต้องแจ้งท้องที่ก่อน ยันชุดเฉพาะกิจไม่มีตำรวจนครบาลร่วมด้วย พร้อมขันน็อต เรียกประชุมชุดลิขสิทธิ์ บช.น.

(7พ.ค.) ที่รัฐสภา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ภาคเอกชน (ปปท.) นำโดย  นายสุทธิศักดิ์ ประศาสน์ครุการ กรรมการและผู้อำนวยการสายงานกฎหมายและปราบปราม บริษัท จัดเก็บลิขสิทธิ์ไทย จำกัด ในเครือ บริษัทอาร์เอส จำกัด (มหาชน) ได้นำกลุ่มศิลปินวง “เกิร์ลลี่ เบอร์รี่” อาทิ "กิ๊บซี่"วนิดา เติมธนาภรณ์ "แนนนี่"ภัทรนันท์ ดีรัศมี และ"เบลล์"มนันยา ลิ่มเสถียร 

 เดินทางเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อมอบกระเช้าดอกไม้และขอบคุณนายกฯ ที่รับปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์เป็นวาระแห่งชาติ รวมทั้งให้ความสำคัญในการเร่งแก้ไขปัญหาและปราบปรามอย่างจริงจังต่อเนื่อง โดยมอบผ่านนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์

 นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ผู้บริหารสหมงคลฟิมล์ พร้อมด้วย "นุ้ย"เกศริน เอกธวัชกุล และ"เป้ย"ปานวาด เหมมณี   นักแสดงในสังกัด ได้เดินทางเข้ามาให้กำลังใจเช่นกัน

กลุ่มผู้ค้าพัฒน์พงษ์แจ้งจับเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์

 ส่วนกรณีที่ตำรวจเข้าจับกุมผู้ค้าย่านพัฒน์พงษ์และถูกรุมทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส  ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้(7พ.ค.) ได้มีกลุ่มผู้ค้าที่ตั้งแผงขายสินค้าในย่านพัฒน์พงษ์ ได้เดินทางเข้ามาแจ้งความต่อ พ.ต.ท.ชลิต สุขสัวัสดิ์ สารวัตรเวรสน.บางรัก โดยอ้างว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาได้ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์เข้าทำการยึดทรัพย์สินจนทำให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหายซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานจำนวนทั้งสิ้น 11 ราย

 นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ค้าอีก 5 ราย ได้แจ้งความกับพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีกับกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวในข้อหาทำร้ายร่างกายซึ่งแต่ละคนต่างมีบาดแผล และรอยแผลแตเล็กน้อย ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้นำตัวส่งให้แพทย์ โรงพยาบาลเลิศสิน ทำการตรวจร่างกาย  และในจำนวนนี้มีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย ชื่อ นายสุวรรณ นันทรัตน์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49 ม.7ต.นาทราย อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม ที่มีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งบริเวณศรีษะด้านหลังแพทยืทำการตรวจเช็กพบว่ามีอาการเลือดคลั่งในสมอง และมีไข้ขึ้นสูงจึงนำตัวเข้าห้องไอซียูเพื่อรอดูอาการอย่างละเอียดอีกครั้ง

 พ.ต.ท ชลิต กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าเวาลประมาณ 06.00น.ทางเจ้าหน้าที่ของทางกระทรวงพาณิชย์ชุดที่จับกุมกลุ่มผู้ค้าได้นำตัวนายศุภชัย ทองดอนสงฆ์ นายอิทธิพล พรหมจรรย์ อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 133/300 ถนนบางกรวยไทรน้อย ม.2 ต.พิมลราชอ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นางพรปวี การุณ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 ม.9 ต.บ่อเอ้ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี และนายสุวรรณ นันทรัตน์ มาส่งมอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนืเคดีกับบุคคลเหล่านี้ข้อหาเสนอจำหน่ายสินค้าปลอมโดยหลังจากสอบปากคำผู้ต้องหาบุคคลเหล่านี้แล้วทางพนักงานสอบสวนได้อนุญาตให้ใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดรายละ 10,000 บาทประกันตัวออกไปยกเว้นนายสุวรรณ ซึ่งมีอาการบาดเจ็บและยังต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ที่จะต้องนำตัวมาสอบปากคำก่อน

 ขณะเดียวกันนายอิทธิพล ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมาว่าตนขายเสื้อผ้าฝ้ายอยู่ในย่านพัฒน์พงษ์ โดยในขณะเกิดเหตุได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ส่วมเสื้อดำ บ้างคนมีบัตรติดที่หน้าอก บางคนก็ไม่มีบัตรติดที่หน้าอกเข้ามาทำการยึดทรัพย์สินของกลุ่มผู้ค้าที่ขายสินค้ากันอยู่โดยจับกุมเอาสินค้าทั้งหมดที่วางขายอยู่บนแผง ซึ่งบ้างรายเป็นสินค้าที่ถูกลิขสิทธ์แต่ก็ถูกยึดเอาไปทั้งหมดจึงทำให้กลุ่มพ่อค้าไม่พอใจและมีการต่อต้านจนเกิดเหตุการณ์ชลมุนกันขึ้นกระทั่งมีการทำร้ายร่างกายกัน และตนก็ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์เหล่านั้นทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บและถูกไส่กุญแจมือนำตัวไปขึ้นรถตู้ที่บริเวณโรงแรมมณเฑียร

