พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เป็นพระราชโอรสพระองค์เดียว ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชสมภพ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 ทรงเป็นสยามมกุฎราชกุมารพระองค์ที่ 3 ของไทย

ทรงมีพระเชษฐภคินี คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และพระขนิษฐา 2 พระองค์ คือ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

มีพระราชธิดา 2 พระองค์ คือ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และมีพระราชโอรส 1 พระองค์ คือ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ

เนื่องด้วยสนพระราชหฤทัยด้านการทหารนับแต่ทรงพระเยาว์ และยังทรงพระวิริยะอุตสาหะในการเพิ่มพูนความรู้ และพระประสบการณ์อยู่เสมอ โดยทรงเข้าศึกษาในระดับเตรียมทหารที่โรงเรียนคิงส์ ประเทศออสเตรเลียในปี พ.ศ. 2513 จากนั้นทรงเข้าศึกษาในวิทยาลัยการทหารชั้นสูงที่วิทยาลัยการทหารดันทรูน กรุงแคนเบอร์ราในปี พ.ศ. 2515 หลักสูตรของวิทยาลัยการทหารแห่งนี้แบ่งออกเป็น 2 ภาค คือ ภาควิชาการทหาร รับผิดชอบและดําเนินการโดยกองทัพบกออสเตรเลีย ส่วนอีกภาคหนึ่งเป็นการศึกษาวิชาสามัญ ระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ เมื่อทรงสําเร็จการศึกษาแล้วยังทรงศึกษาเพิ่มเติมในหลักสูตรการทหารของหน่วยงานต่างๆ อยู่เสมอ

ทรงเข้าศึกษาอบรมหลักสูตรการบินต่างๆ ทั้งหลักสูตรบินเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป เฮลิคอปเตอร์แบบโจมตี หลักสูตรการฝึกบินเครื่องบินปีกติดลําตัว เครื่องบินขับไล่ หรือหลักสูตรนักบินพาณิชย์ ทรงสอบได้ใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก และทรงได้รับใบอนุญาตเป็นกัปตันเครื่องบินโบอิ้ง 737 โดยทรงเป็น “เจ้าฟ้านักบินขับไล่ไอพ่น” พระองค์แรกแห่งราชวงศ์จักรี

เมื่อมีพระชนมายุครบ 20 พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2515 โดยมีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สิริกิติยสมบูรณสวางควัฒน์ วรขัตติยราชสันตติวงศ์ มหิตลพงศอดุลยเดช จักรีนเรศยุพราชวิสุทธ สยามมกุฎราชกุมาร”

ตลอดระยะเวลาที่ทรงดํารงพระราชอิสริยยศ “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” ทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อบําบัดทุกข์บํารุงสุขให้กับประชาชนมาโดยตลอด อาทิ เสด็จฯ ไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านศาสนา มูลนิธิการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยพระองค์พระราชทานให้กับเยาวชนทั้งชาย และหญิงที่เรียนดี ประพฤติดี แต่มีฐานะยากจนทั่วประเทศ

วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ปวงชนชาวไทยทั้งผองปลาบปลื้มปีติ ภายหลังผ่านความโศกเศร้าอาลัยจากการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 พิธีมหามงคลเริ่มขึ้นภายหลังจากเสร็จการพระราชพิธีทรงบําเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (ครบ 50 วัน) ถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เวลา 19.16 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จออก ณ ห้อง UPPER MAIN CR.M (ห้อง วปร.) พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา เข้าเฝ้า ฯ เพื่อกราบบังคมทูลอัญเชิญองค์รัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นรัชกาลที่ 10 พระองค์มีพระราชดํารัสตอบรับการขึ้นทรงราชย์ ความว่า

“ตามที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภาได้กล่าวในนามของปวงชนชาวไทยเชิญข้าพเจ้าขึ้นครองราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์ ถ้าเป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎมนเทียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ กับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น ข้าพเจ้าขอตอบรับเพื่อสนองพระราชปณิธานและเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทยทั้งปวง”

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานับประการด้วยความวิริยะอุตสาหะ มุ่งมั่นตั้งใจอย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย พระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ ทั้งที่ทรงปฏิบัติแทนพระองค์ และทรงปฏิบัติในส่วนพระองค์เองล้วนเป็นไปเพื่อประเทศชาติให้มีความเจริญก้าวหน้ามั่นคง และเพื่อประชาชนชาวไทยได้มีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
  • 117แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั่วไทย ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

    29/04/2562

    “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” เป็นพระราชพิธีสำคัญที่แสดงถึงความเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ โดยแบ่งออกเป็น 2 พระราชพิธีสำคัญคือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก และพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร ซึ่งพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ประกอบด้วย พระราชพิธีสรงพระมุรธาภิเษก พระราชพิธีถวายน้ำอภิเษก พระราชพิธีถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ และการสถาปนาพระราชินีและพระราชวงศ์ส่วนพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียรเป็นพระราชพิธีที่จัดขึ้นโดยเหล่าสมาชิกของราชวงศ์ในพระบรมมหาราชวัง
    อ่านรายละเอียด
  • หลอมรวมดวงใจ ถวายพระเกียรติ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562

    30/04/2562

    “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” เป็นโบราณราชประเพณีที่สืบทอดมายาวนาน เพื่อการเสด็จขึ้นครองราชย์โดยสมบูรณ์ของพระมหากษัตริย์ไทย ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พระราชพิธีบรมราชาภิเษกในราชอาณาจักรไทยมีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย ผ่านกรุงศรีอยุธยา มาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ล่าสุด “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2652” ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562 นี้ ยังคงยึดตามระเบียบแบบแผนราชประเพณีโบราณอย่างครบถ้วน ขณะเดียวกัน หน่วยงานต่างๆ ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการจัดทำและจัดสร้าง “สิ่งใหม่ๆ” อันเกี่ยวเนื่อง กับพระราชพิธีสำคัญครั้งนี้ เพื่อให้พสกนิกรไทยทั้งในประเทศและทั่วโลกได้ร่วมเทิดพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดี โดย “คม ชัด ลึก” ได้รวบรวมมาไว้ดังนี้
    อ่านรายละเอียด
  • พร้อม‘ต้อนรับ-ดูแล’ ประชาชนร่วมถวายพระพรชัยมงคล

    01/05/2562

    ด้วยน้ำพระราชหฤทัยของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัววชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงห่วงใยประชาชนชาวไทยที่จะเดินทางมาร่วมถวายความจงรักภักดีและร่วมถวายพระพรชัยมงคลในพิธีประวัติศาสตร์ “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562” จึงทรงมีรับสั่งแก่คณะผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ความว่า “ให้ดูแลประชาชนที่มาร่วมงานอย่างดีเสมือนเป็นแขกของพระราชา” รัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กำชับให้หน่วยงานภาครัฐ ทหารตำรวจ รัฐวิสาหกิจ ดูแลและอำนวยความสะดวกประชาชนทั้งในเรื่องความ
    อ่านรายละเอียด
  • ลึกซึ้งในความหมาย ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ บรมราชาภิเษก

    02/05/2562

    เกือบ 70 ปีมาแล้วที่คนไทยได้ชื่นชมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก นับแต่ครั้ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเมื่อปี 2493 ในวันนี้ปวงชนชาวไทยจะมีโอกาสบันทึกความทรงจำในพระราชพิธีสำคัญสำหรับการที่พระมหากษัตริย์จะทรงเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ตามโบราณราชประเพณีอีกครั้ง เมื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้น ระหว่าง วันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562
    อ่านรายละเอียด
  • กษัตริย์นักบินพระองค์แรก’แห่งราชวงศ์จักรี

    03/05/2562

    ตลอดระยะเวลาที่คนไทยได้ชื่นชมพระบารมีของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร นับแต่ทรงดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ภาพที่ปวงชนชาวไทยเห็นจนเจนตา คือภาพที่ทรงฉลองพระองค์ในเครื่องแบบทหารอากาศ และฉลองพระองค์นักบิน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทรงพระปรีชาสามารถทางด้านการบินเป็นเอกอุ
    อ่านรายละเอียด
  • สดุดีราชา แกล้วกล้าชาตินักรบ

