ในช่วงที่ผ่านมา องค์กรพุทธศาสนาในประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดงาน "วิสาขบูชาโลก" โดยมีนักบวชและผู้ที่มิใช่นักบวช ในแวดวงพุทธศาสนาต่างประเทศจำนวนมาก มาร่วมประชุมเสวนาสาระแห่งพุทธธรรมในประเทศไทย
นับเป็นเรื่องน่าอนุโมทนา ที่องค์กรพุทธศาสนากระแสหลักในเมืองไทย อาทิ มหาเถรสมาคม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จัดงานเพื่อเสริมสร้างความสมานฉันท์ในระหว่างพี่น้องชาวพุทธต่างนิกาย ในหลายประเทศ
ภาพพระสงฆ์ไทยนั่งร่วมกิจกรรมกับพระสงฆ์ต่างประเทศ ที่มีรูปแบบการแต่งกายต่างกัน เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมีเอกภาพในความแตกต่าง
แต่เมื่อหันกลับมามองความเป็นไปของพุทธศาสนาในเมืองไทย เรากลับได้ความรู้สึกเป็นตรงกันข้าม เพราะชาวพุทธในเมืองไทยจำนวนมาก ยังขาดความเป็นปึกแผ่นแน่นหนา หรือขาดความเป็นเอกภาพในความแตกต่าง โดยเฉพาะในหมู่นักบวชเมืองไทยยังไม่ยอมรับกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์ในสังกัดมหานิกาย กับพระสงฆ์ในสังกัดธรรมยุติ ก็ยังไม่เออออห่อหมกกันในหลายเรื่อง
ในขณะที่องค์กรปกครองสงฆ์ในเมืองไทย ใจกว้างกับนักบวชต่างนิกายในหลายประเทศ แต่ไฉนจึงมีความใจแคบกับนักบวชต่างรูปแบบในประเทศไทยด้วยกัน
มิพักต้องกล่าวไปถึง การผูกขาดความคิด และความเชื่อขององค์กรปกครองสงฆ์กระแสหลัก ที่แสดงออกในทำนองปิดกั้น การนำเสนอความคิด และความเชื่อที่แตกต่างไปจากตน โดยอาศัยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ที่กำเนิดในสมัยเผด็จการครองเมือง มาเป็นอาวุธฟาดฟัน บั่นทอนกำลังของกลุ่มชาวพุทธนอกกระแสหลักอยู่มิรู้แล้ว
ถ้าจะพูดกันอย่างไม่ต้องเกรงใจก็คือ องค์กรปกครองคณะสงฆ์ในระดับต่างๆ มักติดยึด อยู่กับอำนาจตามกฎหมายที่สร้างขึ้นมาภายหลัง มากกว่าที่จะมั่นคงต่อพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้ากำหนดขึ้นมาแต่แรก
สันติอโศก เป็นองค์กรพุทธนอกกระแสหลักที่ถูกอำนาจตามกฎหมายคณะสงฆ์เล่นงานอย่างหนักหน่วงมาเนิ่นนาน แม้จนถึงวันนี้ "สมณะโพธิรักษ์" ผู้นำสันติอโศก ก็ยังถูกแจ้งความเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา ในข้อหาแต่งกายเลียนแบบสงฆ์
พระสงฆ์ไทยยอมรับให้นักบวชหญิงต่างประเทศเข้ามาร่วมกิจกรรมทางพุทธศาสนา แต่ไม่ยอมเปิดโอกาสให้นักบวชหญิงในประเทศไทยได้ลืมตาอ้าปาก หรือพระสงฆ์ไทยเราจะยินดีปรีดากับนักบวชต่างแดน จนกลายเป็นงานวิสาขบูชาโลก แต่ไม่ยอมสมานฉันท์กับนักบวชในบ้านเมืองเดียวกับตน
ราวกับกระบือที่ไม่ค่อยได้เหลียวแล และหลงลืมที่จะและเล็มหญ้าปากคอก
0 ท่านจันทร์ 0
www.prajan.com