 นายอิทธิพลกล่าวอีกว่า ระหว่างถูกนำตัวมาขึ้นรถก็ถูกเจ้าหน้าที่ทำร้ายร่างกายมาตลอดทางหลังจากนั้นก็นำตัวขึ้นไปรวมกับกลุ่มผู้ค้าคนอื่นๆ อีก 2 รายที่อยู่บนรถอยู่ก่อนแล้วและกลุ่มชายฉกรรจ์ได้ขับรถพาวนไปวนมาตามสถานที่ต่างๆจนถึงชาวมืดจึงไปจอดอยู่ที่บริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพงจนมีพวกกลุ่มผู้ค้าตามไปพบกลุ่มชายฉกรรจ์จึงได้พากลับมาส่งที่สน.บางรัก

 "การกระทำของเจ้าหน้าที่เป็นการกระทำที่เกิดกว่าเหตุมาถึงก็ยึดข้าวของไปทั้งหมดไม่มีการละเว้น ลองคิดดูว่าการกระทำเช่นนี้พวกพกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าจะเดือดร้อนแค่ไหนต้องเป็นหนี้เป็นสินทุกวันนี้ขายสินค้าก็แทบไม่จะอยู่ไม่ได้แล้วเพราะในสภาพเศษรฐกิจแบบนี้คนไม่มีเงินจะซื้อและยังต้องเสียค่าเช่าแผงวันละ 550 บาท ต่อพื้นที่ 1 ตรางเมตร โดยของผมเช่าพื้นที่อยู่ 4 ตรางเมตรหากขายของได้ไม้ถึงวันละ 2000 บาท ก็ขาดทุนเป็นหนี้แล้ว แถมยังมาถูกยึดของไปทั้งหมดจะเอาอะไรกิน "นายอิทธิพลกล่าว

 ขณะที่นางเฉวียง ไชยพรหม ภรรยาของนายสุวรรณผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส กล่าวว่าสามีขายเสื้อผ้าอยู่ที่พัฒน์พงษ์ส่วนตนก็ขายอาหารอยู่บริเวณชั้น 2  อาคารธนิยะ ระหล่างเกิดเหตุได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจึงได้ลงมาดูที่บริเวณด้านล่างและได้สอบถามจนทราบว่ามีเจ้าหน้าที่มาจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ตนจึงวิ่งไปดูที่ร้านของสามีแต่ก็ไม่เจอสามีและตามหาอยู่ทั้งคืนจนกระทั่งทราบว่าถูกนำตัวมาส่งที่สน.บางรักก่อนตำรวจจะพาส่งโรงพยาบาลเลิศสินเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ และแพทย์ได้ลงความเห็นว่ามีเลือดคลั่งในสมอง ไข้ขึ้นสูง โดยหากก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่นำตัวของสามีไปส่งให้แพทย์ก่อนอาการคงไม่หนักขนาดนี้

รองผบช.น.สอนมวยฉก."อลงกรณ์"

 พล.ต.ต.วิบูลย์ บางท่าไม้ รอง ผบช.น. (ฝ่ายป้องกันปราบปราม) กล่าวถึงกรณีชุดเฉพาะกิจปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาของนายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าจับกุมผู้ค้าที่ย่านพัฒน์พงษ์และมีการปะทะกันว่า ได้รับรายงานจาก สน.บางรักว่า เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 6 พฤษภาคม มี พ.อ.นรินทร์ พรรณราย รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร ตำแหน่งรองประธานคณะทำงาน ป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ด้านการสืบสวนปราบปรามของนายอลงกรณ์  นำกำลังประมาณ 50 นาย มาที่ตลาดพัฒน์พงษ์และมีการจับกุมสินค้าที่มีตามร้าน โดยใช้วิธีนำถุงดำมารวบทุกอย่างใส่ถุงทำให้พ่อค้าแม่ค้าที่นำของมาจำหน่ายได้รับความเสียหาย ซึ่งสมมติว่า หากสินค้ามีอยู่ 100 ชิ้น ต้องเอาผู้เสียหายทางลิขสิทธิ์มาดูว่าอะไรละเมิดบ้าง หากละเมิดก็ใส่ถุงลงไปและดำเนินคดี ซึ่งที่มีการรวบมาบางอันก็ไม่ใช่สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์

 สำหรับขั้นตอนกาารดำเนินการของชุดเฉพาะกิจนายอลงกรณ์มีตำรวจเข้าไปร่วมจับกุมด้วยหรือไม่นั้น รอง ผบช.น.กล่าวว่า เท่าที่ดูจากรายงานที่เสนอขึ้นมาพบว่ามี พ.อ.นรินทร์ พ.อ.รุจน์ พ.ท.ภูวดิษฐ์ (ไม่ทราบนามสกุล) จาก กอ.รมน.มาร่วมอำนวยการจับ โดยไม่ได้แจ้งท้องที่ หรือกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี (ปศท.) ร่วมดำเนินการด้วย

