ฝรั่งแขวนพระเครื่อง สักยันต์อาจจะเป็นเรื่องแปลกในสายตาของคนไทย ด้วยเหตุที่ว่า คนไทยส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า ขึ้นชื่อว่าฝรั่ง หรือชาวต่างชาติ ต้องไม่ใช่คนนับถือพุทธศาสนา แต่แท้ที่จริงแล้ว ทุกวันนี้มีชาวต่างชาติจำนวนมากหันมานับถือพุทธศาสนา
การนับถือพุทธศาสนาของชาวต่างชาตินั้น ทุกวันนี้อาจจะเรียกได้ว่าคนไทยนับถืออย่างไร ชาวต่างชาติก็นับถืออย่างนั้น แม้กระทั่งการแขวนพระ การห้อยเครื่องรางของขลัง รวมทั้งการสักยันต์
นายเจฟ ทอมเซน เจ้าของร้าน โตเกียวโจ ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนสุขุมวิท ๒๔ ตรงข้ามโรงแรมอริสตัน หรือรู้จักกันในนาม "เจฟที" ก็เป็นชาวต่างชาติอีกคนหนึ่งที่นับถือพุทธศาสนา นอกจากยึดมั่นในหลักธรรมแล้ว เขายังพิสมัยพระเครื่องและเครื่องรางของขลัง รวมทั้งหลงเสน่ห์ในรอยสักยันต์อีกด้วย
"หากเป็นคนที่รู้จักตนเองอยู่แล้ว ก็จะมองเป็นเรื่องธรรมดา แต่คนที่ไม่เคยรู้จัก จะมองว่าแปลก และสงสัยว่าทำไมเราถึงแขวนพระ แล้วพระที่เอาไปเลี่ยมเป็นพระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ คนก็ถามว่าไปเอามาได้อย่างไร คนไทยยังหาไม่ได้เลย ทำไมคุณถึงหาได้ แต่พระที่ได้มาเราได้มาตั้งแต่เป็นวัยรุ่นแล้ว" นายเจฟ กล่าว พร้อมกับเล่าว่า
เข้ามาอยู่เมืองไทยตั้งแต่อายุ ๔ ขวบ และอยู่มาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา ๔๑ ปีแล้ว บ้านเกิดอยู่ที่ประเทศเดนมาร์ก ด้วยอาชีพของพ่อเป็นวิศวกร ซึ่งต้องเดินทางมาประเทศไทยเพื่อสร้างถนนลำพูน-เชียงใหม่ จึงต้องตามพ่อมาอยู่เมืองไทย โดยมาเรียนอยู่ที่ลำพูนได้ ๑ ปี จากนั้นก็ย้ายไปเรียนอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ อีก ๒ ปี สุดท้ายก็ย้ายมาเรียนโรงเรียนนานาชาติที่กรุงเทพฯ
เดิมทีนั้น ครอบครัวเป็นคนที่นับถือศาสนาคริสต์ แต่ไม่ได้เคร่งอะไรมากนัก ส่วนเหตุผลที่หันมานับถือพุทธศาสนานั้น เกิดขึ้นเมื่อครั้งพ่อพาไปงานศพหลวงปู่รูปหนึ่งทางภาคเหนือ ตั้งแต่อายุ ๔ ขวบ จากนั้นก็สนใจพุทธศาสนาเรื่อยมา เมื่ออายุ ๑๘ ปี เริ่มเข้าวัดอย่างเป็นจริงเป็นจัง เชื่อไหมว่าบางครั้งก็จะนั่งรถไปกราบหลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี ขณะนั้นหลวงพ่อแพท่านอายุมากแล้ว จากนั้นก็มีคนพาไปไหว้พระที่ จ.สุพรรณบุรี แต่จำไม่ได้ว่าเป็นวัดอะไร
การเข้าวัดมาตั้งแต่เด็กเป็นประจำ ทำให้เกิดความชอบพระเครื่องไปโดยปริยาย ในช่วงอายุประมาณ ๑๗ ปี เริ่มสนใจพระเครื่องอย่างจริงจัง หรือเรียกได้ว่าเป็นเซียนพระที่ดูพระได้เก่งในระดับหนึ่งก็ว่าได้ ถึงขั้นมีกล้องส่องพระประจำตัว สมัยนั้นสามารถดูพระได้เลยว่าองค์ไหนจริง แต่ถ้าองค์ไหนไม่มั่นใจ จะพยายามไม่เข้าไปยุ่ง
