ศาสนา-พระเครื่อง : ข่าวทั่วไป
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2552
สาลิกา
อิ้น
พระราชครูวามเทพมุนี
อ.โสภณพัฒน์ชัยชนะ
ผ้ายันต์ม้าเสพนาง

มนต์คาถากับความรัก

หลากหลายวิธี ที่จะเอาชนะเพศตรงข้าม เพื่อที่จะมารักตนเองนั้น ในวงการพระเครื่องนั้น มีวัตถุมงคล อันเป็นที่รู้จักว่า มีพุทธคุณโดดเด่นทางเมตตามหาเสน่ห์ คือ สีผึ้ง อิ้น สาลิกา และผ้ายันต์ม้าเสพนาง

 นอกจากนี้แล้ว ยังมีวิธีหนึ่ง อันเป็นที่นิยมมาตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน ถึงกับมีคำพูดที่ติดปากว่า

 "ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็เอาด้วยคาถา"

 อย่างไรก็ตาม หากค้นหาคำว่า "คาถา" จากเว็บกูเกิล  จะมีรายการเกี่ยวข้องประมาณ ๒ ล้านรายการ

 ถ้าเป็นคำว่า "คาถาความรัก" จะมีรายการที่เกี่ยวข้องประมาณ ๒ แสนรายการ

 แต่ถ้าตัดลงเหลือเฉพาะคำว่า  "คาถารัก" จะมีรายการที่เกี่ยวข้องประมาณ ๕ แสนรายการ ในขณะที่คำว่า "คาถามหาเสน่ห์" จะมีรายการที่เกี่ยวข้องประมาณ  ๑.๓ หมื่นรายการ

 ในจำนวนนี้ มีหลายร้อยเว็บไซต์มีการให้ความรู้และวิธีการใช้คาถาอย่างละเอียด เช่น คาถารักแท้ ให้บริกรรมว่า  "โอม นะโมพุทธายะ พุทธัง สะระติ ธัมมัง สะระติ สังฆัง สะระติ จิตตังสะมาเรมะมะเอทิ เอหิชัยยะ เอหิสัพเพชะนา พะหูชะนา เอหิ"

 โดยให้บริกรรมคาถานี้กับลูกอม แล้วอมขณะที่คุยกับคนที่เรารัก จะทำให้เขาคนนั้นเกิดความรักจริงจังขึ้นมา

 คาถามัดใจ ให้บริกรรมว่า "พุทธัง รัตตะนัง ธัมมัง รัตตะนัง สังฆัง รัตตะนัง นะผูก โมมัด พุทรัด ธารึง ยะกรึงคะเร โอมสวาหะ"  โดยให้ใช้สวดภาวนาก่อนนอน ทำให้คนรักคิดถึง

 และ คาถามนต์รัก ให้บริกรรมว่า "โอม นะ ปะ โร รันนะขุเภติ พุทธัง สะระติ จิตตัง สมาคะมา ธัมมัง สะระติ จิตตัง สมาคะมา สังฆัง สะระติ จิตตัง สมาคะมา"  โดยให้ภาวนากับดอกไม้ก่อนที่จะส่งให้คนรัก เมื่อเขาหรือเธอสูดดมดอกไม้ ก็จะรักเราตอบ

 แต่ถ้าใครอยากจะรู้ว่า คู่วาสนาของตนจะมีหรือไม่ เรื่องนี้ อาจารย์เมืองคำ ปภากโร ผู้แก่กล้าในญาณแห่งวัดมหาธาตุฯ กทม. บอกว่า ให้ท่องคาถาดังนี้ 

 "ปุพเพวะ สันนิวา เสนะ ปัจจะบันนะ หิเตนะ วา เอวันตัง ชะยะเต เปมัง อุปะลัง วะ ยะโส ธะเก ฯ"