 "ในหลักการหากผมจะไปจับในท้องที่หรือปศท. ผู้เสียหายต้องไปที่สน.ก่อนเพื่อลงบันทึกประจำวัน ว่าร้านค้าที่นี่ ละเมิดลิขสิทธิ์อะไร จำหน่ายที่ใด เมื่อลงบันทึกประจำวันเสร็จ ก็จะพาตำรวจไปจับกุมและยึดสินค้า โดยจะดูว่ามีสินค้าที่ละเมิดจำนวนเท่าใด ซึ่งปกติที่ดำเนินการมีจับ 2 อย่าง คือจับละเมิดลิขสิทธิ์และจับเครื่องหมายการค้า แต่ที่เอากำลังไปและจับกุมเลยนั้น ท้องที่ไม่รู้ หากมีการประสานตำรวจพื้นที่ก่อนเข้าจับกุมก็คงจะไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น " รอง ผบช.น.กล่าว

 พล.ต.ต.วิบูลย์กล่าวอีกว่า ส่วนในเรื่องการดำเนินคดีรับไว้ 2 คดี คือคดีแรก ชุดจับกุมมากล่าวหาว่า จำหน่ายสินค้าเครื่องหมายการค้าปลอมโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่อนุญาตให้จำหน่าย และความผิดตาม พ.ร.บ.วีดีทัศน์ แต่ของกลางบอกว่าโดนแย่งไป ส่วนฝ่ายผู้ค้าฯ ก็มาแจ้งตำรวจกับผู้จับกุมว่า ปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธปืน, พกพาอาวุธปืนเข้าไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร, ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร, ร่วมกันทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย ซึ่งตำรวจก็รับคดีไว้ 2 ส่วน ซึ่งตำรวจก็จะตรวจสอบต่อไป

 ถามอีกว่าทุก 2 วัน นายอลงกรณ์บอกว่าจะส่งชุดปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาลงพื้นที่สีแดงต่างๆ รวมทั้งพัฒน์พงษ์ด้วย พล.ต.ต.วิบูลย์กล่าวว่า อันนี้ดีมากที่มาช่วยดำเนินการ ความจริงควรแจ้งพื้นที่ และหน่วยของ บช.ก. มาตรวจสอบ หากผิดก็ยึดไป ไม่ผิดก็คืนเขาไป หากรวบไปทั้งหมดเขาก็ต้องต่อต้าน เศรษฐกิจก็แย่อยู่แล้ว ในส่วนของตำรวจก็จับกุมตามนโยบายอยู่แล้ว แต่ชุดของเขาก็หลีกเลี่ยง เอาแผ่นมาก็มีทั้งของจริงและของไม่ถูกต้อง ของจริงก็โชว์ไว้ ไม่ถูกต้องก็ไว้ข้างหลัง แต่เราเน้นจับกุมแหล่งผลิต โกดังเก็บของ ส่วนพื้นที่ก็จะจับกุมผู้จำหน่าย ก็ให้เลิกไปหากไม่เลิกก็ต้องจับกุม

 นอกจากนี้ เวลา 14.00 น. วันที่ 7 พ.ค. พล.ต.ต.วิบูลย์ บางท่าไม้ รอง ผบช.น.(ปป.1) รับผิดชอบงานพิเศษ ปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา (ปลป.) เรียกประชุม รอง ผบก.น. 1 – 9 ปพต. และผู้เกี่ยวข้องกับการปราบปรามฯ ทั้งหมด เพื่อกำชับเร่งรัดสั่งการในเรื่องการปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในส่วนของ บช.น.

 นอกจากนี้ ยังได้มีคำสั่งด่วนที่สุดที่ 00.116.122 2 4416 ลง 7 พ.ค.กำชับกวดขันจับกุมผู้กระทำผิดการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาถึงรอง ผบช.น.(สส.) ผบก.น. 1 – 9 และ ตปพ. รอง ผบก.ศส. บช.น. ผกก.ศดส.บช.น. ตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งรัดปราบปรามกวดขัน จับกุม ผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในเขตพื้นที่รับผิดชอบอย่างจริงจังต่อเนื่อง นั้น จึงกำชับให้ทุกหน่วยถือปฏิบัติดังนี้

 1.กวดขันจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในเขตพื้นที่รับผิดชอบอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
 2.รายงานผลการปฏิบัติให้ บช.น. ทราบทุก 7 วัน ครั้งแรกรายงานภายใน 15 พ.ค.
 3.ให้ทุก สน.ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด หากปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการ หรือหน่วยเหนือตรวจสอบพลจะถือเป็นข้อบกพร่อง และจะพิจารณาดำเนินทางวินัยโดยเด็ดขาด

 จึงแจ้งมาเพื่อทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป