กลับหน้าแรก
พร้อม'ต้อนรับ-ดูแล' ประชาชนร่วมถวายพระพรชัยมงคล
ด้วยน้ำพระราชหฤทัยของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัววชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงห่วงใยประชาชนชาวไทยที่จะเดินทางมาร่วมถวายความจงรักภักดีและร่วมถวายพระพรชัยมงคลในพิธีประวัติศาสตร์ “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562” จึงม่ีรับสั่งแก่คณะผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ความว่า “ให้ดูแลประชาชนที่มาร่วมงานอย่างดีเสมือนเป็นแขกของพระราชา” รัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กำชับให้หน่วยงานภาครัฐ ทหารตำรวจ รัฐวิสาหกิจ ดูแลและอำนวยความสะดวกประชาชนทั้งในเรื่องความปลอดภัย การจราจร การแพทย์พยาบาล อาหาร น้ำดื่ม และห้องสุขา ให้ดีที่สุดและเพียงพอต่อความต้องการ มีการจัดรถประจำทาง เรือโดยสาร รถไฟ ให้บริการฟรี เกี่ยวกับเรื่องเส้นทางการจราจร พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า วันที่ 2 พฤษภาคม อันเป็นวันที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์ที่พระลานพระราชวังดุสิต ปฐมบรมราชานุสรณ์สะพานพุทธยอดฟ้าที่สะพานพุทธ และทรงบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพระบรมมหาราชวัง จะมีการปิดการจราจรเตรียมการจัดงานพระราชพิธีฯ พื้นที่ชั้นในโดยเริ่มปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป ในถนน 8 สายคือ 1.ถนนหน้าพระลานตลอดสาย 2.ถนนหน้าพระธาตุจากแยกสามเหลี่ยมประตูวิเศษไชยศรีถึงแยกพระจันทร์ 3.ถนนราชดำเนินในจากแยกผ่านพิภพถึงแยกป้อมเผด็จฯ 4.ถนนสนามไชยจากแยกป้อมเผด็จถึงแยกท้ายวัง (วงเวียนรด.) 5.ถนนหับเผย 6.ถนนหลักเมือง 7.ถนนกัลยาณไมตรีถึงสะพานช้างโรงสี 8.ซอยสราญรมย์ และจัดการเดินรถทางเดียว 5 สาย ได้แก่ 1.ถนนพระจันทร์จากแยกพระจันทร์ถึงท่าพระจันทร์ 2.ถนนมหาราชจากท่าพระจันทร์ถึงปากซอยเศรษฐการ 3.ถนนท้ายวังจากท่าเตียนถึงแยกท้ายวัง (วงเวียนรด.) 4.ถนนเชตุพนจากถนนมหาราชถึงถนนสนามไชย 5.ซอยเศรษฐการจากถนนมหาราชถึงถนนสนามไชย ส่วน วันที่ 3 พฤษภาคม จะขยายการปิดการจราจรชั้นในเพิ่มเติมอีก 6 สาย ได้แก่ 1.ถนนราชินีจากแยกผ่านพิภพถึงใต้สะพานพระปิ่นเกล้า 2.ถนนสนามไชยจากแยกท้ายวังถึงแยกตัดถนนพระพิพิธ 3.ถนนหน้าพระธาตุตลอดสาย 4.ถนนพระจันทร์ตลอดสาย และ 5.ถนนมหาราชจากท่าพระจันทร์ถึงปากซอยเศรษฐการ 6.ถนนท้ายวังโดยปิดการจราจรเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป และเปิดจุดคัดกรองเวลา 06.00 น. วันที่ 4 พฤษภาคม จะปิดการจราจรต่อเนื่องจากวันที่ 3 พฤษภาคม จนถึงเวลา 24.00 น. และเปิดจุดคัดกรอง 06.00 น. และในส่วนของ วันที่ 5 พฤษภาคม จะขยายการปิดการจราจรเพิ่มเติมอีก 34 สาย ได้แก่ 1.ถนนราชดำเนินนอกจากแยกจปร.-แยกผ่านฟ้า 2.ถนนนครสวรรค์จากแยกผ่านฟ้า-แยกจักรพรรดิพงษ์ 3.ถนนหลานหลวงจากแยกผ่านฟ้า-แยกหลานหลวง 4.ถนนมหาไชยจากแยกป้อมมหากาฬ-แยกสำราญราษฎร์ 5.ถนนดินสอ จากแยกกทม.-แยกวันชาติ 6.ถนนประชาธิปไตยจากแยกวันชาติ-แยกวิสุทธิกษัตริย์ 7.ถนนตะนาวจากวงเวียนสิบสามห้าง-สี่กั๊ก เสาชิงช้า 8.ถนนสิบสามห้าง 9.ถนนข้าวสาร 10.ถนนรามบุตรี 11.ถนนตานี 12.ถนนไกรสีห์, ถนนพระสุเมรุ 13.ถนนสามเสนจากแยกบางขุนพรหม-แยกบางลำพู 14.ถนนจักรพงษ์ 15.สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า-แยกผ่านพิภพ 16.ถนน บุญศิริจากถนนอัษฎางค์-ถนนบูรณศาสตร์ 17.ถนนราชบพิธ 18.ถนนบำรุงเมืองจากสี่กั๊กเสาชิงช้า-แยกศิริพงษ์ 19.ถนนเจริญกรุงจากสี่กั๊กพระยาศรี-แยกเฉลิมกรุง 20.ถนนบ้านหม้อจากสี่กั๊ก พระยาศรี-แยกบ้านหม้อ 21.ถนนอัษฎางค์จากแยกสะพานมอญ- แยกพระพิทักษ์ 22.ถนนราชินีจากแยกผ่านพิภพ-แยกพระพิทักษ์ 23.ถนนพระพิพิธจากถนนสนามไชย-แยกพระพิทักษ์ 24.ถนนพาหุรัด 25.ถนนมหาราชจากท่าพระจันทร์-แยกปากคลอง ตลาด 26.ถนนท้ายวัง 27.ถนนเชตุพน 28.ซอยเศรษฐการ 29.สะพานพุทธ 30.ถนนตรีเพชร 31.ถนนตีทอง 32.ถนนสะพานพระพุทธยอดฟ้า (ถนนใต้สะพานพุทธยอดฟ้า) 33.ถนนจักรเพชร 34.จากปากคลองตลาด (สะพานเจริญรัช)-ทางร่วมหน้าการไฟฟ้านครหลวง (วัดเลียบ) ทั้งนี้ จะขยายการปิดการจราจรชั้นนอกเพื่อรองรับประชาชนที่มาเข้าร่วมพระราชพิธีฯ และรอเฝ้ารับเสด็จในเส้นทางเพิ่มเติมอีก 10 สาย ได้แก่ 1.ถนนราชดำเนินนอกจากแยกจปร. ถึงแยกพระบรมรูปทรงม้า 2.ถนนศรีอยุธยาจากแยกพล.1 ถึงแยกวัดเบญจมบพิตร 3.ถนนพิษณุโลกจากแยกวังแดงถึงแยกยมราช 4.ถนนลูกหลวงจากแยกประชาเกษมถึงแยกสะพานขาว 5.ถนนกรุงเกษมจากแยกเทเวศร์ถึงแยกกษัตริย์ศึก 6.คู่ขนานลอยฟ้าจากทางลง สิรินธรข้ามสะพานพระราม 8 ถึงแยกวิสุทธิกษัตริย์ 7.ถนนวิสุทธิกษัตริย์ ตลอดสาย 8.ถนนจักรพรรดิพงษ์จากแยกจปร.-แยกแม้นศรี 9.ถนนหลานหลวงจากแยกหลานหลวง-แยกยมราช 10.ถนนนครสวรรค์จากแยกจักรพรรดิพงษ์-แยกนางเลิ้ง และจะจัดเดินรถทางเดียว ในถนนสวรรคโลกจากแยกยมราชไปแยกเสาวนีย์ สำหรับข้อมูลการเดินทาง การปฏิบัติตน และการเฝ้ารับเสด็จ โดยประชาชนสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ www.phralan.in.th หรือสายด่วน 1197 ตลอด 24 ชม.
รอบพื้นที่ จำนวน 26 จุด รองรับไม่น้อยกว่า 38,000 คัน หรือนั่งรถไฟ มาลงสถานีรถไฟหัวลำโพง และเรือมาทางแม่น้ำเจ้าพระยา คลองแสนแสบมาขึ้นยังท่าเรือโดยรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ก่อนนั่งรถชัตเติลบัสหรือเดินเท้าเข้ามายังบริเวณจุดรอบนอกงานพระราชพิธี ผ่านจุดคัดกรอง 21 จุด ซึ่งจะใช้เวลาไม่เกิน 10 วินาทีต่อคน เพื่อผ่านเข้าไปยังพื้นที่ภายในพระราชพิธี นอกจากนี้ การเตรียมตัว ของประชาชนที่จะมาร่วมงาน ขอแนะนำให้พกบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดงแก่เจ้าหน้าที่ ณ จุดคัดกรอง ผู้ปกครองที่มากับเด็กกรุณาเขียนชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ของผู้ปกครองติดไว้กับตัวเด็ก ผู้สูงอายุที่เดินไม่สะดวก จุดคัดกรองมีบริการรถเข็นวีลแชร์ให้ และในช่วงนี้อากาศค่อนข้างร้อน แนะนำให้ประชาชนพกร่มและหมวกมาด้วย หากมีโรคประจำตัวพกยาประจำตัวมาด้วย

ทางด้านงานอำนวยความสะดวกการเดินทางให้บริการประชาชนเข้าร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม โดยมีแผนการดำเนินงานดังนี้ บริการทางเรือ กรมเจ้าท่า ได้จัดเรือบริการฟรี ระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม

1.เรือด่วนเจ้าพระยา จากนนทบุรีถึงท่าเรือปิ่นเกล้าฝั่งพระนครจำนวน 4 เที่ยว (เช้า 2 เที่ยว เย็น 2 เที่ยว เวลา 10.00 น. 11.00 น. และ 15.00 น. 16.00 น.)
จากท่าสาทรถึงท่าสะพานพุทธจำนวน 4 เที่ยว (เช้า 2 เที่ยวเย็น 2 เที่ยว เวลา 10.00 น. 11.00 น. และ 15.00 น. 16.00 น.)
2.เรือข้ามฟาก (ฟรี ระหว่างวันที่ 4-6 พ.ค. ตั้งแต่ 06.00-22.00 น.)
ท่าเรือพระราม 8 มาท่าปิ่นเกล้าฝั่งพระนคร ทุก 20 นาที ท่าเรือรถไฟมาท่าปิ่นเกล้าฝั่งพระนคร ทุก 20 นาที
ท่าเรือปิ่นเกล้าฝั่งธนบุรีมาท่าเรือปิ่นเกล้าฝั่งพระนครทุก 15 นาที การรถไฟแห่งประเทศไทย บริการฟรี
ระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม โดยเริ่มจาก
สายเหนือ เที่ยวมา เส้นทางอยุธยา-กทม. (ยมราช) เที่ยวกลับ หัวลำโพง–อยุธยา
สายใต้ เที่ยวมา เส้นทางนครปฐม-ธนบุรี เที่ยวกลับ ธนบุรี-นครปฐม
สายตะวันออก เที่ยวมา ฉะเชิงเทรา-ยมราช เที่ยวกลับ หัวลำโพง-ฉะเชิงเทรา
แม่กลอง เที่ยวมา มหาชัย-วงเวียนใหญ่ เที่ยวกลับ วงเวียนใหญ่- มหาชัย
การบริการของ ขสมก. จัดบริการรถ ขสมก. ฟรี
ระหว่างวันที่ 2–6 พฤษภาคม ใน 16 เส้นทาง ได้แก่
เส้นทางชัตเติลบัสจากจุดจอดรถถึงจุดส่ง จำนวน 11 เส้นทาง คือ
1.เมืองทองธานี, ศูนย์ราชการ-สนามม้านางเลิ้ง
2.สโมสรตำรวจ, ม.เกษตรศาสตร์-สนามม้านางเลิ้ง
3.สโมสรกองทัพบก, กทม.2-สนามม้านางเลิ้ง
4.ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต-สนามม้านางเลิ้ง
5.ที่จอดรถของ รถไฟฟ้า(รฟม.) รัชดาฯ, เอ็มอาร์ที, ศาลอาญา-บ้านมนังคศิลา
6.อิเกีย, เมกะ, ไบเทคบางนา-บ้านมนังคศิลา
7.สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ลาดกระบัง-บ้านมนังคศิลา
8.ท่าเรือคลองเตย, โรงงานยาสูบ, แอร์พอร์ตลิงค์มักกะสัน- บ้านมนังคศิลา
9.เซ็นทรัลพระราม 2, โรงเรียนบางมดวิทยา-วัดเทพศิรินทร์
10.พุทธมณฑลสาย 4, เซ็นทรัลศาลายา, อู่รถบรมราชชนนี, มหาวิทยาลัยทองสุข–วัดเทพศิรินทร์
11.เซ็นทรัลเวสต์เกต - สะพานพระปิ่นเกล้า
เส้นทางเดินรถเฉพาะกิจ รับส่งทุกป้าย จำนวน 6 เส้นทาง คือ
1.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-สนามม้านางเลิ้ง
2.สถานีขนส่งจตุจักร-สนามม้านางเลิ้ง
3.วงเวียนใหญ่-สะพานพระพุทธยอดฟ้า
4.สนามศุภชลาศัย-บ้านมนังคศิลา
5.สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่)-สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า
6.สถานีรถไฟหัวลำโพง-บ้านมนังคศิลา
จุดคัดกรอง
ก่อนจะเข้าไปยังพื้นที่พระราชพิธีบรมราชาภิเษกต้องผ่านจุดคัดกรองความปลอดภัย ประชาชนทุกคนต้องพกบัตรประชาชนเพื่อแสดงตนในการตรวจคัดกรองเข้าพื้นที่ ซึ่งมีจุดคัดกรองแยกตามกิจกรรมพระราชพิธีในแต่ละวัน ดังนี้
วันที่ 2 พฤษภาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงถวายราชสักการะ
พระปฐมบรมราชานุสรณ์ (รัชกาลที่ 1) สะพานพระพุทธยอดฟ้า, พระบรมราชานุสรณ์รัชกาลที่ 5 พระลานพระราชวังดุสิต และทรงบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม 1.จุดคัดกรองพระราชพิธี ณ พระลานพระราชวังดุสิต เริ่มเปิดจุดคัดกรองเวลา 02.00 น. ฤกษ์เวลา 16.09 น.
- สำหรับจุดคัดกรองแขกรับเชิญเข้าร่วมพิธี ใช้จุดคัดกรองบริเวณโค้งปั๊ม ปตท., หน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และหน้าธนาคารทหารไทย
- สำหรับประชาชนร่วมรับเสด็จช่องทางขนานถนนราชดำเนินนอกหน้า ทภ.1 ใช้จุดคัดกรองสะพานชมัยมรุเชฐ
- สำหรับประชาชนร่วมรับเสด็จช่องทางขนานถนนราชดำเนินนอกหน้าวังปารุสกวัน ใช้จุดคัดกรองแยกวังแดง
2.จุดคัดกรองพระราชพิธี ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์สะพานพระพุทธยอดฟ้า เปิดจุดคัดกรองเวลา 12.00 น. หมายกำหนดการเวลา 16.09-20.30 น.
