ทักษิณ ร่อนจ.ม.เปิดผนึก ส่งลูกพรรคแจงประชาชน "ขายหุ้นชินไม่ผิด"

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ทักษิณ ร่อนจ.ม.เปิดผนึก ส่งลูกพรรคแจงประชาชน ขายหุ้นชินไม่ผิด

"ทักษิณ" ร่อนจดหมายเปิดผนึก แจงลูกพรรค 5 ประเด็นร้อน ขายหุ้นชินคอร์ป ยืนยันไม่ได้ทำผิดกฎหมาย หรือได้สิทธิพิเศษ

ก่อนที่จะมีการชุมนุมใหญ่กดดัน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ออก จากตำแหน่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงสมาชิกพรรคไทยรักไทย เพื่อให้นำไปชี้แจงต่อประชาชนในพื้นที่ โดยยืนยันว่ากระทำทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ใจ

นายกรัฐมนตรีเริ่มต้นประเด็นร้อนที่คำถามว่า ทำไมต้องขายหุ้นชินคอร์ป ? โดยชี้แจงว่า หลังจากพ้นคดีซุกหุ้น ได้ตั้งปณิธานว่าจะทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองตอบแทนแผ่นดินเกิด และสนองพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย

เพื่อจะยุติปัญหาทั้งปวงเกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เรื่องหุ้นและบริษัท ได้ปรึกษากับครอบครัวว่า ต้องการทำงานการเมืองด้วยความอิสระ การที่คนในครอบครัวยังทำธุรกิจ ถือหุ้นอยู่ อาจจะเกิดความผิดพลาดโดยไม่เจตนาขึ้นอีก ทุกคนในครอบครัวเข้าใจเจตนารมณ์ของตนดี จึงยอมขายบริษัทที่สร้างขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของทุกคน

นายกฯ ระบุว่า การขายหุ้นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ เช่น ชินคอร์ป ไม่ใช่เรื่องที่ขายได้ง่ายๆ เพราะครอบครัวตั้งเงื่อนไขกับผู้ซื้อว่า ซื้อไปแล้วต้องให้คนไทยบริหาร ไม่ปลดพนักงาน และต้องดำเนินการใต้กฎหมายไทย เนื่องจากกิจการนี้เป็นสัมปทาน บริษัทได้สิทธิในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น โดยรัฐยังคงเป็นเจ้าของ หากบริษัทหรือผู้ซื้อกิจการทำผิดสัมปทาน รัฐก็ยังคงยกเลิกได้

นายกรัฐมนตรี ระบุด้วยว่า หากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ก็คงจะไม่ให้ครอบครัวขายหุ้น เพราะก่อให้เกิดการโจมตีใส่ร้ายอย่างทุกวันนี้

"หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้น ก็เพราะครอบครัวผมยังไม่สามารถทำให้ประชาชนเข้าใจเจตนาดีของพวกเราทุกคนได้" จดหมายของนายกฯ ระบุ

ต่อประเด็นที่ว่า ขายหุ้นได้กำไร ต้องเสียภาษีหรือไม่ ? นายกฯ ชี้แจงในจดหมายว่า กฎกระทรวงการคลัง ฉบับที่ 126 ซึ่งประกาศใช้เมื่อ พ.ศ.2509 ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (23) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 187 พ.ศ.2534 กำหนดไว้ว่า เงินได้จากการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับการยกเว้นการจัดเก็บภาษี

หมายความว่า ทุกคนที่มีรายได้จากการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ หรือตลาดหุ้น ไม่ต้องเสียภาษี ทุกคนที่ซื้อขายหุ้นในตลาดหุ้น ได้รับสิทธิได้รับการยกเว้น เสมอภาค เท่าเทียมกัน และปฏิบัติกันเช่นนี้มาเป็นเวลา 16 ปีแล้ว

"ไม่ใช่ว่าครอบครัวผมไม่ยอมเสียภาษี แม้ครอบครัวผมอยากจะชำระภาษี กรมสรรพากรก็ไม่สามารถรับได้ เนื่องจากว่ารายได้ที่เกิดขึ้นเป็นรายได้จากการขายหุ้นในตลาดหุ้นทั้งสิ้น"

พ.ต.ท.ทักษิณ ยังยกตัวอย่างด้วยว่า ผู้บริหารบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เจ้าของหนังสือพิมพ์มติชน ข่าวสด ผู้บริหารบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) เจ้าของหนังสือพิมพ์เดอะ เนชั่น กรุงเทพธุรกิจ "คม ชัด ลึก" ผู้บริหารโพสต์พับบลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เจ้าของหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ โพสต์ทูเดย์ ขายหุ้นก็ไม่ได้เสียภาษี เพราะได้รับการยกเว้นตามกฎหมายฉบับเดียวกับที่ครอบครัวตนได้รับ

ส่วนประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่าขายชาติ นายกฯ ชี้แจงว่า เป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรงที่สุดสำหรับคนไทยอย่างนายกฯ ซึ่งไม่มีวันที่จะทำ

"การขายหุ้นชินคอร์ปของครอบครัวผม ให้แก่เทมาเซค ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจสัญชาติสิงคโปร์ เป็นการขายหุ้นของบริษัท ไม่ใช่การขายใบอนุญาตการให้บริการสัญญาณดาวเทียม โทรศัพท์และโทรทัศน์ ไม่ได้ถูกนำไปใช้เพื่อกิจการของประเทศอื่น สิทธิทั้งหมดยังคงเป็นของประเทศไทย และใช้ประโยชน์เพื่อคนไทย เทมาเซคเป็นเพียงเข้ามาบริหาร เข้ามาลงทุนและได้ผลตอบแทนทางธุรกิจในรูปแบบของกำไร หรือราคาหุ้นที่สูงขึ้นในอนาคตเท่านั้น"

นายกรัฐมนตรียืนยันว่า การขายหุ้นชินคอร์ปของครอบครัวไม่ใช่การขายชาติ หรือนำสมบัติของชาติไปขาย เป็นเพียงการขายหุ้นส่วนที่เป็นของครอบครัวในตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น

ทักษิณ ร่อนจ.ม.เปิดผนึก ส่งลูกพรรคแจงประชาชน ขายหุ้นชินไม่ผิด

สำหรับข้อหาที่ว่า แก้กฎหมายโทรคมนาคมเอื้อประโยชน์ชินคอร์ปจริงหรือไม่ ? นานยกฯ ชี้แจงว่า เนื่องจากกฎหมายประกอบกิจการโทรคมนาคม ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2549 ขณะที่ครอบครัวขายหุ้นชินคอร์ปเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2549 ซึ่งหากดูตามเวลาที่ปรากฏเช่นนี้ก็ชวนให้สงสัยว่ามีการแก้กฎหมายเพื่อการนี้จริงหรือไม่

ทั้งนี้ ในการพิจารณาแก้ไขกฎหมายครั้งนั้น บริษัทชินคอร์ป หรือบริษัทในเครือไม่ได้เป็นผู้ร้องขอ และถ้าไปตรวจสอบรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาแก้ไขร่างกฎหมายฉบับนี้ จะพบว่าสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้อภิปรายคัดค้านและไม่ได้ลงมติคัดค้านการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้

ส่วนประเด็นสุดท้าย บริติช เวอร์จิน ไอส์แลนด์ คืออะไร ? แอมเพิล ริช เป็นของใคร ? นายกฯ แจงว่า บริติช เวอร์จิน ไอส์แลนด์ เป็นเกาะในทะเลแคริบเบียน เป็นเขตปกครองใต้อาณัติของอังกฤษ พูดกันง่ายๆ ก็คิดคล้ายๆ กับอาณานิคมของอังกฤษ เป็นชุมนุมชนทางธุรกิจของบริษัทจำนวนมากที่มักจะไปจัดตั้งบริษัทย่อย เพื่อเจรจาทางการค้า การลงทุนในต่างประเทศ เนื่องจากกฎหมายของบริติช เวอร์จิน ไอส์แลนด์ ไม่มีการจัดเก็บภาษีมรดกและภาษีกำไรจากการขาย (แคปิตอล เกท แทกซ์) จึงทำให้ธุรกิจมีต้นทุนต่ำและคล่องตัว

บริษัทธุรกิจไทยหลายบริษัทไปเปิดบริษัทบ่อยที่บริติช เวอร์จิน ไอส์แลนด์ และเกาะเคย์แมน ที่ให้สิทธิพิเศษทางภาษีเหมือนกัน เช่น บริษัท ทีพีไอ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย บริษัท ปตท. ก็จัดตั้งบริษัทย่อยของตัวเองที่บริติช เวอร์จิน ไอส์แลนด์ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ก็จัดตั้งบริษัทเอเซียเทเลคอม โฮลดิ้งส์ จำกัดที่ บริติช เวอร์จิน ไอส์แลนด์มาแล้ว นักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์อย่าง นายกรณ์ จาติกวณิช ก็เคยทำธุรกิจกับบริษัทในบริติช เวอร์จิน ไอส์แลนด์

นายกฯ กล่าวว่า แอมเพิล ริช เป็นบริษัทที่ตนตั้งขึ้นบนเกาะบริติช เวอร์จิน ตามคำแนะนำของที่ปรึกษาการเงิน โดยมีความตั้งใจที่จะนำบริษัทชินคอร์ป ไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ โดยถือหุ้นบริษัทแอมเพิล ริช 100% แต่ต่อมา สภาวการณ์ต่างๆ เปลี่ยนแปลง การตัดสินใจที่จะนำบริษัทชินคอร์ปไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นแนสแดค ก็ไม่ได้เดินหน้าต่อ ประกอบกับการตัดสินใจเข้าสู่วงการการเมือง ด้วยการตั้งพรรคไทยรักไทย จึงยุติการทำธุรกิจทั้งหมด และโอนหุ้นที่ถืออยู่ให้ลูกๆ ที่บรรลุนิติภาวะ เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ คือห้ามนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีถือหุ้นบริษัทเกิน 5% โดยโอนแบบพ่อให้ลูก ซึ่งกฎหมายให้โดยธรรมจรรยา ไม่ต้องเสียภาษี การกล่าวหาว่าลูกชายตนไม่เสียภาษี จึงเป็นการบิดเบือนข้อมูล

"คุณอภิสิทธิ์และคุณกรณ์ก็ทราบกฎหมายดี และเคยใช้สิทธิตามกฎหมายยกเว้นภาษีในกรณีรับโอนทรัพย์สินจากบิดามาแล้ว การกล่าวหาผมและครอบครัวในประเด็นนี้ จึงเป็นการกล่าวหาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนเกลียดชังผมและครอบครัวเพื่อประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น" นายกรัฐมนตรี กล่าว