พลังนิสิต - นักศึกษา แตกต่างไม่แตกแยก | |
|
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
เลขาธิการ สนนท.ให้เหตุผลที่ร่วมชุมนุมกับกลุ่มเครือข่ายพันธมิตร เพราะเชื่อว่าประชาชนที่มาร่วมชุมนุมมาจากหลายกลุ่มและมาด้วยความบริสุทธิ์ใจ รวมถึงมีจุดยืนเดียวกับสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) คือ ต้องการให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และประกาศเดินสายเปิดเวทีสาธารณะทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อทำความเข้าใจกับนักศึกษาและประชาชนให้มากขึ้น ขณะที่ "ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี" นิสิตรัฐศาสตร์ชั้นปีที่ 2 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในแกนนำเครือข่ายนิสิตนักศึกษาผู้ห่วงใยประเทศไทย ประกาศจุดยืนเคลื่อนไหวด้วยการชุมนุมในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับภาคประชาชน เช่น สมัชชาคนจน เครือข่ายเกษตรกรภาคเหนือ กลุ่มสมานฉันท์แรงงานไทย และสนับสนุน อมธ.ล่า 5 หมื่นชื่อ เพื่อถอดถอน พ.ต.ท.ทักษิณ ออกจากนายกรัฐมนตรี และปฏิรูปการเมือง ขณะเดียวกัน ได้ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อนำไปสมทบกับ อมธ.ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา "สุรศักดิ์" บอกอีกว่า ได้ขอความร่วมมือทั้งจากอาจารย์ นักกฎหมายและนักศึกษามาร่วมกันศึกษาดูว่า จะเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2540 ในมาตราใดบ้าง และประกาศเดินหน้าล่า 5 หมื่นชื่อ เพื่อยื่นต่อรัฐสภาขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้น ยังมีกลุ่มนักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาในต่างจังหวัด เช่น ม.ขอนแก่น ออกมาชุมนุมเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และ มรภ.ภูเก็ต ออกแถลงการณ์ให้นายกรัฐมนตรีลาออก ส่วนนักศึกษาหลายสถาบัน เช่น จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ รามคำแหง ก็ใช้สิทธิส่วนตัวไปร่วมชุมนุม ขณะที่ อดีตเลขาธิการ สนนท.อย่าง ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ มองปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นว่า การที่นักศึกษาไม่ได้รวมพลังกันออกมาเคลื่อนไหวเป็นหนึ่งเดียว แต่กลับเคลื่อนไหวด้วยวิธีการหลากหลายตามที่รัฐธรรมนูญ 2540 กำหนดไว้ โดยที่พวกเขาไม่ได้แตกแยกหรือขัดแย้งกัน แต่ออกมาเคลื่อนไหวกันแบบขนานกันไปและหลากหลายแนวทาง โดยนักศึกษาทุกสถาบันมีเป้าหมายใหญ่คือ เรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และปฏิรูปการเมืองเพื่อไม่ให้ฝ่ายบริหารมีอำนาจมากเกินไป จนครอบงำฝ่ายนิติบัญญัติและองค์กรอิสระ
ท้ายที่สุดแล้วการที่นิสิตนักศึกษามีความเห็นและออกมาเคลื่อนไหวด้วยวิธีการที่แตกต่างแต่ไม่ได้แตกแยกกัน ทำให้ได้เห็นถึงพลังของนิสิต นักศึกษาที่เปรียบดั่งดอกไม้หลายสี ผลิช่อบานและส่งกลิ่นหอมสู่สังคม แทนที่จะรอวันเหี่ยวเฉาไปอย่างไร้ค่าเพราะถูกพิษกระแสวัตถุนิยมและวัฒนธรรมต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามามอมเมา | |