"พระศรีอารยเมตไตรย" (พระ-สี-อา-ระ-ยะ-เมด-ไต) ที่เรียกกันสั้นๆ
ว่า พระศรีอาริย์ (พระ-สี-อาน) ซึ่งเป็น พระพุทธเจ้าองค์ที่ ๕ ที่เชื่อกันว่า
จะเป็นผู้มีบารมีสูง ที่จะเสด็จมาโปรดเวไนยสัตว์ ก่อนโลกจะแตกดับ
โดยจะอุบัติขึ้น ในภายหน้า หลังจาก สิ้นศาสนา พระโคดมแล้ว
หรือ พ.ศ. ๕๐๐๐ ซึ่งถ้านับจากปีนี้ อายุของ
พระพุทธศาสนาจะเหลือเพียง ๒,๔๕๑ ปี
ในภัทรกัปนี้ จะมีพระพุทธเจ้า มาตรัสรู้ และโปรดสัตว์ ๕ พระองค์
โดยพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันเป็นองค์ที่ ๔ คือ
พระสมณโคดม (เจ้าชายสิทธัตถะ)
ส่วน ๓ พระองค์แรก คือ พระพุทธเจ้ากกุสันโธ
พระพุทธเจ้าโกนาคมโน และ พระพุทธเจ้ากัสสโป
แม้ว่าจะยังไม่สิ้นศาสนา ของพระโคดม แต่ปรากฏว่า
มีผู้ให้ความเคารพนับถือ พระศรีอาริย์ กันอย่างกว้างขวาง ชนิดที่เรียกว่า นับถือไว้ล่วงหน้า ก่อนที่จะอุบัติขึ้นด้วยซ้ำ ที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ "ลัทธิโยเร" ขณะเดียวกันก็มีคนจำนวนไม่น้อยแอบอ้างว่า ตนเองเป็นพระศรีอาริย์ อย่างกับกรณีศาลเจ้าแห่งหนึ่งที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา มีผู้หญิงคนหนึ่งอ้างตนว่าเป็นพระศรีอาริย์
ด้วยเหตุที่พระศรีอาริย์จะเสด็จมาโปรดเวไนยสัตว์ ก่อนก่อนโลกจะแตกดับ ซึ่งสอดคล้องกับวิกฤติการณ์ต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในโลกยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็นภัยก่อการร้าย ภาวะโลกร้อน พายุถล่มเมืองต่างๆ คลื่นยักษ์ และแผ่นดินไหว ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้ชาวยิว คริสเตียน ในยุโรปและอเมริกา เชื่อว่าคำทำนายเรื่องการสิ้นโลกนั้นมีจริง วันสิ้นโลกก็ดี หรือวันโลกแตกก็ดี อันเป็นวันที่พระผู้เป็นเจ้าจะกลับมาพิพากษาความดีความชั่วของมนุษย์นั้น ใกล้จะมาถึง ทำให้ลัทธิพระศรีอาริย์นี้เฟื่องฟูขึ้นอย่างมาก
พระ ดร.มโน (เมตฺตานนฺโท ภิกฺขุ) ที่ปรึกษาเลขาธิการใหญ่องค์การสมัชชาศาสนาเพื่อสันติภาพโลก (ฝ่ายกิจการพระพุทธศาสนา) และอาจารย์พิเศษ คณะศาสนาวิชาศาสนาและปรัชญา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า
บางครั้งบางคราว เมื่อบ้านเมืองมีปัญหา หรือเกิดวิกฤติการณ์ ความขัดแย้งที่เรื้อรัง หรือใกล้บ้านแตกสาแหรกขาด ปรากฏการณ์อย่างหนึ่งทางสังคมที่เกิดขึ้นได้บ่อย คือการอุบัติขึ้นของศาสนาพระศรีอาริย์ หรือการเกิดขึ้นของผู้นำจิตวิญญาณในสังคมหรือชุมชน ซึ่งในระยะแรกๆ ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย และมักจะเกิดขึ้นในต่างจังหวัดที่ห่างจากศูนย์กลางการปกครอง หรือศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองนั้นๆ
โลกของศาสนานั้น ไม่เคยหยุดหมุน ไม่ว่าวิทยาศาสตร์ หรือเหตุการณ์บ้านเมืองจะผันแปรไปเพียงใด ศาสนาก็ยังหารูปแบบของคำตอบและทางออกแก่ชีวิตอยู่เสมอมา วิกฤติการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างเรื้อรังติดต่อกัน ในสังคม เนปาล ก็สร้างตำนานอันลือลั่นของเด็กหนุ่มบ้านนอกคนหนึ่งให้กลายเป็นคนโด่งดังในวงการศาสนาของโลก ในฐานะ เนปาล บุดดา บอย ซึ่งหลายคนก็เคยทึกทักกันว่าเป็น พระศรีอาริย์ กันมาแล้ว
พระศรีอาริย์ ชื่อที่แท้จริงในภาษาสันสกฤตคือ ไมเตฺรยะ (Maitreya) หรือในบาลี คือ เมตฺเตยฺย ความเชื่อในเรื่องพระไมตริยะ ในฐานะผู้นำทางจิตวิญญาณในลักษณะนี้ มิใช่มีเฉพาะในพระพุทธศาสนาเท่านั้น แต่มีปรากฏในศาสนาฮินดู เชน ยูดาย คริสต์ และอิสลาม
พระไตรปิฎกนั้น เป็นหลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดของโลก ว่าด้วยเรื่องพระไมตริยะ ดังปรากฏในพุทธพยากรณ์หลายแห่ง เช่น ในทีฆนิกาย จักกวัตติสีหนาทสูตร แม้ในคัมภีร์ไบเบิล ในส่วนของพระคัมภีร์พันธสัญญาเก่า (Old Testament) ทั้งของศาสนายูดายและคริสต์ศาสนา ก็ปรากฏชื่อของ Messiah ซึ่งจะเป็นศาสดาพยากรณ์คนสุดท้ายของโลก ที่พระผู้เป็นเจ้าจะส่งลงมาโปรดโลก ก่อนวันโลกแตก ในคริสต์ศาสนาเชื่อว่า พระเยซูคริสต์ คือ Messiah ผู้นั้น ส่วนในศาสนาอิสลามเชื่อว่าพระนะบี มูฮะหมัด คือ Messiah
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่งทางอักษรศาสตร์ คือ หากนำคำว่า Maitreya ในภาษาสันสกฤตปริวัฏอักษรเป็นภาษาฮีบรู จะได้คำว่า Messiah ตรงตัว เรื่องนี้คงไม่ใช่เหตุบังเอิญที่จะมีคำพ้องทั้งเสียงและความหมาย ในศาสนาที่มีต้นกำเนิดห่างกันหลายพันไมล์ และสิ่งที่เหมือนกันอย่างหนึ่ง คือ ระหว่างชาวยิวและชาวพุทธคือศาสนิกชนของทั้งสองศาสนานั้น กำลังรอคอยการอุบัติขึ้นของ Maitreya/Messiah ด้วยกันทั้งคู่
กำเนิดของคริสต์ศาสนา ก็เกี่ยวพันกับความเชื่อเรื่องพระ Messiah นั้นด้วย เนื่องจากในขณะนั้น ชาวยิวตกเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรโรมัน สภาวะของบ้านเมืองของชาวยิวขณะนั้นมีวิกฤติการณ์ทางการเมืองเกิดขึ้นหลายอย่าง ก่อให้เกิดกระบวนการทางศาสนาเกิดขึ้นหลายกระบวนการด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบชื่อกันมาถึงทุกวันนี้ มีอยู่สองท่านด้วยกัน คือ กระบวนการหนึ่งอยู่ภายใต้การนำของ John the Baptist ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งมีพระเยซูคริสต์เป็นผู้นำ ในส่วนพระคัมภีร์ใหม่นั้น มีผู้ถามพระเยซูว่า ท่านคือ Messiah หรือไม่ ซึ่งพระเยซูมิได้ยืนยัน แต่ตอบอีกแบบหนึ่งว่าท่านคือบุตรแห่งมนุษย์ (The Son of Man)
กระนั้นเอง ชาวคริสต์นับถือพระเยซูในฐานะบุตรแห่งพระผู้เป็นเจ้า (Son of God) และเป็นความเชื่อที่เป็นเอกลักษณ์ของคริสต์ศาสนา ขณะเดียวกัน ชาวมุสลิมนับถือพระเยซูในฐานะเป็นศาสดาพยากรณ์ (Prophet) คนสำคัญที่พระผู้เป็นเจ้าส่งมาโปรดชาวโลก ในขณะที่พระนะบี มูฮะหมัด คือ Messiah
พระ ดร.มโน บอกด้วยว่า ปัจจุบันมีผู้ที่ตั้งตัวว่าเป็นพระไมตริยะ หรือเกี่ยวข้องกับพระไมตริยะ ในฐานะเป็นทูตสวรรค์บ้าง เป็นศาสดาที่มาโปรดชาวโลก ให้รอท่าพระไมตริยะบ้าง บางรายตั้งสำนักใหญ่โต มีสาขานับร้อย และลูกศิษย์นับหมื่น ในยุโรปและอเมริกาในขณะนี้ บางรายถึงกับประกาศตัวเป็นพระพุทธเจ้า หรือถึงขนาดว่าเก่งกว่าพระพุทธเจ้าเลยก็มี
นอกจากนี้แล้ว ยังมีสำนักพระไมตริยะ ระดับสากลเป็นศาสนาไฮเทค ซึ่งมีความพยายามที่จะรวบรวมความเชื่อของศาสนาต่างๆ เข้ามาด้วยกัน เพื่อหล่อหลอมเป็นศาสนาเดียวภายใต้พระไมตริยะ โดยจะอยู่ในฐานะของพระพุทธเจ้าองค์ที่ ๕ ของกัลป์ แต่กลายเป็นองค์อวตาร คือ เป็นพระผู้เป็นเจ้าตัวจริงอวตารลงมาเกิดเป็นมนุษย์ เหมือนพระวิษณุ หรือพระนารายณ์ เพื่อลงมาปราบยุคเข็ญ ปิดกลียุค ก่อนวันสิ้นโลก เป็นทั้งพระเยซูคริสต์ด้วย และเป็นทั้งพระ Messiah ด้วย ในตัวคนเดียว
"ศาสนาพระศรีอาริย์ จึงมิได้มีอยู่เฉพาะในพระพุทธศาสนาเท่านั้น และไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น แต่มีมานานกว่าสองพันปีแล้ว และเป็นรากฐานของความเชื่อ ในศาสนาที่เกิดขึ้นในอินเดียทั้ง ๓ ศาสนาใหญ่ คือ ฮินดู พุทธ และเชน และศาสนาที่นับถือพระเจ้าองค์เดียว อันมีกำเนิดในตะวันออกกลางทั้ง ๓ ศาสนา คือ ยูดาย คริสต์ และอิสลาม" พระ ดร.มโน กล่าว