"ยิก" วลีกู้ชาติ | |
|
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
![]() "ยิกทักษิณ" กลายเป็นวลีที่ติดปากของคนปักษ์ใต้อย่างรวดเร็ว หลังเครือข่ายพันธมิตรประชาธิปไตย กู้ชาติสงขลา ใช้ในการปลุกระดมพลังมวลชนขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อย่างคึกคักมาหลายวันแล้ว หากพื้นเพไม่ใช่คนใต้ อาจไม่กระจ่างในความหมายของคำนี้ นายประยงค์ รณรงค์ ผู้นำชุมชนบ้านไม้เรียง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช เจ้าของรางวัลแมกไซไซ ประจำปี 2547 บอกว่า "ยิก" มีความหมายตรงตัวสำหรับคนใต้ นั่นคือการ "ไล่" แต่ที่ได้ยินจนเจนหูในภูมิภาคนี้คือ การนำมาใช้ในประโยคขับไล่สัตว์ เป็นต้นว่า ช่วยยิกวัวที่เข้ามากินผักให้ที มีความหมายว่า ช่วยไล่วัวตัวนั้นที่เข้ามากินผักในแปลงให้หน่อย แต่บางครั้งคนใต้ยังนำมาใช้ในประโยคที่มีความหมายเช่นกระตุ้น หรือเร่งรีบ เช่นแน่จริงก็ยิกให้ทัน ซึ่งภาษากลางจะหมายถึง แน่จริงก็ไล่ให้ทัน แต่ในความหมายของพันธมิตรกู้ชาติ ที่นำคำนี้มาใช้ มีนัยตรงตามความหมายของคนปักษ์ใต้คือ การขับไล่นายกรัฐมนตรี ส่วนสาเหตุที่ใช้คำว่า ยิก คาดว่าอาจเป็นเพราะสั้น เข้าใจง่ายในหมู่คณะ แต่คงไม่มีใครคาดคิดว่า จะกลายเป็นคำที่ถูกนำไปพูดกันทั่วบ้านทั่วเมืองในเวลาอันสั้น นายประสาท มีแต้ม หนึ่งในกลุ่มผู้ก่อตั้ง วิทยาลัยวันศุกร์ ขยายความว่า เป็นภาษาท้องถิ่นของคนปักษ์ใต้ ความหมายโดยทั่วไปมักแปลว่า ไล่ ไม่ได้เป็นคำหยาบแต่อย่างใด แต่มักใช้กับการไล่สัตว์ นอกจากนี้อาจแปลว่า ต้อน ก็ได้เช่น ยิกวัวเข้าคอก หรืออาจมีความหมายถึง การวิ่งไล่กัน เป็นต้น ปรากฏการณ์ที่ภาษาท้องถิ่นคำนี้เป็นที่รู้จักและเข้าใจของคนทั่วในเวลาอันรวดเร็ว จึงนับว่าเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจมาก "คำว่า ยิก ก่อนหน้านี้ ได้ถูกกลุ่มคนเล็กๆ นำไปเขียนเป็นคำขวัญบนเวทีพันธมิตรฯ ว่า ยิกทักษิณ กู้ชาติ กู้ประชาธิปไตย ก่อนนำมาใช้เป็นสโลแกนหลักของพันธมิตรใน จ.สงขลา กระทั่งแพร่กระจายและส่งผลกระเทือนไปสู่คนจำนวนมากได้อย่างไม่น่าเชื่อในขณะนี้" นายประสาท กล่าวต่อว่า นักสังคมศาสตร์เรียกปรากฏการณ์เช่นนี้ว่า กฎของคนหยิบมือเดียว (Law of the Few) โดยขยายความว่า สิ่งเล็กๆ สามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้เสมอ เหตุการณ์สำคัญๆ ของโลกมักเกิดมาจากคนจำนวนหยิบมือเดียว ในสังคมทั่วไปคนที่ตื่นรู้ก่อนคนอื่นมักจะมีประมาณเพียง 2.5% ของคนทั้งหมดเท่านั้น คนกลุ่มนี้จะทำหน้าที่ปลุกให้คนอีก 13.5% ตื่นตาม แล้วก็ปลุกต่อๆ กันไปอีก 68% แต่ในที่สุดจะมีพวกที่ไม่ยอมตื่นอีกประมาณ 16% หลงเหลืออยู่ในสังคม ผู้ก่อตั้งวิทยาลัยวันศุกร์ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และปรากฏการณ์สนธิ ก็เข้าข่ายในกฎของคนหยิบมือเดียว กระทั่งสามารถขยายไปสู่องค์กรต่างๆ สู่นักวิชาการ คณะอาจารย์ และนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ล่าสุดกำลังลามไปสู่นักเรียนระดับมัธยม นายเอกชัย อินสะระทะ แกนนำคนสำคัญของกลุ่มพันธมิตร กู้ประชาธิปไตย กู้ชาติสงขลา กล่าวว่า คำนี้ถูกนำมาใช้ครั้งแรก เมื่อมวลชนทั่วสงขลาเริ่มเปิดเวที ที่ อ.หาดใหญ่ครั้งแรก เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2549 ที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่เปล่งประโยคนี้ออกมาจากอารมณ์ที่อัดอั้น ด้วยการตะโกนพร้อมกันว่า "ยิกทักษิณ" จนติดปากในขณะนั้น นายเอกชัย กล่าวต่อว่า เมื่อการร่วมชุมนุมครั้งที่สอง ในจุดเดิม วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ป้ายข้อความ "ยิกทักษิณ" ปรากฏทั่วทุกจุดรอบบริเวณเวทีกิจกรรม จนขยายตัวออกไปอย่างกว้างขวางอย่างรวดเร็วในหมู่เครือข่ายมวลชนพื้นที่ภาคใต้ กระทั่ง แกนนำกลุ่มผู้เคลื่อนไหวลงมติเป็นเสียงเดียวกันว่า จะนำเอาวลีนี้มาเป็น แคมเปญ ปลุกใจให้คนใต้ลุกขึ้นไล่ทักษิณ ออกจากตำแหน่งพร้อมกัน แกนนำพันธมิตรรายนี้ขมวดในตอนท้ายว่า คำว่ายิก จะมีความรุนแรงขึ้นทันทีในความรู้สึกของคนปักษ์ใต้ เมื่อประโยคนี้ผู้ถูกกระทำคือมนุษย์ เพราะการยิกคนใดคนหนึ่ง ถือว่าคนนั้นใช้ไม่ได้ ในสังคมไม่ต้องการแล้ว ต้องขับไปให้พ้นหน้า ไล่ไปให้ไกลที่สุด ฉะนั้นคำนี้จึงมีความหมาย และใช้ได้ถูกเวลาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับการรุกคืบผู้นำประเทศอย่าง "ทักษิณ ชินวัตร" ที่กำลังเซ็งแซ่อยู่ทั่วทุกหัวระแหงในขณะนี้ | |