ช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ ประมาณปี ๒๕๓๙ นางยุวดี บุญครอง
บอสใหญ่แห่งบริษัท เอเชีย เทเลวิชั่น แอนด์ มีเดีย จำกัด
ขณะดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการ บริษัท มีเดียออฟมีเดียส์ จำกัด (มหาชน)
ระหว่างนั้นเป็นหนี้สิน สูงถึงหลักพันล้านบาท ซึ่งตลอดชีวิต ที่ผ่านมา
ไม่เคยคิดมาก่อนว่า จะมีหนี้มากมายขนาดนี้ ถือเป็นภาระหนัก
ที่ต้องแบกเอาไว้จนเกือบไม่ไหว ขณะเดียวกัน
ก็ไม่มีทางออกในการแก้ปัญหา
นางยุวดี เล่าว่า ในช่วงที่มีปัญหาชีวิต มีพี่คนหนึ่ง
ได้แนะนำว่า ลองอ่านหนังสือของพระพุทธเจ้า พอได้อ่านแล้ว
พระพุทธเจ้าบอกว่า อย่าเชื่อต้องปฏิบัติ จนได้คำตอบ
ให้ชีวิตว่า ชีวิตที่เราเกิดมามันไม่ใช่ของเรา มันมีเกิด มันมีดับ
มีการหมุนเวียน ดังนั้น มันคงไม่มีอะไร
ที่จะเลวร้ายไปกว่านี้อีกแล้ว เพราะเหมือนว่า
ชีวิตมีพระอาทิตย์ที่เวียนกลับมา
หลังจากนั้น ได้มีหลักคิดว่า ชีวิตถ้าเรารู้จักการปล่อยวางได้ เราไม่ถือมัน ก็จะเบา อะไรก็แล้วแต่ ที่เราถือมันไว้ มันก็จะหนัก
ท้ายที่สุด จึงได้เดินทางไปประเทศอินเดีย เพื่อไปกราบพระพุทธเจ้า ระหว่างที่เดินทางไปประเทศอินเดีย ได้กราบพระพุทธเจ้าแล้ว เราเกิดปัญญา สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านมีองค์จริง ท่านตรัสรู้แล้ว ท่านได้มาบอกชาวพุทธ โดยที่เราไม่ต้องไปเสียเวลา เหมือนที่ท่านศึกษามา
ตรงนี้มีความรู้สึกว่า อยากจะทำในสิ่งที่จรรโลงเผยแผ่ ร่วมรักษาพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง ให้กลับไปสู่คนรุ่นหลังต่อไป
เพราะถ้าทุกคนได้ศึกษาปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว จะทำให้ชีวิตทุกคนในโลกมีความสุข ไม่ได้สุขแค่ตัวเอง แต่สังคมก็จะมีความสุขไปด้วย
หลังจากไปอินเดียในครั้งนั้น มีความรู้สึกว่า เหมือนได้เข้าไปสัมผัสในยุคสมัยก่อน เกิดความปีติ เชื่อไหมว่า ได้ไปนั่งสมาธิที่สวนลุมพินีวัน (ประเทศเนปาล) แล้วเหมือนอยากร้องไห้
การที่เราได้กราบไหว้พระพุทธเจ้า อย่างน้อยก็ทำให้เรามีสติ แล้วปัญญาก็จะเกิดกับตัวเรา สังเกตได้ว่า ชีวิตก่อนหน้านี้จะเป็นคนที่มีอารมณ์โกรธง่าย ใจร้อน เป็นคนไม่มีสติ พอวันนี้เรามีสติ ได้นั่งทบทวนสาเหตุเกิดจากอะไร มันก็ทำให้เรามีสติ