    03/05/2562

    จวบจนบัดนี้ย่อมเป็นที่ประจักษ์แน่ชัดแล้วว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงเป็นกษัตริย์นักรบของปวงชนชาวไทยโดยแท้จริง เพราะเราได้ เห็นมาตลอดถึงพระปรีชาสามารถด้านการทหาร ทั้งการที่ทรง ศึกษาด้านวิชาทหารมานานจากสถาบันระดับโลก และยังหมายถึงการที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่เสี่ยงอันตรายในสมรภูมิ อีกด้วย
    อ่านรายละเอียด
  • สืบโบราณราชประเพณี ‘บรมราชาภิเษก’ สืบราชสันตติวงศ์

    04/05/2562

    พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ถือเป็นพระราชพิธีที่สำคัญที่สุดในการที่พระมหากษัตริย์จะทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่สมบูรณ์ตามโบราณราชประเพณี เพราะเป็นการครองราชสมบัติสืบต่อจากรัชกาลก่อน ซึ่งการขึ้นครองราชสมบัติของพระเจ้าแผ่นดินในประเทศไทยนั้นมีสองลักษณะ คือ “ปราบดาภิเษก” หมายความว่า พระเจ้าแผ่นดินขึ้นครองราชสมบัติ โดยไม่ได้สืบเชื้อสายโดยตรงจากแผ่นดินก่อน ถือเป็นราชวงศ์ใหม่ แต่หากเป็นการขึ้นครองราชย์สืบเชื้อสายมาจากพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ก่อน จะเรียกว่า “บรมราชาภิเษก”
    อ่านรายละเอียด
  • พระราชพิธีทรงพระผนวช

    04/05/2562

    เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสำเร็จการศึกษาจากประเทศออสเตรเลีย และเสด็จนิวัตประเทศไทย ทรงรับราชการเป็นนายทหารประจำกองทัพบกแล้ว ทรงพระราชศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนาที่จะทรงพระผนวช เพื่อสนองพระเดชพระคุณสมเด็จพระบรมราชบุพการี และเพื่อทรงศึกษา ตลอดจนทรงปฏิบัติตามพระธรรมวินัย
    อ่านรายละเอียด
  • พระราชประวัติรัชกาลที่10

    04/05/2562

    เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2559 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสตอบรับการขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งราชจักรีวงศ์ นำมาซึ่งความปีติยินดีแก่พสกนิกรไทย และในโอกาสมหามงคล “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562” ระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคมนี้ กองบรรณาธิการ “คมชัดลึก” ได้รวบรวมพระราชประวัติในแง่มุมต่างๆ เพื่อให้เหล่าพสกนิกรได้ร่วมเฉลิมพระเกียรติ และร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรไทยโดยพร้อมเพรียงกัน
    อ่านรายละเอียด
  • การศึกษาวิชาการทหาร

    04/05/2562

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสนพระราชหฤทัยในกิจการทหารตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ประกอบกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระบรมชนกนาถ มีพระราชดำริว่า การศึกษาวิชาการทหารในประเทศออสเตรเลีย มีหลักสูตรกว้างขวางและมีการฝึกอบรมที่เข้มงวดกวดขัน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เสด็จพระราชดำเนินจากประเทศอังกฤษไปทรงศึกษาวิชาการทหาร ณ ประเทศออสเตรเลีย
    อ่านรายละเอียด
  • ด้านการแพทย์ สาธารณสุข และจิตอาสา

    04/05/2562

    เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในชนบทที่ห่างไกลอยู่เสมอ ได้ทอดพระเนตรราษฎรที่อาศัยในถิ่นทุรกันดารห่างไกลการคมนาคม เมื่อป่วยไข้มักได้รับการรักษาพยาบาลไม่ทั่วถึง
    อ่านรายละเอียด
  • ด้านภาษา วรรณกรรม และศิลปวัฒนธรรม

    04/05/2562

    ทรงพระปรีชาสามารถด้านการประพันธ์ ทรงพระราชนิพนธ์ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง สมกับทรงสืบขัตติยกวีจากสมเด็จพระบรมราชบุพการี นอกจากนี้ยังตั้งพระราชปณิธานที่จะทรงสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในการทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อสืบสานสมบัติทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ
    อ่านรายละเอียด
  • ในหลวง-พระราชินีเสด็จฯในการประกาศพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

    04/05/2562

    เมื่อเวลา 16.12 น. วันที่ 3 พฤษภาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วย สมเด็จพระราชินี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ทรงนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงจุดเทียนพระมหามงคล 1 คู่ ตั้งอยู่บนธรรมาสน์ศิลา, เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างธรรมาสน์ศิลา ด้านพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ เทียนเท่าพระองค์ในตู้ข้างธรรมาสน์ศิลา ด้านพระพุทธเลิศหล้านภาไลย จากนั้นทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร
    อ่านรายละเอียด
  • ด้านการต่างประเทศ

    04/05/2562

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสนพระราชหฤทัยในกิจการเกี่ยวกับสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ เพื่อเป็นรากฐานสำคัญที่จะก่อให้เกิดความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจและความสงบสุขของประเทศ ทรงพระวิริยอุตสาหะปฏิบัติพระราชกรณียกิจสำคัญในการเจริญพระราชไมตรีกับประเทศที่เป็นมิตรกับราชอาณาจักรไทยตลอดมา เบื้องต้นเป็นการโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านการทูตกับนานาประเทศ
    อ่านรายละเอียด
  • สรงพระมุรธาภิเษก

    06/05/2562

    เมื่อเวลา 09.57 น. วันที่ 4 พฤษภาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง เข้าทางประตูวิเศษไชยศรี ในมหาศุภมงคลการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และการพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร พุทธศักราช 2562
    อ่านรายละเอียด
  • เสด็จออกมหาสมาคม ‘ให้ยึดความผาสุกประชาชน’

    06/05/2562

    เมื่อเวลา 14.56 น. วันที่ 4 พฤษภาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ฉลองพระองค์ครุย ทรงพระมหาพิชัยมงกุฎ สายสะพายนพรัตนราชวราภรณ์ สายสร้อยจุลจอมเกล้า และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงยืนเฝ้าฯ ด้านตะวันตกหน้าแถวพระบรมวงศานุวงศ์ ใกล้มุมเสาด้านซ้ายพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ในพระวิสูตร
    อ่านรายละเอียด
  • พระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร

    06/05/2562

    เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์เฉลิมพระรามณเฑียร ทรงพระสังวาลนพรัตนราชวราภรณ์ พระสังวาลพระนพ พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกจากพระที่นั่งจักรพรรดิพิมานไปยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ เข้าริ้วขบวนตามผู้นำเทียน ทรงโปรยเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนรัชกาลที่ 10 ชนิดราคา 2 บาท พระราชทานตลอดเส้นทางขบวนเสด็จ
    อ่านรายละเอียด
  • ธ ทรงเป็น ‘กษัตริย์นักกีฬา’

    07/05/2562

    “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” กษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระปรีชาสามารถหลายด้าน อาทิ ทรงเป็น “เจ้าฟ้านักบิน” แต่หากกล่าวถึงด้านการกีฬาแล้ว ทรงได้รับการยกย่องและมีบันทึกในราชกิจจานุเบกษาว่า “เจ้าฟ้าดาราลูกหนัง”
    อ่านรายละเอียด
  • พุทธธรรม นำชีวิต "วัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร" พระอารามหลวงประจำรัชกาลที่ 10

    07/05/2562

    กษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ทรงเลื่อมใสและทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา แต่ละพระองค์ทรงมีวัดประจำรัชกาล ซึ่งวัดประจำรัชกาลที่ 10 ก็คือ “วัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร
    อ่านรายละเอียด
  • โครงการเกษตรในพระราชดำริ ในหลวงรัชกาลที่ ๑๐

    08/05/2562

    โครงการเกษตรวิชญา ตั้งอยู่บ้านกองแหะ หมู่ 4 ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เดิมคือ โครงการพัฒนาพื้นที่สวนบ้านกองแหะ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นโครงการตามแนวพระราชดำริฯ ด้วยทรงเห็นความสำคัญของการเกษตรในประเทศไทย เพื่อเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยพระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ในพื้นที่บ้านกองแหะ แก่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และพระราชทานชื่อใหม่ว่า โครงการ “เกษตรวิชญา” เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2549ร
    อ่านรายละเอียด
  • พัฒนาแหล่งน้ำใน ต.ยางหัก จ.ราชบุรี โครงการพระราชดำริแรกในรัชกาลที่ ๑๐

    08/05/2562

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักถึงความสำคัญของ “น้ำ” ที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับฐานะของราษฎรได้อย่างมั่นคงยั่งยืน ประกอบกับที่ได้ทรงเรียนรู้การทรงงานด้านพัฒนาต่างๆ จาก “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในแต่ละครั้ง นอกจากจะเป็นการสร้างขวัญ กำลังใจ และนำความปลื้มปีติสู่ราษฎรแล้ว ทรงศึกษาและทอดพระเนตรโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้วยความสนพระราชหฤทัย และพระราชทานแนวทางเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ราษฎรผู้รับประโยชน์จากโครงการนั้นๆ อีกด้วย
    อ่านรายละเอียด
  • ต้องได้รับการรักษา...ปลอดภัยจากเจ็บไข้โดยทั่วถึงเสมอกัน

    09/05/2562

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักว่าสุขภาพพลานามัยของประชาชนเป็นปัจจัยและพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ดังนั้น พระราชกรณียกิจในส่วนของการดูแลรักษาสุขภาพราษฎรยามป่วยไข้ พระองค์ทรงไม่ทอดทิ้งประชาชน โดยสนพระราชหฤทัยในพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุขเป็นอันมาก
    อ่านรายละเอียด
  • จักรยานพระราชทาน น้ำพระราชหฤทัยพระราชาสานอนาคตเยาวชนไทย

    09/05/2562

    หน้าที่หนึ่งของเยาวชน คือการศึกษาเล่าเรียนและนำความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาทำประโยชน์ให้แก่ตนเอง ครอบครัว และประเทศชาติ แต่สำหรับเด็กไทยในชนบทอันห่างไกลความเจริญแล้ว อุปสรรคหนึ่งที่คนเมืองอาจมองข้าม คือ การเดินทางไปโรงเรียน ซึ่งยังมีเด็กไทยอีกจำนวนมากที่ต้องประสบปัญหาการเดินทางในหลากหลายรูปแบบ เช่น บ้านอยู่ห่างไกลจากโรงเรียนต้องใช้เวลาในการเดินทางมากกว่าปกติ หรือต้องโดยสารรถสองแถวกันอย่างแออัดยัดเยียด
    อ่านรายละเอียด
  • ปณิธานราชาสู่ ‘ล้านดวงใจอาสา’ ทำดีเพื่อแผ่นดิน

    10/05/2562

    ตลอดมาพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มีต่อราษฎรนั้นมากมายเหลือคณานับ ไม่ว่าจะในด้านการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรในรูปแบบต่างๆ เช่น การศึกษา การเกษตร การสาธารณสุข การส่งเสริมอาชีพ ฯลฯ
    อ่านรายละเอียด
  • การศึกษา คือ ‘อนาคต’ ‘มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานฯ’

    10/05/2562

    เพื่อสืบทอดพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการที่จะดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรให้มีคุณภาพในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะในด้านการศึกษา ที่ประชาชนคนไทยอีกจำนวนมาก ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงระบบการศึกษาในระดับที่สามารถพึ่งพาตนเอง และสามารถดูแลครอบครัวได้อย่างมีคุณภาพ
    อ่านรายละเอียด