วัดเจดีย์หอย ตั้งอยู่หมู่ ๔ ต.บ่อเงิน การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๔๑ (ปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว) ถึงหลักกิโลเมตรที่ ๒๑-๒๒ แล้วแยกเข้าวัดไปอีกประมาณ ๑๐ กิโลเมตร บริเวณวัดมีการขุดพบซากหอยนางรมยักษ์อายุนับล้านปีจำนวนมาก หลวงพ่อทองกลึง จึงนำซากหอยโบราณมาก่อเป็นเจดีย์ขึ้นที่ด้านหน้าทางเข้าและในวัด
ภายในพิพิธภัณฑ์ยังได้รวบรวมพระพุทธรูป และศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ ข้าวของเครื่องใช้เก่าๆ จำนวนมาก เช่น ตุ่มสามโคก ถ้วยชามดินเผา ไม้แกะสลัก เครื่องคิดเลข และโต๊ะใหญ่ที่สุดในโลก เป็นต้น ในบริเวณวัดมีสวนสมุนไพร บ่อเลี้ยงเต่าและบ่อปลาสำหรับให้นักท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจกับการให้อาหารสัตว์เหล่านี้
พระครูสุนทรคุณธาดา (หลวงพ่อทองกลึง สุนฺทโร) เจ้าอาวาสวัดเจดีย์หอย ได้มอบตัวเป็นลูกศิษย์ หลวงปู่เส็ง วัดบางนา จ.ปทุมธานี ศึกษาคาถาการต่อชะตาชีวิต รักษาโรค โหราศาสตร์จนแตกฉาน จนได้รับการยกย่องว่า เป็นศิษย์เอกของหลวงปู่เส็ง
จากนั้นได้ธุดงค์ไปปฏิบัติธรรม ณ วัดวังก์วิเวกการาม อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ศึกษาพระกรรมฐาน พระคาถาอาคมกับ หลวงพ่ออุตตมะ แล้วธุดงค์ต่อไปยังประเทศพม่า พบกับ พระอาจารย์ศีลยันตะ ๑ พรรษา ศึกษาวิชาอาคม
ต่อมาได้ธุดงค์กลับมาถึงถ้ำโอ่งจุ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี นิมิตถึงเมืองโบราณชื่อ รัตนวดีนคร แล้วก็เดินทางค้นหาจนพบที่แห่งหนึ่ง ณ ต.บ่อเงิน อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี
เมื่อพบเห็นสิ่งในนิมิตแล้ว ท่านได้ซื้อที่เดินแห่งนี้ไว้ ๑๑๓ ไร่ เป็นเงิน ๑,๓๐๐,๐๐๐ บาท จากเจ้าของเดิม โดยได้เงินบริจาคของโยมบิดาของท่านซึ่งถวายให้ เพื่อสร้างวัด
ปี ๒๕๒๖ หลวงพ่อทองกลึง ได้จ้างคนมาขุดดินเป็นสระน้ำเป็นอันดับแรก ขณะที่คนงานกำลังขุดสระอยู่นั้น เมื่อขุดไปเรื่อยๆ ได้ประมาณ ๑๘ วัน มีความลึก ๖ เมตร สิ่งมหัศจรรย์ก็พลันปรากฏขึ้น ทำให้ประชาชนทั่วไปแตกตื่นกันทั่วประเทศ จากข่าวที่ปรากฏอยู่ทางหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับ คือแทนที่จะพบซากอิฐซากปูนปรักหักพังแห่งปราสาทราชวังอย่างที่คิดเอาไว้
สิ่งที่ขุดติดดินขึ้นมานั้น กลับกลายเป็น เปลือกหอยนางรมยักษ์ ซึ่งมีจำนวนมากมหาศาล เปรียบเสมือนเป็นป่าช้าหอยขนาดใหญ่ ได้มาสุมกองกันตายอยู่ ณ บริเวณนั้น นักธรณีวิทยาได้มาทำการศึกษาค้นคว้าดู ต่างก็ลงความเห็นตรงกันว่า หอยนางยักษ์เหล่านี้มีอายุในราว ๘ ล้านปีมาแล้ว แต่ไม่มีใครกล้าแสดงความคิดเห็นว่า เพราะเหตุใดหอยนางรมยักษ์เหล่านี้ จึงได้มีการตายกองสุมอยู่ในบริเวณใต้พื้นปฐพีแห่งนี้เลย