สำหรับการเช่าพระครั้งแรก นายเจฟ บอกว่า นำเงินไปแลกพระกับคนสวนที่บ้าน จึงเป็นที่มาในการสะสมพระเครื่องเก็บเอาไว้เป็นของส่วนตัวมากมาย อาทิ พระปิดตา หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ได้มาหลังจากให้คนขับรถที่บ้านขับไปเช่ากันที่วัดเพียงองค์ละ ๙๙ บาท ที่จำได้ก็จะเป็นเหรียญหลวงพ่อเกษม เขมโก สุสานไตรลักษณ์ หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ แล้วล่าสุดก็มีลูกน้องนำพระจตุคามรามเทพมาให้แขวน ๑ องค์ และองค์พระพิฆเนศ
ส่วนตัวเป็นคนชอบพระปิดตามาก เนื่องจากพระปิดตาจะดูแปลกกว่าพระองค์อื่นๆ ยิ่งได้รู้ความหมายแล้วก็รู้สึกดี ไม่ว่าจะเป็นพระปิดตา ปิดหู ปิดทวารทั้งเก้า ที่เป็นเรื่องของมหาอุตม์ ที่ตัวเองก็รู้ความหมายเหล่านี้ ดังนั้น พระมหาอุตม์ จึงมีความหมายว่า พระนั้นๆ มีพุทธานุภาพอันยอดเยี่ยมและยิ่งใหญ่ ซึ่งมีความหมายที่ถูกต้องกว่าคำว่า มหาอุด ซึ่งหมายถึงยิงไม่ออก ยิงไม่เข้า
"แขวนพระเครื่องที่ผ่านมายังไม่มีใครมายิง แล้วก็ไม่เคยลอง และไม่คิดที่จะลองว่าเหนียวหรือไม่ อีกทั้งพวงกุญแจทุกพวงจะมีปลักขิกที่มีคนนำมาให้ตามความเชื่อของคนไทยด้วย ในส่วนความเชื่อเรื่องปาฏิหาริย์ก็ยังมีความเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ความจริงตรงนี้ทำให้ตัวเองยังไม่ตาย เพราะอดีตที่ผ่านมาเคยแข่งรถจักรยานยนต์ ใช้ชีวิตอย่างเมามันมาก ก็ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุจนเฉียดตายเลย" นายเจฟ กล่าว
นอกจากนี้แล้วยังชอบสักยันต์ลงของในตัว ตามที่หลายคนเชื่อว่าใครมายิงเราก็จะไม่ตาย แต่เขาสักยันต์เพราะเป็นลายสีดำทำให้ตัวมีมนต์ขลังดี ยิ่งในอดีตชอบไปวัดหลวงพ่อหลิวกับเพื่อนๆ เพื่อนที่ไปด้วยกันก็ขับรถไปกราบนมัสการหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา โดนหลวงพ่อคูณเคาะศีรษะมาแล้วสองครั้ง และยิ่งเพื่อนๆ ที่ไปด้วยกันหยามว่าเราไม่กล้าฝังตะกรุด แต่ใจเรากล้าอยู่แล้วจึงนั่งเข้าแถว ฝังตะกรุด ๑ ดอก ที่แขนขวา
อย่างไรก็ตาม หากถามว่าเคยแขวนพระแล้วรถคว่ำ ๒๗ ตลบ แล้วเดินออกมา ไม่เป็นอะไรเลย หรือโดนยิง ๒๘ ครั้งแล้วไม่ตาย บอกตรงๆ ว่าไม่เคย แต่คิดว่าไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ เหมือนตัวเองไม่ได้แขวนพระมาเป็น ๑๐ ปี แต่อยู่ดีๆ ทำไมถึงต้องกลับมาแขวนพระอีกครั้ง
"ผมเองเป็นคนเชื่อเรื่องบุญและบาปมาก เพราะผมคิดว่าศาสนาพุทธสอนให้เห็นความจริงของชีวิตมากกว่าศาสนาอื่น จริงๆ ความเชื่อของศาสนาพุทธก็จะต้องแยกออกไปเป็นอีกหลายอย่าง เพราะพระพุทธเจ้าไม่เคยสอนว่าเอาพระขึ้นคอแล้วยิงไม่ตาย เรียกว่าไม่เกี่ยวกับคำสอนของพระพุทธองค์เลย" นายเจฟที กล่าวทิ้งท้าย
"เพื่อนๆ ที่ไปด้วยกันหยามว่า เราไม่กล้าฝังตะกรุด แต่ใจเรากล้าอยู่แล้ว จึงนั่งเข้าแถวฝังตะกรุด ๑ ดอก ที่แขนขวา"
0 เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง 0
0 ภาพ กนต์ธีร์ เหลืองอร่าม 0