ผู้ยิ่งใหญ่ในวงการพุทธโลก มีผลงานการเผยแผ่สันติธรรมแก่มนุษย์นับพันล้านคนทั่วโลกมีอยู่ ๔ ท่าน คือ ๑.องค์ดาไลลามะ ประมุขทางจิตใจและทางการเมืองของชาวทิเบต ๒.ท่านธิกนะฮันท์ พระมหาเถระชาวเวียดนาม ผู้มีสำนักของตนในประเทศฝรั่งเศส ๓.นายไดซะกุ อิเคดะ ผู้นำองค์กรโซกะกาไก และ ๔.ปรมาจารย์ชิงหยุน ผู้ก่อตั้งวัดโฟกวงซาน อันมีชื่อเสียงแห่งไต้หวัน
สำหรับพระเถระจากประเทศไทยซึ่งเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติมี ๒ รูป คือ หลวงพ่อชา สุภทฺโท อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี พระอาจารย์สายพระป่า (วิปัสสนากรรมฐาน) ที่มีลูกศิษย์เป็นพระภิกษุชาวอเมริกันและยุโรปมากมาย ได้ประกาศเกียรติคุณของท่านให้ชาวต่างประเทศได้รู้จักกันอย่างกว้างขวาง แม้ว่าท่านจะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว แต่พระสงฆ์ลูกศิษย์ที่ท่านได้สร้างไว้ก็ยังเติบโตและแตกกิ่งก้านสาขาในโลกตะวันตกจนทำให้ผลงานการเทศนาของท่านแพร่หลายไปอย่างมาก
ส่วนอีกรูปหนึ่งคือ ท่านพุทธทาส สวนโมกข์ จ.สุราษฎร์ธานี พระผู้ที่ชาวต่างประเทศรู้จักกันมากในด้านปรัชญา และการตีความพระพุทธศาสนาที่มีลักษณะใหม่และทันสมัยในระดับนานาชาติ
ปัจจุบันทุกมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนวิชา ศาสนาสากล ทั้งในยุโรปและอเมริกาเหนือ ล้วนได้ศึกษางานของท่าน หนังสือของท่านกว่า ๑๔๐ เล่ม ได้รับการแปลเป็น ภาษาอังกฤษกว่า ๑๕ เล่ม และอีกหลายเล่มได้แปลเป็นภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน จีน อินโดนีเซีย ลาว และตากาล็อก อีกด้วย
กล่าวได้ว่าในประวัติศาสตร์ไทย ท่านอาจารย์พุทธทาส มีผลงานที่เป็นหนังสือแปลสู่ต่างประเทศมากที่สุด
ผู้ที่มีส่วนสำคัญในการเผยแผ่ผลงานของท่านพุทธทาสภิกขุ คือ นายดอนัลด์ สแวเรอร์ (Donald Swearer) หรือที่หลายท่านเรียกกันว่า "อาจารย์ดอน"
อาจารย์ดอน เป็นศิษย์คนสำคัญที่สุดของท่านพุทธทาสที่ได้แนะนำให้ชาวโลกด้านวิชาการในประเทศแถบตะวันตกรู้จักผลงานของท่าน
ยิ่งไปกว่านั้นอาจจะกล่าวว่า อาจารย์ดอน คือที่มาของ หนังสือธรรมโฆษณ์ ที่แต่ละเล่มมีแกนเรื่องก็ว่าได้ เพราะเมื่อพบกันครั้งแรก อาจารย์ดอนปรารภกับท่านอาจารย์พุทธทาสว่าจะค้นคว้าศึกษาความคิดของท่านตลอดแต่ละเรื่องนั้นยากมากเพราะท่านพูดไว้กระจัดกระจาย
นี่เองจึงเป็นที่มาของรายการเทศน์ประจำวันเสาร์ ที่ลานหินโค้งของสวนโมกข์ แล้วกลายมาเป็นหนังสือปกดำในชุด ธรรมโฆษณ์ อันลือเลื่อง
งานแปลงานเขียนของอาจารย์ดอนนั้น สถาบันที่สอนพุทธศาสนศึกษาหลายแห่งในตะวันตกจะต้องใช้เป็นหนังสือประกอบการเรียนวิชานี้ทั้งสิ้น ทำให้คนที่แสวงหาความรู้เกี่ยวกับพุทธศาสนาได้รู้จักชีวิตและความคิดของท่านอาจารย์อย่างกว้างขวางออกไปมาก
เดิมทีอาจารย์ดอน เป็นหมอสอนศาสนาคริสต์ โดยมาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษอยู่ที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน กรุงเทพฯ ระหว่างนั้นได้รับเชิญไปสอนภาษาอังกฤษพิเศษที่มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อันเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ของฝ่ายมหานิกาย
