![]() ![]() ![]() |
|
![]() | ||||||||
| ||||||||
|
![]() หลวงปู่ดู่ วัดสะแก เป็นพระเถราจารย์ที่ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา และศรัทธาสาธุชนทั่วไปได้ให้ความเคารพเลื่อมใสกันอย่างกว้างขวาง ท่านเป็นพระนักปฏิบัติธรรมที่มีลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศ แนวทางการอบรมวิธีปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานของท่านเป็นที่เข้าใจง่าย และเมื่อใครนำไปปฏิบัติแล้วจะได้รับผลดีเป็นที่น่าพอใจ ทำให้สมาธิจิตสงบ ไม่ฟุ้งซ่าน รวมทั้งยังสามารถนำไปใช้ในหน้าที่การงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ ศิษย์หลวงปู่ดู่ จึงมีอยู่ทั่วทุกวงการอาชีพ และทุกสารทิศในเมืองไทย แม้ในทุกวันนี้ยังมีบรรดาศิษย์จำนวนมากไปที่วัดเพื่อบำเพ็ญกุศล น้อมรำลึกถึงพระคุณของหลวงปู่อยู่เป็นประจำ ทุกวันพุธ และ วันอาทิตย์ โดยต่างไปถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ที่หน้ากุฏิหลังเดิมของหลวงปู่ ส่วน วันเสาร์ จะมีการถวายสังฆทาน เป็นประจำตลอดมา ๑๖ ปี ที่ผ่านมา นับตั้งแต่ที่หลวงปู่ละสังขารเมื่อวันอังคารที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๓๓ นับเป็นศรัทธาอันแรงกล้าที่บรรดาศิษย์ทั้งหลายมีต่อหลวงปู่อย่างเหนียวแน่นจนก่อเกิดความรัก ความสามัคคี ในหมู่ลูกศิษย์ด้วยกันเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชมเชย และน่ายกย่องจริงๆ การที่ ศิษย์หลวงปู่ดู่ พากันมาทำบุญถวายแด่ท่าน ทุกวันพุธ-เสาร์-อาทิตย์ ตลอด ๑๖ ปีที่ผ่านมา ก็เพราะก่อนหลวงปู่จะมรณภาพ ท่านกล่าวกับบรรดาศิษย์ว่า ข้าขอฝากวัดสะแกไว้ให้กับพวกแกด้วย ศิษย์ทั้งหลายต่างน้อมรับคำสัญญา และยึดปฏิบัติกันมาอย่างเหนียวแน่น ใครมีเวลาว่างก็จะพากันไปที่วัด ทำบุญ นั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรม ตามแนวทางที่หลวงปู่สอนไว้ ทำให้ไม่ลืมวัด ไม่ลืมหลวงปู่ และที่สำคัญคือไม่ลืมศาสนา และความเป็น พุทธ ที่จะต้องยึดมั่นถือมั่นประกอบคุณงามความดี และมีศีลธรรมประจำตัวประจำใจอยู่เสมอ โอกาสที่จะทำชั่ว หรือบาปกรรมก็ย่อมไม่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกันมีลูกศิษย์อีกคณะหนึ่ง ร่วมจิตร่วมใจกันจัดทำหนังสือ พรหมปัญโญเถระ อันเป็นหนังสือรวมประวัติของ หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ คติธรรม คำสอน และ วัตถุมงคลของท่านอย่างสมบูรณ์ที่สุด โดยเป็นผลงานการจัดทำของ การุณ เทียมเงิน สมโภชน์ ทองแดง และทีมงานอีกหลายท่าน ที่ว่า สมบูรณ์ที่สุด นั้นก็เพราะว่า หนังสือเล่มนี้มีความหนาถึง ๕๐๘ หน้า พิมพ์ด้วยกระดาษอาร์ตอย่างดี พิมพ์สี่สีทั้งเล่ม ปกแข็งเย็บกี่อย่างดี แข็งแรงทนทานมาก หนังสือเล่มนี้มีประวัติวัดสะแก ประวัติหลวงปู่ดู่ ภาพเอกสารสำคัญๆ ของหลวงปู่ ที่มีความเก่ามาก และหาดูได้ยาก คำสอน คติธรรม ที่หลวงปู่สอนไว้มากมาย รวมทั้ง คำคม ที่หลวงปู่พูดไว้เป็น อุบายธรรม ให้ลูกศิษย์นำไปคิดและปฏิบัติตาม นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับประสบการณ์ของตัวหลวงปู่เอง และพระเครื่องของท่าน ซึ่งจะหาอ่านที่อื่นไม่ได้ง่ายนัก มีภาพของหลวงปู่ในอิริยาบถต่างๆ หลายมุมมองมากมาย ซึ่งน่าเก็บรักษาอนุรักษ์เป็นอนุสรณ์ หรือเอาไว้สักการบูชาก็จะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต จะได้ไม่ลืมหลวงปู่ และหลวงปู่ก็จะไม่ลืมเราเหมือนกัน หลวงปู่ไม่ลืมเราก็คือ ท่านจะปกป้องคุ้มครองให้เราอยู่ในธรรมะ เป็นคนดีของสังคม และมีความปลอดภัยในชีวิตตลอดไป ในส่วนของพระเครื่อง มีอยู่อย่างครบถ้วนทุกรุ่น รวมทั้งความเป็นมาของพระแต่ละรุ่น ซึ่งทุกวันนี้ พระหลวงปู่ดู่ หลายรุ่นที่มี ของปลอม ระบาดไปทั่ว หากได้ดูภาพ พระแท้ ในหนังสือเล่มนี้จะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้ทราบว่า พระแท้ นั้นมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร พระเครื่องทุกภาพ เป็นภาพสี คมชัดมาก และขนาดภาพก็ใหญ่พอสมควร สามารถศึกษาหารายละเอียดในพิมพ์ทรงองค์พระ และเนื้อหามวลสารได้อย่างชัดเจน จดจำให้แม่นยำ โอกาสที่จะไปได้ พระปลอม ก็ย่อมจะยากด้วย หรือหากจะไปชม ของจริง ก็ได้ที่ อาคารพิพิธภัณฑ์หลวงปู่ดู่ วัดสะแก ซึ่งเป็นอาคารทรงไทยประยุกต์ที่ออกแบบได้งดงาม จะมีความมั่นใจขึ้นไปอีก ตัดปัญหาเรื่องพระแท้พระปลอมไปได้เลย เพราะในพิพิธภัณฑ์มีพระของหลวงปู่ดู่จัดแสดงไว้ครบทุกรุ่น ท่านผู้ใดศรัทธาสนใจหนังสือ พรหมปัญโญเถระ ขอเชิญร่วมทำบุญบูชาได้ที่วัด เล่มละ ๑,๕๐๐ บาท ติดต่อกับ พระบุญเรือง อนุรักกโม (หลวงพ่อดำ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสะแก ต.ธนู อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา โทร.๐-๓๕๓๕-๖๑๐๑ หลวงพ่อดำ ท่านเป็นประธานการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ซึ่งรายได้จากหนังสือเล่มนี้จะนำไปดูแลบำรุงรักษาและบูรณะซ่อมแซมอาคารพิพิธภัณฑ์หลังนี้ในกาลข้างหน้าต่อไป และอีกส่วนหนึ่งจะมอบให้กับมูลนิธิหลวงปู่ดู่ หลวงปู่ดู่ เป็นชาวบ้านสามเขา ต.ข้าวเม่า อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดเมื่อวันศุกร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง อันเป็นวันเพ็ญวิสาขปุรณมี ตรงกับวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๔๔๗ นามเดิม ดู่ หนูศรี โยมพ่อชื่อ พุด โยมแม่ชื่อ พ่วง มีพี่น้อง ๓ คน คือ ตัวท่านกับพี่สาวอีก ๒ คน ชื่อ ทองคำ และ สุ่ม พออายุ ๒๑ ปี ท่านเข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดสะแก โดยมี หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการาม พระเกจิอาจารย์ดังในสมัยนั้นเป็นพระอุปัชฌาย์ ในช่วงแรกท่านออกเดินธุดงค์ไปตามสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาหลายแห่ง และถือข้อวัตร ฉันมื้อเดียว มาตั้งก่อน ปี ๒๕๐๐ ต่อมาเนื่องจากท่านมีอายุมากแล้ว แพทย์และศิษยานุศิษย์ขอให้ท่านฉัน ๒ มื้อเหมือนพระสงฆ์ทั่วๆ ไป เพื่อจะได้ถนอมสังขารให้อยู่ไปนานๆ ในส่วนของกิจนิมนต์นอกวัด ท่านงดมาตั้งแต่ปี ๒๔๙๐ เป็นต้นมา เพื่อจะได้มีเวลาปฏิบัติธรรม และอบรมสั่งสอนญาติโยมที่มาหาที่วัดได้อย่างทั่วถึง หลวงปู่ดู่ มรณภาพเมื่อวันอังคารที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๓๓ ขณะอายุ ๘๕ ปี พรรษา ๖๕ และมีพิธีพระราชเพลิงศพเมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๓๔ น่าอัศจรรย์ ....หนังสือ พรหมปัญโญเถระ เล่มนี้มีความหนามาก เพราะต้องการให้ สมบูรณ์ที่สุด ทีมงานได้ดำเนินการจัดทำมานานพอสมควร เพราะมีปัญหาอุปสรรคอยู่เสมอ แม้ว่าจะมีความพยายามในการแก้ไขอย่างไรก็ตาม มาจนถึงเมื่อ วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๘ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ วัดสะแก เพื่อทรงเป็นประธานในพิธีเปิด อาคารพิพิธภัณฑ์ หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ท่ามกลาง ศิษย์หลวงปู่ดู่ เฝ้ารับเสด็จอย่างเนืองแน่น ทีมงานผู้จัดทำหนังสือจึงนำภาพพิธีดังกล่าวนี้ลงไว้ในหนังสือเล่มนี้ด้วย นั่นแหละ อุปสรรคปัญหาต่างๆ ในการจัดทำหนังสือ พรหมปัญโญเถระ จึงหมดไป หนังสือได้ดำเนินการจัดพิมพ์ในเวลาต่อมาอย่างราบรื่น ไม่มีปัญหาอุปสรรคใดๆ อีก จนหนังสือได้จัดพิมพ์สำเร็จเสร็จสมบูรณ์ในที่สุด ศิษย์หลวงปู่ดู่ ทั้งหลายจึงเชื่อกันว่าคงเป็นความประสงค์ของหลวงปู่ ที่ต้องการจะให้มีภาพพิธี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อยู่ในหนังสือเล่มนี้ด้วย...จึงจะถือว่า สมบูรณ์แบบจริงๆ 0 แล่ม จันท์พิศาโล 0
|
![]() ![]() |
|||||||||||||||||||||
| ||||||||||||||||||||||
![]() | ||||||||||||||||||||||