- ประชาชนร่วมรับเสด็จถนนตรีเพชร ฝั่งโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ใช้จุดคัดกรองถนนบ้านหม้อ
- ประชาชนร่วมรับเสด็จบริเวณถนนตรีเพชร ฝั่งวัดราษฎร์บูรณะ ใช้จุดคัดกรองถนนจักรเพชร
วันที่ 3 และ 4 พฤษภาคม พระราชพิธีภายในพระบรมมหาราชวัง
ให้ประชาชนเข้าร่วมรับเสด็จบริเวณด้านนอกพระบรมมหาราชวัง เริ่มเปิดจุดคัดกรองเวลา 06.00 น. ฤกษ์เวลา 10.00 น.
- ประชาชนที่มาจากถนนพระอาทิตย์ ใช้จุดคัดกรองสะพานพระปิ่นเกล้า
- ประชาชนที่มาจากถนนราชดำเนินกลาง ใช้จุดคัดกรองพระแม่ธรณีบีบมวยผม
- ประชาชนที่มาจากถนนอัษฎางค์ ใช้จุดคัดกรองสะพานช้างโรงสี
- ประชาชนที่มาจากถนนเจริญกรุง ใช้จุดคัดกรองวงเวียน รด.
- ประชาชนที่มาจากท่าเรือท่าช้าง ใช้จุดคัดกรองท่าช้าง
วันที่ 5 พฤษภาคม พระราชพิธีภายในพระบรมมหาราชวัง และเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคไปยังวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ให้ประชาชนร่วมรับเสด็จตาม
เส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน เริ่มเปิดจุดคัดกรองเวลา 12.00 น. ฤกษ์เวลา 16.30 น.
มี 21 จุดคัดกรอง ได้แก่ สะพานพระปิ่นเกล้า, ท่าช้าง, สนามหลวง ฝั่งถนนหน้าพระธาตุ, พระแม่ธรณีบีบมวยผม, ถนนจักรพงษ์ พิพิธภัณฑ์เหรียญ, ถนนข้าวสาร ก่อนตัดถนนตะนาว, ถนนตะนาว ฝั่งใต้, ถนนบูรณศาสตร์, ถนนบุญศิริ ก่อนถนนอัษฎางค์, สะพานช้างโรงสี, แยกบางลำพู, เชิงสะพานเฉลิมวันชาติ, แยกผ่านฟ้าลีลาศ (ถนนนครสวรรค์), แยกผ่านฟ้าลีลาศ (ถนนหลานหลวง), แยกผ่านฟ้าลีลาศ (ถนนดำรงรักษ์), ถนนมหาชัย (วัดราชนัดดา), ถนนดินสอ ฝั่งใต้, แยกเสาชิงช้า, แยกเฉลิมกรุง, วงเวียน สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง และท่าเตียน วันที่ 6 พฤษภาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกสีหบัญชร ณ พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท ให้ประชาชนเฝ้าถวายพระพรชัยมงคล ใช้จุดคัดกรองเช่นเดียวกับวันที่ 3 และ 4 พฤษภาคม
อาหาร-น้ำดื่ม-ที่พัก-สุขา-สาธารณสุข
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ สมด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยประชาชนจึงมีรับสั่งให้จัดเสื่อ เบาะรองนั่ง และหญ้าเทียมแก่ประชาชน และพระราชทานโรงครัวแบ่ง 18 จุด เพื่อดูแลเรื่องอาหารและ น้ำดื่มแก่ประชาชนที่มาร่วมงาน ขณะเดียวกันกรุงเทพมหานครได้ให้มีการบริการด้านอาหาร เครื่องดื่ม ที่พัก ห้องน้ำห้องสุขา แก่ประชาชนด้วย ด้านการให้บริการอาหาร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยราชการในพระองค์ 904 จัดตั้งโรงครัวพระราชทานเริ่มตั้งแต่วันที่ 4-6 พฤษภาคม ณ ท้องสนามหลวง และจุดต่างๆ โดยรอบ และสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายให้จัดอาหารพระราชทาน จำนวน 80,000 ชุด แจกจ่าย ประชาชน ในบริเวณสวนสราญรมย์ ในวันที่ 6 พฤษภาคม ขณะที่กรุงเทพมหานครร่วมกับสมาคม องค์กรภาคีเครือข่ายในการร่วมจัดตั้ง โรงครัวพระราชทาน เพื่อปรุงประกอบอาหาร และบริการอาหารสำหรับประชาชนที่มารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กระจายตามพื้นที่ต่างๆ ประมาณ 160,000 คน ตามที่ กอร.พระราชพิธีบรมราชาภิเษกกำหนดไว้ จำนวน 6 จุด ซึ่งเป็นจุดส่งคนลง ได้แก่ วัดเทพศิรินทราวาส บ้านมนังคศิลา สนามม้านางเลิ้ง บริเวณเชิงสะพานพุทธ บ้านพิษณุโลก และใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งเขตบางพลัด และได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมปฏิบัติงานในพื้นที่ พร้อมทั้งมีกระทรวงต่างๆ อีก 19 กระทรวง ร่วมสนับสนุนอาหารว่างสำหรับประชาชน กระทรวงละ 3,000 กล่อง รวม 57,000 กล่อง
ด้านการให้บริการน้ำดื่ม กรุงเทพมหานคร ได้จัดเตรียมแท็งก์น้ำบริการน้ำดื่ม จำนวน 80 แท็งก์ รวมถึงมีน้ำขวดกว่า 350,000 ขวด ทั้งในจุดบริการอาหารที่กรุงเทพมหานครรับผิดชอบ 6 จุด และกระจายตามโซนต่างๆ นอกจากนี้ การประปานครหลวงได้สนับสนุนน้ำดื่มบรรจุขวดสำหรับเจ้าหน้าที่และประชาชน และสนับสนุนกระบอกน้ำหรือแก้วน้ำสำหรับเติมน้ำได้ จำนวน 300,000 ใบ รวมทั้งจัด รถบริการน้ำดื่มแบบเติม จำนวน 8 คัน ตลอดงานพระราชพิธี
ด้านการให้บริการห้องน้ำห้องสุขา รถสุขาเคลื่อนที่ กรุงเทพ มหานครได้จัดรถสุขาเคลื่อนที่ จำนวน 48 คัน กระจายตามจุดบริการอาหารที่กรุงเทพมหานครรับผิดชอบ 6 จุด จุดละ 2 คัน และกระจายตามโซนต่างๆ อีกทั้งยังเตรียมรถสุขาเคลื่อนที่สนับสนุนเพิ่มเติม กรณีไม่เพียงพออีก จำนวน 29 คัน นอกจากนี้ สำนักงานเขตพระนครได้สำรวจบ้านเรือนของประชาชนที่ยินดีให้การสนับสนุนห้องสุขาสำรองกรณีสุขาเคลื่อนที่ของกรุงเทพมหานครไม่เพียงพอสำหรับให้บริการ ขณะนี้ได้จำนวน 32 หลังคาเรือน โดยจะติดสติกเกอร์เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้ประชาชนทราบ ซึ่งทางกรุงเทพมหานครจะบริการสูบส้วมให้แก่บ้านของประชาชนก่อนและหลังงานพระราชพิธี
ด้านการให้บริการที่พักสำหรับประชาชน กรุงเทพมหานคร ได้จัดเตรียมสถานที่พักพร้อมเครื่องนอน จำนวน 1,000 คน ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 และอาคารกีฬาเวสน์ 2 เพื่อเป็นที่พักสำหรับประชาชนที่ เดินทางมาร่วมงานพระราชพิธี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม เป็นต้นไป
