แถลงการณ์ร่วมในการประชุมชาวพุทธนานาชาติ เนื่องใน วันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก ครั้งที่ ๓ ระหว่างวันที่ ๗-๑๐ พฤษภาคม ๒๕๔๙ ณ หอประชุมใหญ่ พุทธมณฑล และศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ในครั้งนี้ ยอมรับร่วมกันว่าการประชุมนี้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทยและมหาเถรสมาคม ซึ่งประชาชนชาวไทยร่วมกันเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชา ในโอกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี โดยในที่ประชุมมีมติร่วมกัน ๑๓ ข้อ ประกอบด้วย
๑.เพิ่มพูนศักยภาพและความร่วมมือระหว่างองค์กรพุทธศาสนา ๒.ส่งเสริมกิจกรรมสังคมเพื่อให้เป็นสังคมที่มีธรรมะ ๓.จัดตั้งศูนย์ฝึกสมาธิภาวนาทั่วโลก เพิ่มครูสอนสมาธิภาวนา และร่วมกันหาวิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนา จากหลักธรรมสันติแห่งพระพุทธศาสนา ถ้าหากสังเกตเห็นว่าสถานการณ์โลกและสถานการณ์พระพุทธศาสนาที่เผชิญอยู่ในปัจจุบัน ผู้นำชาวพุทธจะต้องจัดให้มีเครือข่ายเพื่อสร้างความเป็นหนึ่งในการสร้างสังคมธรรม เพื่อเป็นการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นภายใน และสันติภาพตรงนั้นก็จะต้องมีการแผ่กระจายออกไปให้ปรากฏทางกาย วาจา และแนวคิดต่างๆ
๔.สนับสนุนผลิตสื่อการศึกษาที่ใช้ได้ง่ายสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ โดยจัดตั้งห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ให้เป็นศูนย์รวบรวมข้อมูลพุทธศาสนา โดยองค์กรที่ศึกษาพุทธธรรม เครือข่ายพุทธศาสนา และ มจร. ๕.จัดพิมพ์ผลงานทางวิชาการด้านพุทธศาสนา เพื่อแจกจ่ายตามโรงแรมทั่วโลกเพื่อเป็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยตั้งองค์กรขึ้นมาช่วยเผยแผ่รับผิดชอบในส่วนตรงนี้ ๗.จัดตั้งองค์กรระหว่างประเทศเพื่อประสานและประชาสัมพันธ์พุทธศาสนา
๗.กระตุ้นให้องค์การสหประชาชาติ องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งองค์การสหประชาชาติ องค์การรัฐบาลปกป้องประเพณีและมรดกพุทธศาสนาทั้งโบราณสถาน โบราณวัตถุ ๘.ส่งเสริมความมีวินัยต่อตนเอง และบำเพ็ญประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ ๙.สนับสนุนจัดตั้งเป็นแนวคิดเศรษฐกิจแบบใหม่ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยยึดหลักมัชฌิมาปฏิปทา ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสไว้ให้ดำรงชีวิตอย่างพอเพียงให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ๑๐.หาแนวทางพัฒนาแนวใหม่ที่ยั่งยืน ผสมผสานเศรษฐกิจและความเป็นห่วงในสิ่งแวดล้อมไปสู่การสร้างสันติภาพและความมั่นคง รวมทั้งสนับสนุนให้มีการส่งเสริมสถานภาพของสตรี เพื่อที่จะให้ทุกคนยอมรับแนวทางพัฒนาที่ไม่สมดุลให้เป็นแนวทางที่พัฒนาอย่างสมดุลต่อไป
๑๑.จัดทำบันทึกความสำเร็จประชุมชาวพุทธทั่วโลก ครั้งที่ ๑ และยืนยันลัทธิฝ่า หลุน กง ไม่สอดคล้องกับหลักคำสอนพุทธศาสนา ๑๒.ประชุมชาวพุทธนานาชาติครั้งที่ ๔ เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ในปี ๒๕๕๐ ซึ่งจะจัดขึ้นที่ประเทศไทย เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสทรงมีพระชนมพรรษาครบ ๘๐ พรรษา และ ๑๓.ให้ มจร.เป็นสำนักงานเลขาธิการนานาชาติ เพื่ออำนวยความสะดวกในการประชุมชาวพุทธนานาชาติ
พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ในฐานะประธานจัดงานวันวิสาขบูชาโลก บอกว่า การประชุมครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ชาวพุทธมาร่วมกันแสดงความรู้สึก เสนอแนะอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นนิกายมหายาน วชิรยาน หรือเถรวาท ที่ต่างได้มาร่วมกันเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาเป็นครั้งแรก แม้ว่าที่ผ่านมา มหายานและเถรวาทนั้นนับถือเป็นวันสำคัญของพระพุทธเจ้าในเดือนที่ต่างกัน ในแต่ละปี ซึ่งเหตุการณ์สำคัญนี้จะทำให้เรามารวมกันในที่นี้ไม่ได้ ถ้าหากไม่มีมติขององค์การสหประชาชาติ ที่ได้รับผ่านมตินี้เมื่อปี ๒๕๔๒ เพื่อที่จะปฏิบัติตามของสหประชาชาติ จึงจัดงานให้มีการเฉลิมฉลองวันสำคัญขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม "คม ชัด ลึก" สอบถามความรู้สึกของผู้ร่วมประชุมในครั้งนี้ เช่น พระอาจารย์ ฉี จี วิมารกิติ หวัง เฉียง เด เจ้าสำนักโฮลี่ ยันตระ ยินกัง ตรียัน จากประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า อยากให้มีการจัดประชุมแบบนี้ทุกปี ส่วนเป้าหมายที่ได้มาประชุมพุทธโลกในปีนี้เพื่อร่วมเฉลิมฉลองที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ ๖๐ ปี แล้วสิ่งสำคัญที่อยากได้จากการประชุมครั้งนี้ เพื่อให้เกิดสันติภาพกับชาวโลกด้วยหลักธรรมของพระพุทธเจ้า
พระอาจารย์ลักพิติเย พนาเสการ พระสังฆราชจากแอฟริกา กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า การประชุมพุทธศาสนาโลกแบบนี้ สิ่งหนึ่งก็จะสามารถนำกลับไปเผยแผ่ให้ชาวพุทธในแอฟริกาได้เรียนรู้ต่อไป อย่างน้อยอาตมาอยู่ในประเทศที่มีประชาชนยากจนเป็นจำนวนมาก ตรงนี้ทำให้ชาวพุทธทั่วโลกได้รู้ความเป็นอยู่ของพวกเรา และคาดหวังว่าชาวพุทธแอฟริกาจะได้รับความช่วยเหลือจากชาวพุทธทั่วโลก
ในขณะที่ ดร.ยัง โฮ ลี จากมหาวิทยาลัยดงกุ๊ก ประเทศเกาหลี กล่าวเสริมว่า ควรมีการพัฒนาจิตวิญญาณ การสนทนา สร้างประโยชน์สูงสุด ต้องสนับสนุนความหลากหลายทางวัฒนธรรม ต้องร่วมมือเพื่อนำหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าค้นพบ นำไปเสนอมวลมนุษย์ ขอให้มนุษย์ได้รับประโยชน์จากธรรมะ มีการเข้าใจผิดมากมาย ทำให้มนุษย์เข้าใจผิด พุทธจึงต้องช่วยเหลือสังคมไม่ว่านานเท่าไรก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย คือในการอภิปรายเรื่อง วิสัยทัศน์เกี่ยวกับยุทธศาสตร์เชิงพุทธ เพื่อสันติภาพโลกและการพัฒนาที่ยั่งยืน เมื่อวันจันทร์ที่ ๘ พฤษภาคม ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ มีชื่อของ ดร.ภิกษุณี ยี ฟา ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นภิกษุณีร่วมอยู่ด้วยนั้น มีรายงานข่าวแจ้งว่า สร้างความไม่พอใจต่อคณะสงฆ์ไทย ซึ่งเป็นประธานจัดงานประชุมครั้งนี้มาก
เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คณะสงฆ์ไทยไม่ยอมรับ ภิกษุณี โดยอ้างว่า ภิกษุณีสูญหายไปจากพุทธศาสนาแล้ว แต่ไม่สามารถปฏิเสธได้ ด้วยเหตุผลที่ว่า ประเทศที่คณะสงฆ์ไทยทำหนังสือเชิญไปนั้น ส่งภิกษุณีมาร่วมการประชุมด้วย
0 เรื่อง ไตรเทพ สุทธิคุณ / ภาพ พีระรัตน์ ธรรมจง 0