กลับหน้าแรก
เสด็จออกมหาสมาคม ‘ให้ยึดความผาสุกประชาชน’
เมื่อเวลา 14.56 น. วันที่ 4 พฤษภาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ฉลองพระองค์ครุย ทรงพระมหาพิชัยมงกุฎ สายสะพายนพรัตนราชวราภรณ์ สายสร้อยจุลจอมเกล้า และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงยืนเฝ้าฯ ด้านตะวันตกหน้าแถวพระบรมวงศานุวงศ์ ใกล้มุมเสาด้านซ้ายพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ในพระวิสูตร

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นประทับบนพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ ภายใต้พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงสวมพระมหาพิชัยมงกุฎ มีมหาดเล็กเชิญราชกกุธภัณฑ์ พระแสงรายตีนตอง พระแสงอัษฎาวุธ และถวายอยู่งานพัดโบก เจ้าพนักงานรัวกรับและเปิดพระวิสูตร เจ้าพนักงานชูพุ่มดอกไม้ทองให้สัญญาณ ชาวพนักงานประโคมกระทั่ง แตร มโหระทึก ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ขณะนั้นทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด โดยมีพระบรมวงศานุวงศ์ คณะองคมนตรี คณบดีทูตและคณะทูตานุทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติและคณะ ประธานศาลฎีกาและคณะ ประธานองค์กรอิสระและคณะ ข้าราชการทหาร ตำรวจ พลเรือน และสมาชิกจุลจอมเกล้าเฝ้าฯ
เมื่อสุดเสียงประโคมแล้ว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลในนามพระบรมวงศานุวงศ์ ความว่า

“ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า เหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ มีความปีติปราโมทย์เป็นพ้นประมาณ ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ สืบพระบรมราชสันตติวงศ์ฉลองพระองค์สมเด็จพระบรมชนกนาถ และได้พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้มาประชุมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคลและแสดงความจงรักสวามิภักดิ์ในใต้เบื้องพระยุคลบาท ในวาระแห่งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในอุดมศุภสมัยอันพิเศษนี้ ข้าพระพุทธเจ้าเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ จึงขอพระราชทานยกสัจธรรมขึ้นเป็นที่ตั้งร่วมจิตถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวงจะตั้งตนตั้งใจไว้ให้มั่นคงในความซื่อสัตย์สุจริต และความจงรักภักดี จะมุ่งมั่นประพฤติตนปฏิบัติงานตามภาวะฐานะและหน้าที่ของตน โดยเต็มกำลังสติปัญญาความสามารถ เพื่อธำรงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์แห่งบรมราชจักรีวงศ์ กับขอพระราชทานตั้งสัตยาธิษฐาน ถวายพระพรชัยมงคล ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และเทวาดิเทพน้อยใหญ่ ซึ่งรักษาสยามรัฐสีมาราชัยสวรรค์ กับทั้งพระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ จงพร้อมกันอำนวยศรีสวัสดิมงคล แด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ทรงสถิตสถาพร ในมไหสูริยสมบัติ เป็นร่มรัตนฉัตรปกประเทศ ให้เป็นบุญเขตอันร่มเย็นเป็นสุข แก่ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายและประชาชนถ้วนหน้าตลอดไปชั่วกาลนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ”
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลในนามคณะรัฐมนตรี ข้าราชการทหาร ตำรวจ พลเรือนและราษฎรทุกหมู่เหล่า ต่อมานายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลในนามสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ก่อนที่นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลในนามข้าราชการตุลาการ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสตอบ ความว่า “ข้าพเจ้ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาอยู่ในท่ามกลางมหาสมาคมพรั่งพร้อมด้วยทุกท่านจากทุกสถาบันสำคัญของชาติ และได้รับคำอวยพรอันเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาดีและไมตรีจิต ขอขอบพระทัย และขอบใจ ในคำอำนวยพรและน้ำใจไมตรีของทุกท่านเป็นอย่างมาก ในโอกาสนี้ข้าพเจ้าขอเชิญชวนทุกท่านทุกฝ่ายในมหาสมาคมนี้ และประชาชนชาวไทยทุกคน ได้ตั้งความปรารถนาร่วมกันกับข้าพเจ้า ในอันที่จะร่วมกันปฏิบัติงานตามฐานะและหน้าที่ของตน โดยยึดเอาประโยชน์ คือความเจริญมั่นคงของประเทศชาติและความผาสุกร่มเย็นของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด ขอคุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์จงคุ้มครองรักษาทุกท่านให้ประสบความสุขความเจริญพร้อมด้วยพรอันเป็นมงคลทุกประการ”
เจ้าพนักงานรัวกรับและปิดพระวิสูตร เจ้าพนักงานชูพุ่มดอกไม้ทองให้สัญญาณ ชาวพนักงานประโคมกระทั่ง แตร มโหระทึก ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี

ในการออกมหาสมาคมวันนี้ เจ้าหน้าที่เทียบพระที่นั่งราเชนทรยานที่เกยพระที่นั่งดุสิตาภิรมย์ รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่หน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท และเทียบเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ที่ท่าราชวรดิฐ