นอกจากนี้ยังมีการจัดหน่วยบริการประชาชนทุกๆ 200 เมตร จำนวน 66 จุด แต่ละจุดจะมีข้าราชการ 2 คน เจ้าหน้าที่รักษาความสะอาด 4 คน เจ้าหน้าที่เทศกิจ 2 คน และประชาชนจิตอาสา 2 คน นอกจากนี้ยังประสานกับโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อให้บริการเป็นภาษาต่างประเทศเพิ่มเติม รวมถึงการติดตั้งจอแอลอีดีขนาดใหญ่จำนวน 25 จอ รวมถึงโทรทัศน์ขนาด 49 นิ้วจำนวน 20 จอ กระจายตามวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดบวรนิเวศวิหาร และวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร โดยจอแอลอีดี 25 จอจะเริ่มติดตั้งวันที่ 27 เมษายน และเริ่มถ่ายทอดภาพพระราชกรณียกิจสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ต่อเนื่องไปตลอดจนกว่าจะมีการถ่ายทอดสดพระราชพิธี
ด้านการบริการทางการแพทย์ หน่วยแพทย์มีจำนวนมาก ทั้งของ สธ. เหล่าทัพ โรงเรียนแพทย์ และภูมิภาคที่มาสนับสนุน การสลับสับเปลี่ยนก็จะดูความเหมาะสม คนทำงานก็อยู่ช่วง 8-12 ชั่วโมงก็มีการพัก และมีทีมเข้าไปทดแทน โดยวันที่ 5 พฤษภาคม ซึ่งจะมีประชาชนมาเฝ้ารับเสด็จขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค ได้เตรียมทีมแพทย์ไว้รวม 271 ทีม ประกอบด้วย ทีมกู้ชีพระดับสูง 37 ทีม ทีมกู้ชีพระดับพื้นฐาน 44 ทีม ทีมเดินเท้า 185 ทีม และทีมปฐมพยาบาล 48 ทีม รวมทั้งมีจิตอาสาพระราชทานด้านการแพทย์และสาธารณสุขลงทะเบียน 883 คน และเตรียมทีมเสริมจากพื้นที่ปริมณฑลอีก 15 ทีม
นอกจากนี้ จะสื่อสารไปยังประชาชนที่จะมาร่วมพระราชพิธีด้วยว่า ให้มีการเตรียมตัว เนื่องจากขณะนี้สภาพอากาศร้อน ทำให้มีโอกาสขาดน้ำ ได้รับความร้อนสูง อาหารอาจบูดเสียง่าย จึงควร รับประทานอาหารปรุงใหม่ สวมเสื้อผ้าถ่ายเทอากาศได้ดี เตรียมน้ำดื่ม เตรียมเครื่องกันแดดให้ดี เช่น หมวก ร่ม พัด ผ้าเย็น เพื่อลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วย โดยเฉพาะโรคฮีทสโตรก แต่หากรู้สึกไม่สบายก็สามารถขอความช่วยเหลือขอคำปรึกษาได้เลยกับทีมแพทย์ที่จัดไว้ และหากเกิดเจ็บป่วยจริงก็สามารถส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดตามระบบได้ ทั้งนี้ ผู้มีโรคประจำตัวให้พกยาติดตัวไว้ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือเดินทางมาคนเดียว ให้เขียนชื่อนามสกุล ประวัติการแพ้ยาหรือโรคประจำตัว โรงพยาบาลที่รักษาประจำ หมายเลขติดต่อญาติไว้กับตัวเสมอ เพื่อเป็นข้อมูลหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
ประชาชนสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.trafficpolice.go.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนจราจร 1599 และ 1197