วันที่ 28 เมษายน 2552
ส่งต่อ
พิมพ์
ขนาดตัวอักษร
Reset
คมชัดลึก : ภาวะความสับสนของเชื้อไวรัสที่ระบาดในเม็กซิโกเริ่มคลี่คลายลง หลังจากองค์การอนามัยโลก (ฮู) ยืนยันว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมฤตยูตัวนี้ไม่ได้เกิดจาก "หมู" แต่เป็นคนด้วยกันเอง ส่วนในประเทศไทยกรมควบคุมโรคได้ประชุมด่วนเมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 เมษายน
เพื่อตั้งชื่อให้โรคใหม่นี้ โดย ส.พญ.ดาริกา กิ่งเนตร ผู้อำนวยการสำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กระทรวงสาธารณสุข ถือว่าเชื้อไวรัสที่แพร่ระบาดในเม็กซิโกและอเมริกาเป็น "โรคติดต่ออุบัติใหม่" (Emerging infectious diseases) แล้ว
ทั้งนี้ เป็นเพราะมีคุณสมบัติสอดคล้องกับเงื่อนไขที่กำหนดไว้อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ 1.เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อตัวใหม่ 2.พบในพื้นที่ใหม่ และ 3.โรคติดต่ออุบัติซ้ำ
"ตอนนี้องค์การอนามัยโลกยังไม่ได้กำหนดชื่อแน่ชัด แต่ขอให้เรียกว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เม็กซิโก ให้ตัดคำว่าหมูออกไปเลย เพราะไม่มีอะไรเกี่ยวพันกับการระบาดของเชื้อตัวนี้ ต้องคิดว่าเป็นเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ของคน แต่เป็นสายพันธุ์จากเม็กซิโกเท่านั้นเอง ล่าสุดยังไม่มีการเพิ่มระดับของการระบาด ยังอยู่ที่ระดับ 3 เท่าเดิม หากเพิ่มเป็นระดับ 4 5 หรือ 6 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเมื่อไรก็จะต้องเติมคำว่า ระบาดใหญ่ เข้าไปที่ข้างหลังชื่อด้วย" ส.พญ.ดาริกา ให้ข้อมูล
อย่างไรก็ตามขณะนี้สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ได้ออก 3 มาตรการเร่งด่วน คือ เฝ้าระวังโรคจากเม็กซิโกและอเมริกา ตั้งด่านทั่วประเทศ เน้นสนามบินและแจกบัตรเตือนภัยสุขภาพ (Health Beware Card)
ด้าน น.สพ.ดร.รุ่งโรจน์ ธนาวงษ์นุเวช ผู้เชี่ยวชาญด้านไข้หวัดหมู ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งกำลังวิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรมของเชื้อไวรัสตัวนี้เปิดเผยว่า เมื่อ 2 -3 วันที่แล้วยืนยันได้ว่า เชื้อไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโกเป็นสายพันธุ์เอช 1 เอ็น 1 (H1N1) โดยตัวเอช 1 เคยพบในหมูของสหรัฐ แล้วไปผสมผสานกับไวรัสจากมนุษย์ ทำให้ข้อมูลช่วงแรกออกมาว่าเป็นไวรัสหมูระบาดในคน
ล่าสุด ผู้เชี่ยวชาญของสหรัฐได้นำเชื้อไวรัสที่พบในผู้ป่วย 20 ราย จากนิวยอร์ก 8 ราย แคลิฟอร์เนีย 7 ราย เทกซัส 2 ราย แคนซัส 2 ราย และโอไฮโอ 1 ราย มาถอดรหัสแล้วเผยแพร่ข้อมูลในเว็บไซต์ของจีเซด (GISAID : Global Initiative on Sharing Avian Influenza Data)
"ตอนนี้ดาวน์โหลดข้อมูลจากจีเซดแล้วนำมาเทียบเคียงกับข้อมูลเชื้อไวรัสในไทยว่าเป็นอย่างไร ส่วนในเม็กซิโกยังไม่มีรายงานต้นกำเนิดของเชื้อไวรัสว่า ติดต่อมายังคนทางใด พูดง่ายๆ ก็คือยังไม่เจอหมูตัวที่เป็นโรคนี้ มีเพียงตัวท่อนเอช 1 เท่านั้นที่ยืนยันว่าเป็นเชื้อไวรัสที่เคยพบในหมูของอเมริกา โดยตัวเอชย่อมาจาก Hemagglutinin (H) แบ่งย่อยได้อีก 16 ชนิด เป็นชื่อเรียกชนิดโปรตีนที่พบบนผิวของเชื้อไวรัส และตัวเอ็นย่อมาจาก Neuraminidase (N) มี 9 ชนิด โดยตัวเอ็นเป็นตัวแพร่เชื้อจากเซลล์ ดังนั้น ยาที่กินเข้าไปเพื่อรักษาเชื้อไวรัสก็คือยาที่ยับยั้งไม่ให้ไวรัสออกจากเซลล์นั่นเอง ตอนนี้ก็รอเปรียบเทียบข้อมูลว่า เป็นเชื้อไวรัสที่เคยพบในประเทศไทยหรือไม่"
ปัจจุบันยารักษาไวรัสกลุ่มเอช 1 เอ็น 1 มี 2 ขนาน เป็นตัวเดียวกับที่รักษาไข้หวัดนกเอช 5 เอ็น 1 คือ 1.ทามิฟลู ชื่อสามัญ โอเซลทามิเวียร์ (olseltamivir) กับ 2.ซานามิเวียร์ ซึ่งไม่นิยมใช้เพราะเป็นแบบพ่น ในประเทศไทยมีการสต็อกยาโอเซลทามิเวียร์ไว้ 3 แสนชุด แต่หลายฝ่ายเริ่มกังวลว่า ยาโอเซลทามิเวียร์ยังจะใช้ได้ผลอยู่หรือไม่
เนื่องจากองค์การอนามัยโลกเตือนว่าในปี 2550-2551 พบอัตราการดื้อยาโอเซลทามิเวียร์สูงถึงร้อยละ 50-70 ในบางประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย
สอดคล้องกับข้อมูลจากศูนย์ไข้หวัดใหญ่แห่งชาติ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รายงานผลสรุป "การเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาและการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ไวรัสไข้หวัดใหญ่ พ.ศ.2551" ดังนี้
"เชื้อ Influenza A/H1N1 ในประเทศไทยได้ดื้อต่อยาโอเซลทามิเวียร์ ในสัดส่วนที่สูงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากกว่าร้อยละ 50 ใน 6 เดือนหลังของปี 2551 และกระจายอยู่ทุกภูมิภาคของประเทศไทย นับเป็นสัญญาณที่น่าเป็นห่วงว่า การรักษาผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่ติดเชื้อ Influenza A/H1N1 ด้วยยาโอเซลทามิเวียร์อาจจะไม่ได้ผลดีอย่างในอดีต..."
ด้าน ศ.นพ.ประเสริฐ เอื้อวรากุล ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และนายกสมาคมไวรัสวิทยา (ประเทศไทย) ยืนยันว่า แม้อัตราการดื้อยาโอเซลทามิเวียร์ในผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่หรือไข้หวัดนก จะมีจำนวนเพิ่มอย่างรวดเร็ว แต่จากข้อมูลการรักษาไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโก ยังไม่พบรายงานการดื้อยาตัวนี้ เพราะแม้จะเป็นเชื้อเอช 1 เอ็น 1 เหมือนกัน แต่มีสายพันธุกรรมแตกต่างกัน ทำให้การรักษายังได้ผลอย่างดี แต่นักวิจัยต่างประเทศถอดรหัสพบว่า เชื้อตัวนี้มีการดื้อต่อยาอะแมนทาดีน (Amantadine) ซึ่งเป็นยารุ่นเก่าที่ใช้รักษาไข้หวัดใหญ่ในคน แต่ปัจจุบันแพทย์เลิกสั่งให้คนไข้แล้ว เพราะมีอัตราการดื้อยาสูง
นายกสมาคมไวรัสวิทยา ยืนยันซ้ำอีกครั้งว่า หากใครสงสัยตัวเองติดเชื้อไข้หวัดมาจากเม็กซิโกหรืออเมริกา ให้รีบติดต่อหรือแจ้งไปที่สถานพยาบาล เพราะมีการเตรียมห้องทดลองเฉพาะทางไว้แล้ว เมื่อนำเชื้อมาตรวจก็จะแยกรายละเอียดได้ทันทีว่า เป็นเชื้อไวรัสตัวร้ายสายพันธุ์ใดกันแน่...
สำหรับเชื้อไวรัสชนิดนี้เคยพบระบาดในประเทศไทยมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว