(29เม.ย.) ริชาร์ด เบสเซอร์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคระบาดของสหรัฐหรือซีดีซีเรียกร้องให้มีการพิจารณาเปลี่ยนชื่อ ไข้หวัดหมู (swine flu) ที่เชื่อว่าทำให้มีผู้เสียชีวิตในเม็กซิโก159 คน โดยบอกว่า ดีเอ็นเอของไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่ระบาดในเม็กซิโกชนิดนี้ประกอบด้วย ดีเอ็นเอจากไวรัสไข้หวัดในหมู ไข้หวัดในนก และไข้หวัดในคน แต่การเรียกว่า ไข้หวัดหมู จึงทำให้เข้าใจไปว่าเชื้อโรคติดต่อได้จากการรับประทานผลิตภัณฑ์เนื้อหมู ซึ่งไม่เป็นผลดีทั้งต่อผู้ผลิตหมูและผู้รับประทานหมู
นอกจากนี้ทอม วิลแซก รัฐมนตรีเกษตรกรรมของสหรัฐ เรียกร้องเมื่อวานให้มีการเปลี่ยนชื่อโรคที่กำลังระบาดอยู่นี้ โดยบอกว่า อุตสาหกรรมหมูของสหรัฐยังคงปลอดภัยดี และไม่มีหมูป่วยเลยจึงไม่มีเหตุผลที่จะห้ามนำเข้าเนื้อหมูและผลิตภัณฑ์เนื้อหมู
ขณะนี้บางประเทศ เช่น จีน รัสเซีย และยูเครน ได้ห้ามนำเข้าเนื้อหมูจากเม็กซิโกและบางรัฐของสหรัฐ และอีกหลายประเทศกำลังตรวจสอบการนำเข้าเนื้อหมูอย่างเข้มงวดขึ้น ส่งผลให้ราคาหมูตกลงอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้คณะกรรมาธิการยุโรป ได้เสนอให้เปลี่ยนชื่อโรคนี้จากไข้หวัดหมูเป็น "novel flu" ซึ่งคำว่า novel หมายถึง สิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และยังมีข้อเสนอแนะอื่นๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก (Mexico Influenza) และไข้หวัดอเมริกาเหนือ (North America flu)
ส่วนอิสราเอล ก็เรียกร้องให้เปลี่ยนชื่อเป็น ไข้หวัดเม็กซิกัน ( Mexican Flu) เพื่อเลี่ยงใช้คำว่า หมูซึ่งเป็นสัตว์ที่ชาวมุสลิมและชาวยิวห้ามรับประทานเพราะถือว่าหมูไม่สะอาด
ขณะที่นายเคอิจิ ฟูคุดะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสาธารณสุข ความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมขององค์การอนามัยโลก หรือ ดับเบิลยูเอชโอ WHO บอกว่า จะยังคงใช้ชื่อไข้หวัดใหญ่ในหมู (swine influenza) และยังไม่มีแผนที่จะเสนอชื่อใหม่แทน โดยหวังว่าจะไม่เกิดความสับสนจนเกินไป