"มนุษย์เป็นภพที่ดีที่สุด เพราะเกิดมาสามารถปฏิบัติสร้างกุศล เทพเทวายังต้องมาอาศัยเรา ในการสร้างบุญ ดังนั้น ถ้าเราทำบุญไม่อุทิศส่วนบุญให้เขา เทวดาที่ดูแลเราอยู่ หรือเทวดาทั่วไป เขาก็จะไม่มีโอกาสได้สร้างบุญ แต่ถ้าเรารู้ว่า เมื่อไรเทวดาอยู่รอบตัวเรา ก็จะอุทิศว่า บุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้ทำนี้ ขอให้สำเร็จแก่เทวดาที่คุ้มครองข้าพเจ้า ให้สำเร็จกับเทวดาที่คุ้มครองเมืองแคนดี้ ประเทศศรีลังกา และให้สำเร็จกับเทวดาที่อยู่ที่นี่ แล้วท่านเหล่านั้นก็จะรับบุญที่เราทำไป ตัวเราเองก็จะมีพลัง" นางยุวดี กล่าว พร้อมบอกด้วยว่า
ก่อนหน้านี้ ไม่เชื่อว่าเทวดามีจริง เนื่องจากว่า เราสัมผัสไม่ได้ จนมีพระธุดงค์รูปหนึ่งบอกว่า โยมทำบุญเยอะมากเลยนะ แต่โยมไม่เคยดูแลคนใกล้ตัว เราก็ถามว่า ดูแลใครเจ้าค่ะ ท่านก็บอกว่า นี่ไง เทวดาประจำตัวเรา ที่จะหมุนเวียนมาดูแลเราทุกๆ วันเกิดสลับกันไป ครบรอบวันเกิดองค์ใหม่ก็จะลงมา องค์เก่าก็จะกลับขึ้นไป เทวดาที่ดูแลโยมในรอบ ๑ ปี โยมได้อุทิศกุศลให้เขาไหม เพราะเขาจะได้บารมีกลับขึ้นไปจะได้สูงขึ้น
เราก็ตอบไปว่า ไม่เคย ท่านก็สอนว่า ทุกครั้งที่เราทำบุญครั้งนี้ ขอให้สำเร็จกับเทวดาที่คุ้มครองข้าพเจ้า สำเร็จกับเทวดาที่คุ้มครองลูกข้าพเจ้า สำเร็จกับเทวดาที่ดูแลสามีของข้าพเจ้า พอเราอุทิศบุญให้เทวดา เขาก็จะมีพลัง เมื่อมีพลัง มีฤทธิ์ โยมอยากได้อะไร โยมบอกเลย แล้วเราจะสำเร็จดังใจปรารถนา
นอกจากนี้ เธอยังเชื่อด้วยว่า เทวดาช่วยให้ชีวิตประสบความสำเร็จ ขณะเดียวกัน เคยท้าพิสูจน์กับ สันติ เศวตวิมล ตอนที่ไปอินเดียในครั้งแรกว่า ถ้าเทวดามีจริงน่าจะแสดงปาฏิหาริย์อะไรให้เราได้เห็น
ทันใดนั้นเอง พอรถจอด ขณะที่แดดกำลังเปรี้ยงร้อนมากๆ พอสักพักฝนตก จังหวะที่ฝนตกอยู่นั้น เม็ดฝนกลับกลายเป็นเม็ดน้ำแข็ง พอได้เห็นเช่นนั้นก็เลยต้องก้มกราบ แล้วก็พูดว่า ลูกเชื่อแล้วว่า เทวดามีจริง
"การเป็นมนุษย์ เป็นสิ่งที่สมมติกันขึ้นมา ทั้งหมดแล้วถ้าเราปฏิบัติตามสิ่งที่ พระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าท่านค้นพบมากว่าสองพันปีมาแล้ว เราก็จะมีความสุข สิ่งที่ตัวเองได้จากพระพุทธเจ้า คือการให้ ถ้าเมื่อไรทุกคนมีความรู้สึกว่าอยากให้ จิตมันไปแล้ว จิตเรามันก็จะไม่อยากโลภ จิตมันไม่อยากได้ ถ้าจิตเราพอแล้ว กับสิ่งที่มี เราก็จะเกิดเห็นจิตกับคนที่เขายังขาดอยู่ เพราะจิตมันจะเป็นกุศล มันจะไม่คดโกงบ้านเมือง มันจะไม่อยากได้ของใคร" นางยุวดี กล่าวทิ้งท้าย