รพ.จุฬาฯสรุปหญิง42ไม่ใช่หวัดเม็กซิโก

โรงพยาบาลจุฬาฯแถลงผลตรวจ 2 ห้องแล็บย้ำชัดหญิงไทยวัย 42 ปี ไม่ได้เป็นไข้หวัดเม็กซิโก แค่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ที่ระบาดตามฤดูกาลในไทย สธ.ส่งพยาบาลจากรพ.บำราศฯคุมเข้มสนามบินสุวรรณภูมิเพิ่มอีกวันละ 6 คน “มานิต”กำชับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องประจำเครื่องเทอร์โมสแกนอย่างน้อยจุดละ 5 คน ขณะที่ไทยเตรียมส่งหนังสือถึงฮูท้วงเปลี่ยนชื่อจากไข้หวัดหมูเป็นไข้หวัดเม็กซิโก ชี้เป็นการตั้งชื่อตามหลักสากล-วิชาการ

(29เม.ย.) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  เปิดเผยว่า  ผลการตรวจเชื้อทางห้องปฏิบัติการของผู้เข้าข่ายเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่ระบาดในเม็กซิโก ที่เป็นหญิงวัย 42 ปี ที่เดินทางไปยังประเทศเม็กซิโกระหว่างวันที่ 3-11 เม.ย.และไปแคลิฟอร์เนียจนวันที่ 19 เม.ย.จึงกลับมาถึงประเทศไทย และเริ่มมีการไข้ จนได้เดินทางมาโรงพยาบาลจุฬาฯในวันที่ 28 เม.ย.

 ทางโรงพยาบาลได้ตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ 2 แห่ง พบว่า หญิงรายดังกล่าวมีอาการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ เอช 1 เอ็น 1 แต่ไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่ระบาดในเม็กซิโกแต่อย่างใด ทั้งนี้ก็เป็นเรื่องยากที่จะระบุว่าติดจากแหล่งใด เนื่องจากช่วงเวลาฟักตัวหญิงดังกล่าวอยู่ในไทยหรืออาจติดจากบนเครื่องบิน ซึ่งไข้หวัดใหญ่ที่เธอติดเป็นสายพันธุ์ที่มีอยู่ทุกประเทศอยู่แล้ว โดยที่มีการเปิดเผยช้าเนื่องจากรอผลการยืนยันจากห้องปฏิบัติการอย่างเป็นทางการที่เพิ่งทราบผลเมื่อเวลา 8.00 น.ของวันที่ 29 เม.ย. สำหรับผู้ป่วยรายนี้ ขณะนี้ไม่มีอาการไข้ อาการเป็นปกติดี คคาดว่าจะกลับบ้านในเร็วๆ นี้

 “ตามหลักการหากผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ธรรมดาสายพันธุ์ที่ระบาดตามฤดูกาล ทางโรงพยาบาลไม่จำเป็นต้องส่งตัวอย่างเชื้อหรือรายงานให้กระทรวงสาธารณสุขหรือองค์การอนามัยโลกทราบ เพราะหากในแต่ละปีมีผู้ป่วยจำนวนมาก หากทำทุกรายคงทำไม่ไหว แต่หากห้องปฏิบัติการในโรงพยาบาลจุฬาฯยืนยันว่าเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ จะต้องส่งตัวอย่างเชื้อให้กับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ยืนยันอีกครั้ง และหน้าที่ในการประกาศว่ามีผู้ป่วยรายแรกจะเป็นของสธ. พร้อมกับต้องรายงานให้องค์การอนามัยโลกทราบด้วยเช่นกัน ซึ่งมีขั้นตอนในตามลำดับ”ศ.นพ.ยง กล่าวและว่า 

 ส่วนกรณีที่นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดสธ.ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 28 เม.ย.ว่าหญิงดังกล่าวได้มีการตรวจเบื้องต้นไม่พบว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ใดๆเลยนั้น การตรวจโดยใช้สารคัดหลั่งหลายแห่ง จากคออาจไม่พบเชื้อ แต่ในโพรงจมูกอาจพบเชื้อว่าป่วยก็เป็นได้
 
 “ไม่มีใครจะทราบได้เลยว่า เชื้อโรคไข้หวัดใหญ่ในคน ไข้หวัดใหญ่ในหมู และไข้หวัดนกจะรวมกันหรือไม่รวม แต่ตามหลักเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ก็สามารถเป็นไปได้ แต่เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องเหตุการณ์ในอนาคตที่ไม่มีใครทราบและยังไม่เกิดขึ้นด้วย อีกทั้งไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโก มีการกลายพันธุ์เป็นปกติอยู่แล้ว แต่เปลี่ยนแปลงแบบทีละเล็กละน้อย อย่างไวรัสไข้หวัดนกเอช 5 เอ็น 1 ที่มีอยู่ในไทย 4 ปี ก็พบว่ามีการกลายพันธุ์ แต่ก็มีเรื่อยๆเป็นไปตามพัฒนาการ ซึ่งต้องเฝ้าระวัง”ศ.นพ.ยง กล่าว

สธ.ส่งพยาบาลคุมสุวรรณภูมิเพิ่มอีกวันละ6คน

นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์ของโรคไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในประเทศเม็กซิโกว่า ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่สนามบินสุวรรณภูมิมีเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 30 คน มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน 3 ผลัด ทั้ง 4 จุด ได้กำชับให้มีเจ้าหน้าที่ประจำจุดที่มีการติดตั้งเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ หรือเทอร์โมสแกนเนอร์ที่สนามบินสุวรรณภูมิอย่างน้อยจุดละ 5 คน เพื่อสามารถรับมือในกรณีที่มีผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ มีอาการเป็นไข้ อุณหภูมิสูงกว่าที่กำหนดเป็นจำนวนมากได้ และในวันนี้(29 เม.ย.)ได้ส่งเจ้าหน้าที่พยาบาลจากโรงพยาบาลบำราศนราดูรเข้าไปทำหน้าที่ในสนามบินอีกวันละ 6 คน และหากเกิดสิ่งผิดปกติ สธ.มีทีมแพทย์ที่เตรียมพร้อมการดูแลในทุกโรงพยาบาลอยู่แล้ว

 นายมานิต กล่าวอีกว่า การประชุมวันนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลสถานการณ์จากทั่วโลก ซึ่งล่าสุดพบว่า มีผู้เสียชีวิตในเม็กซิโกจาก 149 รายเป็น 152 ราย ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเพียง3ราย แสดงให้เห็นว่า เม็กซิโกสามารถที่จะควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งในประเทศที่มีความการเตรียมพร้อมรับมือ ไม่น่าจะเกิดปัญหาอะไร ขอยืนยันว่า ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่เม็กซิโกหรือผู้ที่เข้าข่ายเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก ในกรณีหญิงวัย 42 ปีที่เข้าข่ายเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่เม็กซิโกนั้น ทราบว่า เป็นเพียงไข้หวัดใหญ่ธรรมดา ขณะนี้อาการดีขึ้นและเตรียมที่จะออกจากโรงพยาบาลแล้ว อย่างไรก็ตามมาตรการเฝ้าระวัง และการเตรียมความพร้อมในทุกระดับจะต้องดำเนินการอย่างเข้มงวดต่อไป

 ด้านนพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้ที่เดินทางมายังประเทศไทยที่สนามบินสุวรรณภูมิตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ที่มีอาการไข้สูงกว่า 37 องศาเซลเซียส รวมทั้งสิ้น 5 ราย ซึ่งเมื่อตรวจสอบรายละเอียดมีการซักถามประวัติแล้วปรากฏว่า ไม่ได้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงในการระบาด แต่มาจากประเทศอินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี อย่างไรก็ตาม ได้แนะนำให้มีการเฝ้าระวังโรคต่อไปอีก 14 วัน หากอาการไข้ไม่ลดลงให้ติดต่อกลับมายังแพทย์เพื่อทำการรักษาต่อไป

 นพ.คำนวณ กล่าวต่อว่า ขณะนี้องค์การอนามัยโลก(WHO) ยังเรียกโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ H1N1 ที่แพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ว่า “โรคไข้หวัดหมู” ( Swine Flu ) และยังไม่มีการตั้งชื่อโรคอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันความสับสนว่าเกิดจากเชื้อไวรัสในหมูติดสู่คน และกระทบกับการปศุสัตว์ ประเทศไทยจึงเรียกร้องให้เรียกชื่อโรคนี้ตามหลักวิชาการคือ ไข้หวัดใหญ่ที่แพร่ระบาดในประเทศเม็กซิโก หรือ ไข้หวัดใหญ่เม็กซิโกพร้อมทั้งได้ส่งหนังสือถึงWHO ขอให้ทบทวนการตั้งชื่อโรคดังกล่าวใหม่ โดยเข้าใจว่าขณะนี้มีหลายประเทศที่เรียกร้องให้เปลี่ยนชื่อโรคเช่นเดียวกับประเทศไทย

"วิทยา”กำชับ สสจ.ทุกจังหวัด พร้อมรับมือไข้หวัด

 ที่โรงแรมรามา การ์เด้นส์ กทม. นายวิทยา  แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์ไพจิตร์  วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมชี้แจงนโยบายการดำเนินงานเฝ้าระวังป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่ระบาดในเม็กซิโก แก่นายแพทย์สาธารณสุขทุกจังหวัด เพื่อวางมาตรการรับมือเป็นแนวทางเดียวกันทั่วประเทศ

 นายวิทยา กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่ระบาดในประเทศเม็กซิโก มีแนวโน้มขยายวงกว้างขึ้น ได้มอบหมายให้นายมานิต  นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประชุมติดตามสถานการณ์กับศูนย์ปฏิบัติการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิดทุกวัน โดยกำหนดยุทธศาสตร์การรับมือ ไว้ 3 ด้าน คือ 1.การให้ข้อมูลความรู้ประชาชน โดยออกประกาศคำแนะนำประชาชน เรื่อง โรคไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโก ฉบับที่ 1 ขอให้เลื่อนการเดินทางไปประเทศที่มีการแพร่ระบาดของโรค หรือถ้าจำเป็นต้องไป ต้องรู้มาตรการที่จะป้องกันตนเองไม่ให้เสี่ยงติดโรค โดยยึดหลักสุขนิสัยที่ดี ใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากจมูกเวลาไอ หรือใส่หน้ากากอนามัยเวลาเป็นหวัด และขอความร่วมมือองค์การอนามัยโลก แจ้งประเทศที่มีการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ คัดกรองไม่ให้ผู้ที่มีอาการป่วยด้วยไข้หวัดเดินทางออกนอกประเทศ

2.การป้องกันไม่ให้โรคแพร่เข้าประเทศ โดยติดตั้งเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิผู้โดยสารขาเข้า ที่สนามบินนานาชาติ 4 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ 4 จุด เชียงใหม่ ภูเก็ต และสมุย แห่งละ 1 จุด และจะติดตั้งที่สนามบินหาดใหญ่เพิ่มในวันนี้ อีก 1 จุด และจะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการระดับชาติในบ่ายวันนี้ เพิ่มมาตรการป้องกัน เช่น ขอความร่วมมือกระทรวงคมนาคมประสานทุกสายการบิน ประกาศให้ผู้โดยสารที่มีประวัติเดินทางไปประเทศที่เกิดโรคในรอบ 7 วันที่ผ่านมา แจ้งเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคเพื่อตรวจคัดกรองเบื้องต้น และดูแลอย่างเป็นระบบ

สำหรับผลการตรวจวัดอุณหภูมิผู้โดยสารขาเข้าจากทั่วโลก ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อคืนที่ผ่านมา จำนวนทั้งหมด 37,217 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้มาจากประเทศเม็กซิโก แคนาดา และสหรัฐอเมริกา จำนวน 8 เที่ยวบิน รวม 2,400 คน ยังไม่พบผู้มีไข้หรือมีอาการผิดปกติ 

นายวิทยา กล่าวต่อว่า สำหรับยุทธศาสตร์ที่ 3 คือการรับมือเมื่อพบผู้ป่วยในประเทศ เน้นย้ำเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและ อสม. รวมกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ ทำการเฝ้าระวัง ค้นหาผู้ที่มีอาการไข้หวัดและนำเข้าสู่ระบบคัดกรองประวัติการสัมผัสโรคไข้หวัดที่ระบาดในเม็กซิโกทุกราย และให้โรงพยาบาลทุกแห่งดูแลรักษาให้หายขาด ซึ่งหากผู้ป่วยได้รับยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ภายใน 48 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 วัน จะได้ผลดี ขณะนี้ได้สำรองยารักษาไข้หวัดใหญ่และกระจายไปยังโรงพยาบาลทุกระดับทั่วประเทศแล้ว รองรับผู้ป่วยได้ 320,000 คน และองค์การเภสัชกรรมยังสำรองวัตถุดิบไว้พร้อมผลิตได้อีก 1 ล้านเม็ดภายใน 4 วัน มั่นใจได้ว่ากระทรวงสาธารณสุขจะพร้อมป้องกันและดูแลผู้ป่วยทุกราย ไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดในประเทศได้

อังกฤษเตรียมแจกใปปลิวไข้หวัดเม็กซิโกตามบ้าน

เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขของสหราชอาณาจักร กำลังเตรียมแจกในปลิวข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก ไปตามบ้านเรือนทุกหลัง ขณะเดียวกัน รัฐบาลกำลังจะเพิ่มการสำรองผ้าปิดจมูกเอาไว้ ในขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มมากขึ้น

ในปลิวที่จะแจกต่างไปตามบ้านเรือนประชาชน ได้มีคำอธิบายเกี่ยวกับไวรัส พร้อมกับคำแนะนำการรับมือกับไวรัส ในระหว่างการไปเคาะประตูตามบ้าน ในช่วงต้นสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ทางการยังจะเจรจากับบรรดาโรงงานต่าง ๆ เกี่ยวกับการผลิตผ้าปิดจมูกเพื่อเก็บสำรองเอาไว้แต่ไม่มีการยืนยันรายงานข่าวก่อนหน้านี้ว่า สหราชอาณาจักรกำลังต้องการผ้าปิดจมูกเป็นกรณีพิเศษมากถึง 32 ล้านชิ้น

โฆษกหญิงของกระทรวงสาธารณสุข ได้ย้ำว่า ผ้าปิดจมูก จะต้องมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับชนิดที่ใช้โดยผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์ ไม่ใช่แบบที่สาธารณชนทั่วไปใช้กัน ด้านกระทรวงต่างประเทศ ได้เตือนพลเมืองให้เลื่อนการเดินทางไปยังเม็กซิโก บริษัทท่องเที่ยวได้เริ่มยกเลิกการเดินทางไปยังเม็กซิโก และเตรียมรับชาวอังกฤษที่พักผ่อนในต่างประเทศกลับ