ถึงแม้จะมีคำพูดที่ว่า หนี้สินทำให้คนเป็นทุกข์อย่างยิ่ง แต่ถ้าคนเราฉลาดเป็นหนี้ การเป็นหนี้สินก็ทำให้คนเรามีความสุขได้เช่นกัน
ทรัพย์สินบางอย่าง เช่น บ้าน ที่ดิน รถยนต์ เรามิอาจหาเงินก้อนใหญ่ไปจ่ายสดๆ ซื้อมาได้ โดยเฉพาะบ้านและที่ดิน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ เชื่อว่าคนเมือง คนทำงาน ส่วนใหญ่เป็นหนี้สินจากการซื้อบ้านและที่ดิน
การเป็นหนี้ในลักษณะนี้ถือว่าเป็นหนี้อย่างฉลาด ยิ่งเวลาผ่านไป หนี้สินยิ่งมีมูลค่าที่เพิ่มขึ้น
หนี้สินที่เรียกว่าเป็น "หนี้แบบโง่ๆ" คือ หนี้เพื่อสนองกิเลส ตัณหา และความยาก เช่นหนี้สินที่เกิดจากการจัดงานแต่งงาน จัดงานบวช รวมทั้งมหรสพต่างๆ เกินกำลังทรัพย์ หากจัดแล้วไม่เป็นหนี้ ไม่มีใครว่า แล้วก็ไม่เป็นทุกข์ด้วย
หนี้อีกประเภททหนึ่งที่มักสร้างทุกข์ให้คน คือ หนี้สินที่เกิดจากการเป็นคนสังคมบริโภค วิ่งตามแฟชั่น โทรศัพท์รุ่นใหม่ออกก็รีบไปซื้อ รถรุ่นใหม่มาก็ต้องไปเปลี่ยน เสื้อผ้า รองเท้ามาใหม่ก็ต้องรีบซื้อ หนี้เหล่านี้มักเกิดขึ้นกับคนฉลาด แต่ทำตัวโง่ๆ
อาตมาอยากให้สติผู้เป็นหนี้บัตรเครดิต หนี้ในระบบ หนี้ นอกระบบ ฯลฯ ว่า เป็นหนี้ต้องรีบใช้ ต้องทำงานให้หนัก กินอยู่ใช้จ่ายแต่น้อย ที่สำคัญ คือ ต้องเป็นหนี้อย่างฉลาด
เงินที่กู้มาต้องนำไปซื้อทรัพย์สินที่เพิ่มมูลค่า ต้องนำเงินไปลงทุนให้เงินเพิ่มพูน แต่คนส่วนใหญ่มักจะเป็นหนี้แบบโง่ๆ เป็นหนี้เพียงเพราะต้องการนำเงินไปตอบสนองกิเลสตัณหาความใคร่ มากกว่าเป็นหนี้เพื่อไปสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต
ก่อนที่คิดจะเป็นหนี้อะไรสักก้อนหนึ่ง ขอให้สำรวจตัวเองว่าฐานะทางการเงินแข็งแรงมากเพียงใด ขยันทำมาหากิน
ถ้าฐานะทางการเงินหมุนเวียนคล่องหรือไม่ ใครมีคุณสมบัติตามที่ว่าเป็นหนี้ได้เพราะอย่างไรก็มีปัญญาหาเงินมาจ่ายคืน
แต่ถ้าตรงกันข้าม ฐานะการเงินไม่ดี ขี้เกียจทำงาน ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ถ้าริจะเป็นหนี้ก็มีหวังเป็นหนี้หัวโต
เดิมทีนั้น วัดสวนแก้ว มีหนี้สินประมาณ ๑๒๘ ล้านบาท ตอนนี้หนี้เหลืออยู่เพียง ๒๗ ล้านบาท เท่านั้น อาตมาคำนวณไว้ว่าถ้ายอดขายหนังสือ วีซีดี ของบริจาค และผลผลิตจากสวน ยังมีอยู่ดี คิดว่าคงใช้หนี้หมดภายในระยะเวลาอันใกล้นี้อย่างแน่นอน
หลังจากใช้หนี้ก้อนนี้หมดแล้วจะขอพักหนี้สินไว้สัก ๓ ปี ส่วนจะทำ "เหรียญรุ่นกูหมดหนี้" หรือไม่นั้น ขอคิดดูก่อน
พระพยอม กัลยาโณ