วิสัยทัศน์เกี่ยวกับยุทธศาสตร์เชิงพุทธ เพื่อสันติภาพโลกและการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นหัวข้ออภิปรายหนึ่งในการประชุมชาวพุทธนานาชาติ เนื่องใน วันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก ครั้งที่ ๓ ระหว่างวันที่ ๗-๑๐ พฤษภาคม ๒๕๔๙ ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ โดยมีผู้ร่วมอภิปราย คือ ๑. ดร.ภิกษุณี ยี ฟา ประเทศสหรัฐอเมริกา ๒.ศ.พี.ดี. เปรมสิริ ประเทศศรีลังกา ๓.นายอนุรุธ ว่องวานิช ประเทศไทย ๔.พระกากุฮัน อีนามิ ประเทศญี่ปุ่น ๕.นายเจฟฟรีย์ แบมฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ๖.ดร.พระคำหมาย ธัมมสามี ประเทศอังกฤษ ๗.ดร.พระชิ มิง ยี ประเทศสิงคโปร์ ดำเนินการโดย ดร.พระ ที. ธัมมรตนะ ประเทศฝรั่งเศส
นอกจากนี้ยังมีการปาฐกถาพิเศษเรื่อง คุณูปการของพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพโลกและการพัฒนาที่ยั่งยืน โดย พระราชสุเมธาจารย์ (สุเมโธ ภิกขุ) เจ้าอาวาสวัดอมรวดี ประเทศอังกฤษ โดยมีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ ทุกวันนี้คนอังกฤษให้ความสนใจในคำสอนของพระพุทธศาสนากันมากขึ้น โดยในช่วง ๓๐ ปีนี้มีการสร้างวัดในพุทธศาสนาขึ้นในประเทศอังกฤษมากมาย
ขณะเดียวกัน คนอังกฤษแท้ๆ แม้จะนับถือศาสนอื่น แต่พวกเขาก็เข้าวัดฟังธรรมกันทุกวัน เดิมทีนั้น ชาวตะวันตกเมื่อทำอะไรผิดก็มักจะโทษคนอื่น หรือที่เรียกว่าปัจจัยภายนอก โดยไม่ได้โทษปัจจัยภายใน เมื่อเข้ามาศึกษาหลักธรรมของพุทธศาสนา โดยเฉพาะเรื่อง สติ จึงกลับกลายเป็นว่าสติสามารถเปลี่ยนโลกตะวันตก เริ่มสร้างสันติภาพในใจแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี
ด้านการอภิปราย วิสัยทัศน์เกี่ยวกับยุทธศาสตร์เชิงพุทธ เพื่อสันติภาพโลกและการพัฒนาที่ยั่งยืน นั้น มีประเด็นที่สำคัญ คือ ดร.ภิกษุณี ยี ฟา ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันเรายังอยู่ในสังคมที่ยึดมั่นถือมั่น โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีระดับสูง และมีการใช้กองกำลังอาวุธ กำลังรบในการแก้ปัญหา แทนที่เราจะใช้วิถีทางการทูต โดยเราจะเห็นพระพุทธเจ้าปฏิบัติธรรมใต้ต้นโพธิ์ ที่เป็นต้นกำเนิดของพระพุทธศาสนา ที่พระองค์ทรงเห็นว่าเราจะหมดทุกข์ได้นั้น คือการทำลายทุกข์ จุดมุ่งหมายของศาสนาก็คือ การทำลายทุกข์ ลดทุกข์ ดังนั้น เราจะต้องให้ความรู้เรื่องศาสนาพุทธกับเด็ก เพื่อให้พวกเขาเข้าใจในพระพุทธศาสนาด้วย
นายเจฟฟรีย์ แบมฟอร์ด ประเทศอังกฤษ กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า เราจะต้องเข้าใจในการลดความทุกข์ตามที่พระพุทธเจ้าสอนเสียก่อน โดยไม่ต้องไปห่วงว่าจะเกิดอะไรขึ้นในโลกนี้ ท่านจะมีวิธีการแสดงธรรมว่าตัวเองกำลังทำอะไร นี่เป็นวิธีฟังอย่างสงบ ไม่มีการต่อว่าใคร นี่เป็นเทคนิคอย่างหนึ่งของพระองค์ที่นำไปสู่สันติสุข ที่จะช่วยลดความขัดแย้งที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหา บทวิเคราะห์ของพระพุทธเจ้าอาจแก้ไขให้เราเห็นว่าอะไรจริง อะไรไม่จริง อะไรเป็นเหตุ อะไรเป็นผล ต้องดูให้ชัดเจน อย่าไปยึดมั่นที่ไม่เป็นประโยชน์สำหรับเรา
พระกากุฮัน อีนามิ ประเทศญี่ปุ่น กล่าวด้วยว่า ยุวพุทธในประเทศญี่ปุ่นเน้นการสอนให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันอย่างมีสันติสุข ใช้ชีวิตแบบไม่ใช้ความรุนแรง เราต้องนำศีลต่างๆ มาลดความขัดแย้ง เพื่อสร้างพลังและสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข ดังนั้น เราต้องประชุมกัน เพื่อสร้างสันติภาพในการกำจัด การใช้ระเบิดนิวเคลียร์ ทำลายมนุษยชาติ รัฐบาลญี่ปุ่นสนับสนุนให้ทุกคนทำในจุดนี้ให้ดีที่สุด เราจึงร่วมประชุมกับทุกศาสนาทั่วโลกที่มีจุดมุ่งหมาย คือ สันติภาพ ขณะที่คนกลุ่มนี้มีสมาชิกกว่า ๒๐ ประเทศแล้ว
สอดคล้องกับความเห็นของ พระ ดร.คำหมาย ธัมมสามี ประเทศอังกฤษ ที่ว่าการนำไปสู่สันติภาพ สำคัญที่สุดคือการรวมตัวกันของพระสงฆ์ ภิกษุณี แม่ชี ในการทำงานร่วมกันให้เป็นระบบ เราจะเห็นได้ว่าเมื่อประมาณ ๔-๕ ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยอยู่ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของประเทศไทยทรงเป็นต้นแบบในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นการแก้ไขปัญหาที่นำไปสู่สันติสุขของโลก และเป็นเรื่องที่ทุกๆ คนสามารถปฏิบัติกันได้
"ปัจจัยสำคัญแห่งความสำเร็จ ก็คือ การศึกษา ศีลธรรม จริยธรรม ที่สำคัญยิ่งในการแก้ปัญหาประเทศ เช่น การศึกษาของพระสงฆ์ในประเทศพม่า ที่เป็นหลักสูตรมาตั้งแต่ ๕๐๐ ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีการปรับปรุงแก้ไขให้ทันต่อสภาวการณ์ของโลก ยังคงเป็นหลักสูตรที่โบราณไปแล้ว ในปีหน้าก็อยากให้มีตัวแทนพระสงฆ์ทั้งฝ่ายเถรวาท มหายาน วชิรยาน ระดมความคิดแก้ไขปรับปรุงหลักสูตรร่วมกัน และอยากให้แม่ชีเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผยด้วย"
ศ.พี.ดี. เปรมสิริ ประเทศศรีลังกา ตอกย้ำในส่วนนี้ว่า เหตุของปัญหาที่ทำให้เกิดเป็นความขัดแย้ง ในพระไตรปิฎกสอนวิธีการลดความขัดแย้งเอาไว้ แต่อยู่ที่ว่า เราได้ทำตามคำสอนกันหรือเปล่า เนื่องจากความหลุดพ้นสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันที่เราพบเจอได้ ดังนั้น ทุกข์ทั้งหลายที่เราเจอ มาจากการทำ เราไม่เหมาะสมที่มาจากอกุศลต่างๆ เน้นว่าเราต้องแก้ไขตนเองเสียก่อน ที่จะช่วยลดปัญหาความรุนแรง โดยใช้จิตของเรานั่นเอง และสิ่งนี้จะสำเร็จลงได้ต้องเริ่มจากผู้นำให้ได้เสียก่อน
"สันติภาพของโลกนี้ เรายังใช้วัตถุเข้ามาแก้ไขปัญหาจากภายนอก มากกว่าที่จะใช้พุทธธรรมเข้ามาแก้ปัญหาอย่างแท้จริง ในมุมมองในส่วนนี้คิดว่าจิตเป็นเรื่องสำคัญในการแก้ปัญหาทั้ง โลภะ โทสะ โมหะ ที่เราจะได้พบต่อไปในอนาคต และสันติภาพจะเกิดขึ้นได้ เราทุกคนต้องแก้ไขความเห็นแก่ตัวของแต่ละคนออกไป โลกเราก็จะอยู่กันอย่างสันติสุข" นี่คือความเห็นของ ดร.พระชิ มิง ยี ประเทศสิงคโปร์
ในขณะที่ นายอนุรุธ ว่องวานิช ประเทศไทย แสดงความเห็นไว้ว่า การแก้ปัญหาโดยใช้จิต เราพูดกันหลายครั้งแล้ว ที่ต่างยอมรับว่าการปฏิบัติตามพระพุทธเจ้าอย่างเข้าใจ จะนำไปสู่สันติภาพโลกได้ แต่ยังมีชาวพุทธบางส่วนที่ยังมีความเชื่ออย่างงมงาย ตกหลุมลัทธิเข้าไปแล้ว ดังนั้น เราจะต้องเผยแผ่ หรือสร้างความกระจ่างของศาสนาพุทธไปสู่ส่วนอื่นให้ได้ เพื่อไม่ให้งมงาย ก็ต้องปฏิบัติ ในที่สุดความเชื่อเหล่านั้นก็จะลดลงไป
0 เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง 0
0 ภาพ อนันต์ จันทรสูตร 0