วัดพระธาตุช้างค้ำ อยู่ตรงข้ามสำนักงานเทศบาลเมืองน่าน เดิมชื่อ วัดหลวงกลางเวียง
วัดนี้ พญาภูเข่ง เป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อปี ๑๙๔๙ เจดีย์ช้างค้ำซึ่งเป็นรูปช้างปูนปั้นเพียงครึ่งตัว ประดับอยู่โดยรอบ เป็นศิลปะสมัยสุโขทัย
นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปปางลีลา คือ พระพุทธนันทบุรีศรีศากยมุนี ซึ่งมีส่วนผสมของทองคำถึง ๖๕% สูง ๑๔๕ ซม. เป็นพระพุทธรูปศิลปะแบบสุโขทัยเช่นเดียวกัน สร้างขึ้นในปี ๑๙๖๙ โดย เจ้างั่วฬาพผาสุม เจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ ๑๔
พระวิหารหลวงวัดพระธาตุ เป็นพระวิหารขนาดใหญ่ รูปทรงสร้างตามสถาปัตยกรรมทางภาคเหนือ ลักษณะภายในโอ่โถง ด้านหน้ามีสิงห์คู่ยืนตรงเชิงบันไดด้านละตัว มีทางเข้า ๓ ทาง ประตูกลางทำเป็นประตูใหญ่ มีประตูเล็กอยู่ด้านซ้าย ด้านขวามีทางขึ้นเป็นประตูเล็กๆ
ตรงข้ามพระประธาน ด้านทิศตะวันออก และตะวันตกอีก ๒ ข้าง ทำหลังคาซ้อนกัน ๒ ชั้น มุขลดด้านหน้าและด้านหลัง
หน้าบันตีด้วยแผ่นกระดานเรียงต่อกัน ประดับที่ขอบเสา ด้านหน้าทุกต้นตามลักษณะสถาปัตยกรรมล้านนาไทย ภายในพระวิหารกว้างขวาง มีเสาปูนกลมขนาดใหญ่ ขนาด ๒ คนโอบรอบ จำหลักลวดลายปูนปั้นนูนสูงไว้ เหนือจากระดับพื้นพระวิหาร ๑.๕๐ เมตร เป็นลวดลายกนกระย้าย้อย เหมือนลวดลายของเสาในวิหารวัดภูมินทร์
พระธาตุเจดีย์ช้างค้ำ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน นับเป็นปูชนียสถานสำคัญ เป็นเจดีย์ที่ได้รับอิทธิพลด้านศิลปะสุโขทัยจากเจดีย์ทรงลังกา คือ เจดีย์วัดช้างล้อม นั่นเอง
พระธาตุเจดีย์สร้างด้วยอิฐถือปูน มีสัณฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสซ้อนกัน ๓ ชั้น กว้างด้านละ ๙ วา ฐานจากชั้นแรกสูงถึงชั้นสองมีรูปช้างค้ำอยู่ในลักษณะเหมือนฐานรองรับไว้ด้านละ ๖ เชือก รวมทั้งหมด ๒๔ เชือก
ช้างแต่ละเชือกโผล่เฉพาะส่วนหัวลอยออกมาครึ่งตัว ขาหน้าทั้งคู่ยื่นพ้นออกมาจากเหลี่ยมฐาน เหนือขึ้นไปเป็นฐานปัทม์ (ฐานบัว) ซ้อนกัน ๓ ชั้น และเป็นองค์ระฆังแบบลังกา ต่อจากองค์ระฆัง ทำเป็นฐานเขียงรองรับมาลัยลูกแก้ว ลดหลั่นกันไปเป็นส่วนยอด
ปัจจุบันพระธาตุเจดีย์ช้างค้ำได้รับการบูรณะซ่อมแซม และหุ้มด้วยแผ่นทองเหลืองทั้งองค์ มีความสวยงามมาก
ส่วนหอไตรวัดช้างค้ำ สร้างขึ้นในสมัย พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ดังปรากฏในพระประวัติของพระองค์ว่า ร.ศ. ๑๒๗ พ.ศ. ๒๔๕๓ ก่อสร้างหอพระไตรปิฎก ในบริเวณวัดช้างค้ำ ๑ หลัง ๘ ห้อง ยาว ๑๖ วา กว้าง ๕ วา ๒ ศอก สูงตั้งแต่ดินถึงอกไก่ ๑๓ วา หลังคาทำเป็นชั้นๆ ก่ออิฐทาสีเครื่องบนไม้สัก มุงกระเบื้องไม้สักทองอย่างแน่นหนา มีเพดานจั่ว ๒ ข้าง และเพดานทำด้วยลวดลายต่างๆ
พระสมุห์อิน เจ้าวัดหัวข่วง กับจีนอิ๋วจีนซาง เป็นสล่า สิ้นเงิน ๑๒,๕๕๘ บาท
ลักษณะโครงสร้างสถาปัตยกรรมมีลักษณะอย่างเดียวกับวิหารและโบสถ์ ตั้งอยู่ด้านหน้าคู่กับพระวิหารหลวง อาคารก่ออิฐโบกปูน ยกพื้นสูงมีสิงห์ยืนอยู่ด้านหน้า ตรงเชิงบันได ด้านละ ๑ ตัว ตั้งเสารายรับหลังคาเชิงชายแทนผนัง และก่อผนังปิดทำเป็นห้องไว้พระธรรม และพระไตรปิฎกตรงแนวเสาที่รับคานมีทางเข้าด้านหลังเป็นประตูทางเดียว บานประตูสลักเป็นรูปเทวดา ๒ องค์
และมีลายปูนปั้นเป็นรูปยอดปราสาททำเป็นชั้น ติดหน้าต่างด้านละ ๓ บาน ผนังด้านหลังปิดทึบ ด้านนอกสองข้างทางระหว่างเสาราย และผนังเป็นทางเดินถึงกันได้ตลอดโดยรอบอาคารสูง หลังคาซ้อน ๓ ชั้น ไม่มีมุขลด
ที่หน้าบันใช้แผ่นไม้เรียงต่อกันเป็นแผ่นๆ ประดับลวดลายปูนปั้นเป็นรูปกนกล้อพระยาครุฑ ระหว่างช่วงเสาประดับด้วยแผ่นไม้จำหลัก ลายกนกเป็นรูปสามเหลี่ยมสลับลายพุ่มข้าวบิณฑ์คว่ำ และรูปพระยาครุฑห้อยลงมา ตามแบบสถาปัตยกรรมของล้านนา
ภายในมีลักษณะส่วนกว้างแคบ ส่วนยาวลึกเข้าไปภายใน และส่วนสูงชะลูดขึ้นไปมาก ใช้เป็นที่เก็บพระไตรปิฎก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นใบลาน จารอักษรตัวธรรมมีอยู่เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันปรับปรุงเป็นวิหาร ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธนันทบุรีศากยมุนี
สอบถามรายละเอียดได้ที่วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน โทร.๐-๕๔๗๗-๒๑๖๔, ๐-๕๔๗๕-๐๐๖๔, ๐-๕๔๗๑-๐๐๓๘
0 เรื่อง/ภาพ สุทธิคุณ กองทอง 0