ข่าวคราวครึกโครมที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของสารวัตรหนุ่มนักเที่ยวกลางคืนที่ต้องตายอย่างน่าอนาถในโรงแรมแห่งหนึ่งเป็นข่าวที่ก่อให้เกิดอนุสติที่ควรพิจารณาให้เกิดธรรมะอยู่หลายประการ
ประการแรก การใช้ชีวิตที่ผิดพลาดของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์หรือตำรวจระดับสารวัตร ซึ่งมีหน้าที่จัดระเบียบสังคมให้มีความเรียบร้อยตามกฎหมายบ้านเมือง แต่กลับทำตัวเป็นนักเลงราตรี เที่ยวเตร่กลางค่ำกลางคืน ราวกับเป็นค้างคาว เป็นเรื่องที่ไม่ควรเอาอย่าง และไม่ควรอ้างว่าเป็นเรื่องส่วนตัว แม้จะนอกเวลางานก็ตาม
ด้วยสถานภาพของการเป็นตำรวจ ไม่ควรเป็นขี้เมาหัวราน้ำไม่ว่าจะเป็นเวลาใดก็ตาม เพราะจะเป็นการบั่นทอนความน่าเชื่อถือ
ประการที่สอง ตำรวจผู้ล่วงลับได้พูดทีเล่นทีจริงกับคนรู้จัก ก่อนนำพาสาวประเภทสองออกไปนอนค้างโรงแรมว่า อยากลองของใหม่ นั่นเป็นข้อบ่งชี้ความจริงตามที่พระพุทธเจ้าตรัสเตือนไว้ว่า ผู้บริโภคกาม ย่อมปรารถนากามยิ่งๆ ขึ้นไป
เรื่องของ กาม นั้นไม่มีวันอิ่มวันเต็ม มีแต่จะเพิ่มความทะยานอยากในกามรุนแรงและวิปริต จนถึงกับยื้อไม่หยุดฉุดไม่อยู่ แม้แต่การเสพกามกับเพศเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องผิดธรรมชาติ ก็ยังทำโดยไม่เห็นเป็นเรื่องผิดปกติ
ทั้งนี้เพราะกามเป็นสิ่งเสพติด ที่นอกจากจะเลิกละได้ยากแล้ว ยังเป็นสิ่งเสพติดที่ทำให้ผู้เสพฟุ้งซ่านในการเสพไม่มีที่สิ้นสุด เหมือนเป็นทศนิยมไม่รู้จบ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า กามนั้นมีสุขน้อย แต่มีทุกข์มาก ทุกข์อื่นยิ่งกว่ากาม ไม่มี
ประการที่สาม ความใคร่เป็นอารมณ์ชั่วครู่ และมีผลข้างเคียงมากมาย คนที่ตกเป็นทาสของความใคร่ย่อมได้รับผลเผ็ดร้อนจากการบำบัดความใคร่โดยวิธีการที่ผิดศีลธรรม
สาวประเภทสองคนนั้นลุอำนาจแก่ความโลภในทรัพย์ของตำรวจผู้พ่ายแพ้ต่ออำนาจของความใคร่
ทั้งสองชีวิตล้วนมีจุดจบที่น่าวิพากษ์วิจารณ์ ตำรวจถูกทำให้ตายด้วยอบายมุขในข้อเที่ยวกลางคืน ส่วนสาวประเภทสองคนนั้นถูกตำรวจจับ
ประการสุดท้ายมีข้อควรพิจารณาว่าแหล่งเริงรมย์ในยามค่ำคืนจำนวนมากยังไม่เคารพกฎหมาย โดยเปิดบริการเกินเลยเวลาที่กำหนด ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะผู้รักษากฎหมายเองก็ชอบเที่ยวกลางคืน จึงแก้ปัญหาเรื่องนี้ไม่ลงตัวเพราะการเอาโจรไปจับโจรนั้น ถึงอย่างไรโจรก็ไม่หมดไปจากสังคมนี้
ทางที่ถูกแล้วตำรวจต้องเลิกทำตัวเป็นโจรจึงจะมีความชอบธรรมพอที่จะจับโจรได้
0 ท่านจันทร์ 0
www.prajan.com