"จ่าเชษฐ์ ลาโซเล่" เป็นฉายาของ "นายสุรเชษฐ์ เชื้อศรี" ประธานบริษัท ลาโซเล่คอสเมติค จำกัด ชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันดีในวงการพระเครื่อง ในฐานะเซียนพระสายหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร โดยมีพระหลวงพ่อเงินทุกพิมพ์ทุกสภาพมากถึง ๖๒ องค์ มูลค่าหลายสิบล้านบาท
ในจำนวนพระหลวงพ่อเงินที่มีอยู่ทั้งหมด ทุกครั้งที่เช่าพระหลวงพ่อเงินของจ่าเชษฐ์ มักจะปรากฏเป็นข่าวฮือฮาจากวงการพระเครื่องอยู่เสมอๆ อย่างกรณีเช่าพระหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร ๒ องค์ ที่มีการซื้อขายกันด้วย เงินสด ๓ ล้านบาท กลางสนามพระท่าพระจันทร์ จาก ฉ่อย ท่าพระจันทร์ และล่าสุดเช่าพระรูปหล่อหลวงพ่อเงินพิมพ์นิยมเอ จาก พยัพ คำพันธุ์ นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ในราคาสูงถึง ๔ ล้านบาท ซึ่งเจ้าของพระเดิม คือ คุณนิยม อสุนี ณ อยุธยา
"ช่วงที่เล่นพระใหม่ๆ มีความฝันเล็กๆ ว่า ถ้ามีบุญบารมีจริงๆ ขอให้ได้เห็นพระรูปหล่อหลวงพ่อเงินพิมพ์นิยมเอของคุณนิยม อสุนี ณ อยุธยา เพื่อเป็นบุญตาสักครั้งหนึ่ง เพราะเป็นพระที่หนังสือพระหลายสิบเล่มนำไปพิมพ์ และเคยตัดภาพเก็บใส่กรอบไว้ด้วย ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยว่าวันนี้จะกลายเป็นเจ้าของพระที่เคยฝันไว้เมื่อกว่า ๒๐ ปีที่แล้ว" จ่าเชษฐ์ กล่าวอย่างภาคภูมิใจ
พร้อมกันนี้ จ่าเชษฐ์ ย้อนอดีตให้ฟังว่า หลังจากเรียนจบโรงเรียนตำรวจภูธร ๒ จ.นครสวรรค์ ก็ถูกส่งไปเป็นตำรวจอยู่ที่ จ.พิษณุโลก สมัยนั้นมีมิจฉาชีพมาก และมีการปล้น รวมทั้งฉกชิงวิ่งราวพร้อมทั้งยิงกันตายเป็นประจำ
ในฐานะที่เป็นตำรวจจึงต้องออกปราบปรามอยู่เสมอ และหลายครั้งเห็นเพื่อนตำรวจถูกโจรยิงบาดเจ็บและตายไปก็มาก จึงต้องหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ สิ่งแรกที่ได้มาและติดตัวมาจนถึงทุกวันนี้ คือ ยันต์หนุมานถือธงบนแผ่นหลัง โดยหลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม อ.สรรค์บุรี จ.ชัยนาท เป็นผู้สักให้ นอกจากนี้ยังสักยันต์ไว้กลางกระหม่อม โดยหลวงพ่อสะอาด วัดเจ้าอาม อีกด้วย
ส่วนที่มาของพระหลวงพ่อเงิน พระเครื่ององค์เดียวที่แขวนติดตัวมาตลอดชีวิตนั้น ได้มาระหว่างไปเยี่ยมเพื่อนตำรวจที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ระหว่างนั้นก็เห็นพ่อตาของเพื่อนชื่อนายกิ่ม เทืองน้อย มีอาชีพรับจ้างลากไม้ด้วยรถจี๊ปใน จ.เพชรบูรณ์ ถูกโจรซึ่งเป็นแม้วปล้นมาหมาดๆ ณ บ้านน้ำชน อ.หล่มสัก
ผลการปล้นครั้งนั้นปรากฏว่าคนขับรถถูกยิงตายคาที่ ส่วนนายกิ่มถูกยิงด้วยปืนลูกซองที่บริเวณหน้าอกทั้งหมด ๙ นัด แต่ปรากฏว่ากระสุนไม่เข้า แต่ก็ต้องแกล้งทำเป็นตายด้วยการฟุบหน้าลงกับพื้นเลยรอดชีวิตกลับมา ซึ่งแผลที่ถูกยิงครั้งนั้นเป็นเพียงรอยช้ำเหมือนถูกบุหรี่จี้เป็นรอยไหม้เท่านั้น