หลวงพ่อทองกลึง จึงได้สร้างวัดขึ้นในพื้นที่แห่งนี้ สมความปรารถนาของท่าน และได้ตั้งชื่อวัดนี้ว่า วัดเจดีย์หอย บรรดาเปลือกหอยนางรมยักษ์ที่ขุดขึ้นมานั้น ท่านได้นำมาก่อกองขึ้นเป็นเจดีย์หอยองค์ใหญ่ ประชาชนเริ่มหลั่งไหลมาดูหอยนางรมยักษ์ ผู้ที่มีจิตศรัทธาก็ได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์สร้างวัด
ในปัจจุบันวัดเจดีย์หอย มีเจดีย์หอยองค์ใหญ่ และยังขุดเปลือกหอยขึ้นมาก่อสร้างต่อเติมให้ใหญ่โตขึ้นไปเรื่อยๆ
นอกจากนี้ ใครที่ได้มาวัดเจดีย์หอยแห่งนี้แล้ว ยังได้ชม หอยมือเสือยักษ์ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่หลวงพ่อทองกลึงได้นำมาจาก จ.ระนอง มีขนาดใหญ่มาก กว้างเป็นเมตรขึ้นไป รวมทั้ง ฆ้องอธิษฐาน ไม่ต้องตี แค่ลูบก็ส่งเสียงดังกังวาน เป็นฆ้องโลหะทองเหลืองขนาดใหญ่ ที่สามารถทำให้เกิดเสียงดังได้โดยไม่ต้องใช้ไม้ตี เพียงแต่ใช้นิ้วมือลูบไปตรงส่วนนูนตรงกลางหรือส่วนเว้าด้านหลัง
หลวงพ่อได้สั่งทำฆ้องทั้ง ๒ ใบ มาเพื่อใช้ตีบอกเวลาเรียกประชุม ตีอยู่ ๓ ปี วันหนึ่งท่านก็บอกว่า ไม่ต้องตีแล้ว ให้ใช้ลูบก็ดัง
จากนั้นฆ้องทั้งสองก็ไม่ต้องใช้ไม้ตีอีกต่อไป เป็นเรื่องอัศจรรย์อย่างยิ่งท่านว่า เป็นฆ้องอธิษฐาน ก่อนลูบต้องอธิษฐานก่อน ผู้คนที่เดินผ่านไปมาเที่ยวชมของแปลกๆ ในพิพิธภัณฑ์ต่างเอามือลูบ เพราะบางคนลูบแล้วดัง บางคนไม่ดังขึ้นอยู่กับกุศลผลบุญ แต่คำอธิษฐานของคนคนนั้น ไม่ได้มีเทคนิคพิเศษในการลูบแต่ประการใด
นอกจากนี้แล้วบริเวณวัดยังมี สวนสมุนไพร ซึ่งมีสมุนไพรนับร้อยชนิดที่หลวงพ่อทองกลึงปลูกไว้เพื่อนำมาทำยาสมุนไพรเอง
หลวงพ่อ บอกว่า สวนสมุนไพรที่วัดเป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ทางวัดยังได้ขอเช่าที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี จากกรมป่าไม้เพื่อปลูกสมุนไพรประมาณ ๑๒,๐๐๐ ไร่ ขณะเดียวกันก็มีสวนสมุนไพรที่ จ.ชัยนาท อีกกว่า ๑,๕๐๐ ไร่ ซึ่งได้ปลูกสมุนไพรไว้นับพันชนิด และได้ปลูกมานานกว่า ๒๐ ปีแล้ว
สูตรยาสมุนไพรของวัดนั้น สามารถรักษาได้สารพัดโรค ยาแผนโบราณที่เด่นๆ เช่น "ยาเบอร์ ๕" ซึ่งมีสโลแกนว่า "สุขภาพดีถ้วนหน้า กินยาเบอร์ ๕ วัดเจดีย์หอย"
นอกจากนี้ยังมียา "ยาเทวดา" ซึ่งสามารถแก้โรคเบาหวาน ความดัน เครียด ฯลฯ โดยรับประทานกับน้ำผึ้งเดือน ๕
ท่านที่สนใจจะไปเที่ยว วัดเจดีย์หอย สอบถามรายละเอียดได้ที่โทร.๐-๒๕๙๙-๔๒๔๗, ๐-๕๑๘๘-๙๔๒๔, ๐-๙๐๒๕-๘๐๓๑
0 สุทธิคุณ กองทอง 0