เรามักจะได้ยินการกล่าวอ้างถึงความเป็นกลางบ่อยๆ โดยเฉพาะในวิกฤติทางการเมืองช่วงที่ผ่านมา
มีความคิดเห็นที่แตกกันเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน
"ฝ่ายหนึ่ง ตะโกนว่า ทักษิณ...ออกไป ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งตะโกนว่า ทักษิณ...สู้ๆ"
ฝ่ายที่ไม่เอาทั้งสองฝ่าย คือ ฝ่ายที่เป็นกลางหรือ ?
ความหมายของทางสายกลางในพระพุทธศาสนาไม่ได้ใช้ในความหมายนี้ แนวทางในการปฏิบัติตนตามหลักพระพุทธศาสนา "มรรค" แปลว่า ทางการปฏิบัติที่จะให้บรรลุถึงเป้าหมายอันสูงสุด
พระพุทธศาสนาท่านเรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา อันหมายถึงการเข้าถึงหลักความเป็นจริงที่เป็นกลางตามธรรมชาติ และการปฏิบัติที่เป็นกลางตามธรรมชาติ หรือรู้ความจริงรู้กฎธรรมชาติแล้ว ก็นำมาใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ การดำเนินชีวิต หรือวิถีชีวิตที่พอดี
เมื่อพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณ ทรงใคร่ครวญว่า จะโปรดสัตว์ดีหรือไม่ในท้ายที่สุด ด้วยพระกรุณาคุณของพระองค์ จึงตัดสินพระทัยที่จะสอนเวไนยสัตว์
เมื่อเสด็จไปโปรดปัจจวัคคีย์ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ที่สารนาถนั้น ก่อนที่จะแสดงปฐมเทศนา อันว่าด้วยอริยสัจ คือแก่นธรรมที่พระองค์ได้ทรงค้นพบเป็นคำตอบในสิ่งที่ออกไปแสวงหา คือทำอย่างไรที่จะทรงพ้นทุกข์จากการเกิด แก่ เจ็บ ตาย
พระองค์ทรงปูฐานความเข้าใจไว้ก่อน ๒ เรื่อง เรื่องหนึ่ง คือ ธรรมที่ทรงค้นพบนี้เป็นการตรัสรู้ด้วยตัวของพระองค์เอง ไม่ใช่ความรู้ที่ผ่านมาจากผู้อื่น
อีกเรื่องหนึ่ง คือ ทางสายกลาง ซึ่งหมายถึง สายกลางระหว่างความยึดมั่นสุดโต่งในสมัยนั้น ฝ่ายหนึ่ง คือ ปฏิเสธตัวตนโดยสิ้นเชิง และอีกฝ่ายหนึ่ง ยึดมั่นในตัวตนว่าเป็นนิรันดร์ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง นี่คือทางสายกลางในความหมายของพระพุทธองค์
อย่าลากเอาทางสายกลางมาใช้ในความหมายที่ใช้กันในบริบทของการเมืองในระหว่างความผิดกับความถูก ทางสายกลางไม่ใช่ ผิดน้อยหน่อย
ตรงนี้เราต้องกลับมาหาจุดที่ต้องพูดกันในเรื่องของธรรมะ ความยุติธรรม ไม่ทราบว่าใครบัญญัติศัพท์ บัญญัติได้งดงามมากคือ เมื่อใช้ธรรมะแล้ว ความขัดแย้ง ก็จบสิ้น
ยุติลงได้นั้นคือ "ยุติธรรม"
ธัมมนันทา