ตอนสอนจบจะร่ำลากัน พระนักศึกษาได้มอบ หนังสือธรรมะของท่านอาจารย์พุทธทาส ให้หลายเล่มเป็นของขวัญในปี ๒๕๐๒
ตั้งแต่นั้นมาจนบัดนี้ อาจารย์ดอนก็ศึกษางานของท่านอาจารย์พุทธทาส มาไม่ได้ขาด และเมื่อกลับมาเยี่ยมเมืองไทยได้พบกับ อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ปรารภว่าสนใจจะไปเยี่ยมท่านอาจารย์พุทธทาส ที่สวนโมกข์ อาจารย์สุลักษณ์ก็อาสาพาลงไปกราบท่านอาจารย์ด้วยกัน
เมื่ออาจารย์ดอนทำปริญญาโทและปริญญาเอก ที่โรงเรียนเทวศาสตร์แห่งเยล (Yale Divinity School) ก็ได้ทำวิทยานิพนธ์เรื่องที่เกี่ยวกับคำสอนของท่านอาจารย์พุทธทาส
นายประชา หุตานุวัตร นักวิชาการอิสระ บอกว่า อาจารย์ดอนเริ่มต้นจากการแปลงานของท่านอาจารย์พุทธทาสออกเป็นภาษาอังกฤษเมื่อกว่า ๔๐ ปีมาแล้ว รวมเล่มครั้งเริ่มแรกคือ Towards the Truth
ต่อมาได้รวบรวมและแปลงานของท่านอาจารย์พุทธทาสอีกหลายชิ้น โดยเฉพาะเรื่อง ตัวกู-ของกู หนังสือที่ดีที่สุดเล่มหนึ่งของท่านออกเป็น Me and Mine ก่อนหน้านั้นก็ได้แปลธรรมิกสังคมนิยมของท่านออกให้ชาวต่างชาติได้รู้จักความคิดทางการเมืองของท่านอาจารย์พุทธทาสด้วย ทั้งยังได้เขียนเกี่ยวกับชีวิตและความคิดของท่านออกมาหลายชิ้นเป็นต่างหากออกไป
อันที่จริงนักวิชาการฝรั่งที่มาสนใจงานและความคิดของท่านอาจารย์พุทธทาสมีหลายคน แต่อาจารย์ดอนต่างจากคนอื่นอย่างสำคัญตรงที่เขียนเกี่ยวกับท่านและแปลงานท่านอาจารย์อย่างอ่อนน้อมถ่อมตน
ขณะที่นักวิชาการคนอื่นส่วนมากใช้ท่าทีที่เต็มไปด้วยความอหังการทำตัวว่ารู้ดีกว่าท่านอาจารย์และพยายามจับผิดท่าน ทั้งที่ความรู้ของตนเองก็มีไม่มากพอ
การแปลหนังสือธรรมะ ไม่เหมือนกับการแปลหนังสือวิชาการทั่วไปเพราะหลายประเด็นที่เกี่ยวกับธรรมะนั้น คนแปลจะต้องปฏิบัติธรรม พอที่จะเข้าใจความหมายที่ไม่สามารถจะเข้าใจด้วยตรรกธรรมดาด้วย และยังต้องเป็นผู้ปฏิบัติธรรมอย่างสม่ำเสมออีกด้วย
ที่เห็นได้ชัดว่าเป็นสุขและพอใจทำหน้าที่เป็นอาจารย์สอนวิชาด้านนี้ ที่วิทยาลัยสวอธมอร์ อันเป็นวิทยาลัยขนาดเล็ก ด้านศิลปศาสตร์ชั้นเลิศแห่งหนึ่งในไม่กี่แห่งของสหรัฐอเมริกา แต่คนไทยน้อยคนจะรู้จัก
จากนั้นได้เปิดสอนวิชาพุทธศาสนาเพื่อสังคมที่วิทยาลัยสวอธมอร์ เป็นประจำ ทำให้คนรุ่นใหม่ที่สนใจศาสนาพุทธของประเทศนั้นจำนวนหนึ่งรู้จักด้านที่ดีที่สุดของศาสนาพุทธ ที่ไม่ได้เป็นไปเพื่อความสุขส่วนตัวเท่านั้น หากแต่ห่วงหาอาทรต่อความเป็นธรรมในสังคม และสภาพแวดล้อมในทางนิเวศวิทยาด้วย
แม้ทุกวันนี้อาจารย์ดอน ยังไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์เป็นประจำตามประเพณีทางศาสนาเดิมของตน แต่ก็ได้ใช้หลักธรรมจากท่านอาจารย์พุทธทาสที่เป็นสากลเป็นประทีบของชีวิต รวมทั้งการเจริญอานาปานสติกรรมฐานอีกด้วย
ประโยคคำพูดหนึ่งที่อาจารย์ดอนพูดไว้อย่างน่าคิดคือ "ผมนับถือท่านอาจารย์พุทธทาสเป็นบุพการีในทางธรรม (Spiritual Father) การประยุกต์พุทธธรรมไปใช้ในชีวิตจริงอย่างไม่ต้องมีตราประทับว่าเป็นพุทธศาสนิกด้วยซ้ำไป และนี่คือคุณค่าพิเศษสุดของพุทธธรรม"
0 ไตรเทพ สุทธิคุณ 0