 โดยให้จุดเทียน ๒ เล่ม ธูป ๓ ดอก ให้ทำในวันพระ ขึ้น ๑๕ ค่ำยิ่งดี ให้ตั้งน้ำสะอาด ๑ ขัน แล้วสวดคาถานี้เท่าอายุ เช่น อายุ ๓๐ ปี ก็สวด  ๓๐ จบ แล้วนำน้ำนั้นมาล้างหน้า  แล้วเข้านอน ท่านว่า กลางคืนจะฝันถึงคู่ครองของตน

 เกี่ยวกับเรื่องใช้มนต์คาถานั้น พระราชครูวามเทพมุนี หัวหน้าคณะพราหมณ์หลวง สำนักงานราชวัง และหัวหน้าคณะพราหมณ์ โบสถ์เทวสถาน บอกว่า คาถาเป็นตัวสื่อทำให้เกิดสมาธิ เมื่อเกิดสมาธิจิตก็ไม่ฟุ่งซ่าน การรู้คาถาและท่องคาถาได้อย่างเดียวไม่พอ ต้องมีสมาธิและศีลธรรมกำกับ คาถานั้นๆ จึงสัมฤทธิ์มรรคผล แต่คนในปัจจุบันคิดว่า การรู้คาถาและท่องคาถาได้เท่านั้น ก็สามารถผูกใจเพศตรงข้ามได้ โดยเฉพาะคาถาที่เกี่ยวกับความรัก ความเมตตา คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า สามารถทำให้เพศตรงข้ามมาสนใจได้ แต่แท้ที่จริงแล้ว คาถาไม่สามารถบังคับจิตใจเพศตรงข้ามได้ กลับเป็นการบังคับฝ่ายผู้ที่ใช้คาถาให้เป็นไปตามคาถาบทนั้นๆ ที่สำคัญ คือ หากนำไปใช้ในด้านกามารมณ์ และผิดศีลธรรม นอกจากไม่เป็นมรรคผลแล้ว  ยังเป็นการสร้างบาปให้เกิดกับผู้ใช้คาถาด้วย

 ด้าน อ.โสภณ พัฒน์ชัยชนะ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องอักขระเลขยันต์ บอกว่า ในคำปรารภของ อาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ผู้ชำนาญทางไสยศาสตร์ และโหราศาสตร์ คนสำคัญของไทย ได้เขียนไว้ในทุกๆ ครั้งที่พิมพ์หนังสือเกี่ยวกับเวทมนต์คาถาต่างๆ คือ

 ในการใช้เวทมนต์คาถานั้น ผลสำเร็จจะเกิดขึ้นได้นั้น ก็อยู่ที่ “ดวงจิต” สำรวมเป็นสมาธิ และสมาธินี้ท่านจัดเป็นบาทฐานแห่งวิปัสสนาญาณ ถึงหากว่า ปุถุชนเราจะบรรลุได้อย่างสูง ไม่เกินขั้นฌานสมาบัติก็ตาม ถึงกระนั้นก็สามารถที่จะแสดงอิทธิฤทธิ์ได้ ตามภูมิของตน ดังเช่น พระเทวทัต หนแรกที่เธอได้รูปฌาน เธอยังสามารถบิดเบือนแปลงกาย กระทำอวดให้อชาตศัตรูกุมาร หลงใหลเลื่อมใสได้

 "คาถาใด ๆ ก็ตาม ถ้าหากว่าเราจะต้องท่องให้จำได้ ก็จะต้องทำใจให้บริสุทธิ์ อาบน้ำชำระล้างสิ่งโสโครกให้สะอาดเสียก่อน แล้วก็นำดอกไม้ธูปเทียนบูชาพระ แล้วก็ระลึกเป็นการขอพรบารมี ให้ท่องได้ง่ายจำได้แม่น เมื่อจะท่องหรือจะใช้พระคาถาใดๆ ทุกๆ พระคาถา จะต้องตั้งนะโม ๓ จบก่อน  การใช้เวทมนตร์คาถานั้น ผลสำเร็จ จะเกิดขึ้นได้ก็อยู่ที่ดวงจิตสำรวมเป็นสมาธิ ที่ใช้คาถาบริกรรมนั้น ผู้บริกรรม จะรู้ถึงเนื้อความของคาถาที่บริกรรมนั้น หรือไม่ก็ตาม นั่นมิใช่สิ่ง ที่เป็นปัญหาที่สำคัญ เพราะความมุ่งหมายต้องการแต่จะให้สมาธิเท่านั้น" อ.โสภณ กล่าว