ครั้นเห็นและทราบเรื่องปาฏิหาริย์อันเหลือเชื่อ จึงสนใจและสอบถามเรื่องราวได้ความว่า ขณะถูกยิงนายกิ่มแขวนพระรูปหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิมพ์นิยม
จากนั้นเป็นต้นมา จึงหันมาศึกษาพระเครื่องหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน อย่างจริงจัง ขณะเดียวกันก็หาพระหลวงพ่อเงินมาแขวนคอ โดยเดินทางไปกราบรูปหล่อองค์จริงหลวงพ่อเงิน รวมทั้งไปบวช ณ วัดบางคลาน ในสมัยที่หลวงพ่อเปรื่องเป็นเจ้าอาวาส
เมื่อปี ๒๕๒๖ ได้เลื่อนยศเป็นสิบตำรวจโท แม้ว่าจะมีเงินเดือนเพียง ๙๐๐ บาท แต่ด้วยความอยากได้พระรูปหล่อหลวงพ่อเงินพิมพ์นิยม โดยเพื่อนตำรวจคนหนึ่งซึ่งเป็นชาวบางคลานขาดเงินไปแต่งงาน จึงนำพระองค์นี้ขายให้ในราคา ๒,๔๐๐ บาท จึงต้องวิ่งไปหยิบยืมเงินพรรคพวกมาบูชา แล้วนำมาอาราธนาแขวนคอเป็นองค์แรกถึงปัจจุบัน
หลังจากได้พระหลวงพ่อเงินมาแขวนคอ ทำให้ชีวิตของจ่าเชษฐ์เริ่มดีขึ้นตามลำดับ โดยหันเหชีวิตจากการให้ความรู้พระเครื่องหันมาค้าขายด้านเสริมความงาม โดยเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ครีมและสบู่บำรุงผิวให้สดสวยและสดใสจากบริษัท ลาโซเล่คอสเมติคอินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศฝรั่งเศส มาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยด้วยการเปิด บริษัท ลาโซเล่คอสเมติค ประจำประเทศไทย
จ่าเชษฐ์ บอกด้วยว่า หลังจากดำเนินธุรกิจผ่านไปเพียงปีเดียว ก็สามารถสร้างธุรกิจเป็นปึกแผ่น เพราะเจริญรุ่งเรืองเป็นลำดับ จากบริษัทเล็กๆ บนห้างมาบุญครอง ก็ต้องขยายบริษัทใหญ่โตขึ้น โดยย้ายไปปักหลักอยู่ที่ถนนปรางป่า (ซอยรางน้ำ)
เรียกว่าผันชีวิตจาก จ่า มาเป็น เสี่ยเชษฐ์ มีสินทรัพย์หมุนเวียนนับร้อยๆ ล้านบาท ซึ่งอาจจะพูดได้ว่า "เงินมี เพราะมีพระหลวงพ่อเงิน"
นอกจากแขวนพระหลวงพ่อเงินแล้ว จ่าเชษฐ์ยังแขวนแผ่นป้ายเนื้อเงินสมัย ร.๕ (รศ.๑๑๑) สร้างในสมัยที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระชนมพรรษา ๒๕ พรรษา และเรียกกันว่าเหรียญตั้งโต๊ะ ซึ่งเป็นแผ่นป้ายที่พระราชทานแก่พ่อค้าคนจีนที่เข้าเฝ้าฯ ในสมัยนั้น
ตั้งแต่แขวนหลวงพ่อเงินองค์นี้มาแล้วชีวิตเปลี่ยนแปลงไปมากคือ จากสิบตำรวจโทที่ไม่มีชื่อเสียงอะไรเลยกลายมาเป็นเซียนพระชื่อดัง และพอหันมาทำธุรกิจก็ประสบความสำเร็จ แต่ขอย้ำผ่านตรงนี้ว่า การแขวนพระแล้วประสบความสำเร็จกับกิจการและชีวิตได้นั้น ต้องเป็นผู้ประพฤติตัวอยู่ในขอบเขตที่ดีเท่านั้น หากเป็นโจรหรือประพฤติตัวไม่ดีแล้วต่อให้มีหลวงพ่อเงินนับสิบองค์ ท่านก็จะไม่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นแน่นอน" จ่าเชษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย
0 เรื่อง/ภาพ ไตรเทพ ไกรงู 0