0 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดโครงการบรรพชา-อุปสมบทหมู่ ครั้งที่ ๔ ประจำปี ๒๕๔๙ โดย ดร.ธัญญรัตน์ ชีวะเกตุ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศและประชาสัมพันธ์ ประธานกรรมการการจัดงานครั้งนี้ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งอานิสงส์แห่งบุญกุศลที่นักศึกษา อาจารย์ เจ้าหน้าที่ และประชาชนทั่วไปร่วมกันจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดย ม.หอการค้าไทย รับเป็นเจ้าภาพทั้งหมด เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงมีพระชนมพรรษาครบ ๘๐ พรรษา และเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี อีกทั้งยังครบรอบ ๔๓ ปี ของการก่อตั้งมหาวิทยาลัย ซึ่งปีนี้มีผู้ที่ร่วมพิธีบรรพชา-อุปสมบทเป็นพระสงฆ์ ๗๑ รูป สามเณร ๑๐ รูป เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๔๙ โดยทั้งหมดตั้งใจศึกษาเล่าเรียนธรรมะและพระธรรมวินัย ตลอดจนการปฏิบัติธรรมภาวนา จนถึงวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ณ วัดบวรนิเวศวิหาร และสำนักปฏิบัติธรรมวชิรญาณ ๒๐๐ ปี จ.ปทุมธานี

ในพิธีครั้งนี้ เรียนเชิญอาจารย์ชินกร ไกรลาศ ศิลปินแห่งชาติ จัดพิธีเรียกขวัญนาค เพื่อให้นาคตระหนักและระลึกถึงบุญคุณของบุพการี และผู้มีพระคุณ ซึ่งในแต่ละช่วงพิธีสร้างความซาบซึ้งประทับใจแก่ผู้ปกครองที่ส่งบุตรหลานเข้าร่วมโครงการและผู้ร่วมพิธีเป็นอันมาก และต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า มหาวิทยาลัยจัดโครงการนี้ได้ดี มีความปรารถนาและมีความตั้งใจดีที่จะส่งเสริมเยาวชนให้เรียนรู้โลกแห่งธรรม ท่ามกลาวสภาวะแวดล้อมที่ถูกครอบงำไปด้วยวัตถุนิยม ถึงแม้จะเป็นการบวชในช่วงระยะสั้นๆ แต่ก็ทำให้เยาวชนไทยได้สัมผัสชีวิตอีกมุมหนึ่ง ที่เรียบง่ายของพระภิกษุ และทุกคนก็พร้อมจะสนับสนุนโครงการดีๆ เช่นนี้ให้เกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัยต่อไป
ด้าน พระสถิตย์ ใจชุ่ม (ถิรจิตโต) หนึ่งในผู้ร่วมโครงการ กล่าวว่า เป็นโครงการที่ดี ทำให้ตนมีโอกาสอุปสมบท โดยทราบข่าวจากพี่ชาย จึงสมัครเข้าร่วมโครงการ ถือเป็นจังหวะที่ดีมาก เพราะเป็นช่วงที่มีเวลาว่าง ทำให้ได้ศึกษาพระธรรมวินัย ทั้งยังเป็นการตอบแทนบุญคุณของคุณพ่อและคุณแม่ ซึ่งท่านมีความตั้งใจที่จะให้บวชอยู่แล้ว นับเป็นโครงการที่ดีทำให้บุคคลที่สนใจมาร่วมโครงการ และเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาอีกด้วย
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จะมีโครงการนี้ต่อไปอีกเพื่อเป็นการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้แก่เยาวชนของชาติ ทั้งยังเป็นการร่วมสืบทอดพระพุทธศาสนา ผู้ศรัทธาสนใจจะร่วมโครงการครั้งต่อไป ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ฝ่ายวิเทศและประชาสัมพันธ์ โทร.๐-๒๖๙๗-๖๗๙๘ ทั้งนี้ประชาชนทั่วไปที่ไม่ใช่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ก็สามารถเข้าร่วมโครงการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น