---------/ล้อมกรอบ/----------

ID:12208710 ผ้ายันต์ม้าเสพนาง-----ใส่ไว้ในล้อมกรอบครับ (ภาพไม่ต้องใหญ่)

---------------------------

        คติความเชื่อแห่งล้านนา

 อ.ขวัญทอง สอนศิริ (โจ้) อาจารย์ประจำศูนย์พิษณุโลกศึกษาโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ภาคเหนือ จ.พิษณุโลก บอกว่า ผ้ายันต์ม้าเสพนาง ชาวล้านนามีคติความเชื่อว่า เป็นมหานิยมมหาเสน่ห์แก่ผู้พกพา ปัจจุบันที่เล่นหาในวงการพระ ต้องยกให้ของ ครูบาวัง วัดบ้านเด่น จ.ตาก เป็นผ้ายันต์ที่เขียนด้วยดินสอดำ ซึ่งเขียนลงในผ้าขาว และผ้าแดง ราคาหลักหมื่นต้นๆ

 ส่วนอีกรูปหนึ่ง เป็นของ ครูบานันตา วัดทุ่งม่านใต้ อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ส่วนที่พบทั่วไปในปัจจุบัน ส่วนใหญ่สร้างหลังปี ๒๕๐๐ ส่วนใหญ่จะเป็นการพิมพ์

 ผ้ายันต์ม้าเสพนาง เป็นยันต์ที่มีในแวดวงยันต์ด้านเสน่ห์ของล้านนามานาน เชื่อกันว่า เป็นยันต์ที่มาจากทางพม่า เงี้ยว แต่โบราณล้านนานิยมใช้ยันต์นี้กันมาก เนื่องจากให้ผลทางด้านเสน่ห์รุนแรง ผู้ชายจะไปเที่ยวหาสาว หากได้ติดตัวไปด้วยต้องได้สาว

 ม้าเสพนาง เป็นหนึ่งใน ๔ สุดยอดเสน่ห์ โดยมี ๑.ม้าเสพนาง ๒.วัวเสพนาง ๓.หนูกินน้ำนมแมว และ ๔.วัวกินน้ำนมเสือ

 "ยันต์ม้าเสพนาง จึงเป็นยันต์ที่ให้ผลทางด้านราคะ  ตัณหากามารมณ์รุนแรง ผู้ที่จะใช้ หากมีศีลธรรมนำไปใช้ในทางที่ดี กับผู้ที่ยังไม่มีเจ้าของ หรือ แฟนของเรา และยังเลี้ยงดู ดูแลเขาด้วยจะนับเป็นการดี แต่ถ้าหาก นำไปใช้ในทางที่ผิดศีลธรรม ผิดลูกผิดเมียเขา ยันต์นี้แม้จะได้ผล แต่ก็จะได้ผลไม่มาก และอาจเสื่อมในที่สุด ส่วนคาถาใช้เสกยันต์ม้าเสพนาง โอม กามะตัณหา ภะวะตัณหา วิภะวะตัณหา กามะราคะ ตัณหา มะโน รัมมา ปิยา สวาหูม" อ.ขวัญทอง กล่าว

 

เรื่อง... "ไตรเทพ ไกรงู"

ภาพ... "คณาธิศ ศรีหิรัญเดช"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง