เรื่องราวความรักที่ล่มสลายถึง ๕ ครั้ง จนกระทั่งมีลูกกับพระเอกชื่อดัง ซึ่งเป็นคนที่เธอแค้นเพราะขโมยลูกไป ไม่ได้เห็นหน้าลูกกว่า ๒๐ ปี บวกกับการทำธุรกิจเสื้อผ้าที่ไม่ประสบความสำเร็จ ถึงกับทำให้ "ติ๋ม" หรือ นางเพ็ญพร ไพฑูรย์ วัย ๕๓ ปี อดีตนางแบบชื่อดัง ก้าวมาหาพระธรรม ให้ช่วยขัดเกลาจิตใจให้ใส ปราศจากความทุกข์ ด้วยการปฏิบัติธรรมมานานเป็นเวลาเกือบ ๒๐ ปีแล้ว
นางเพ็ญพร เล่าว่า อ่านหนังสือธรรมะมาเป็น ๑๐ ปี จนพบข้อความว่า ชีวิตหรือดวงชะตาของเราต้องอยู่เป็นโสดตลอดไปถึงจะดี ทำให้ตลอดชีวิตที่ผ่านมาหลังจากผิดหวังกับความรัก ทำให้ไม่คิดที่จะมีคู่ครองอีกเลย จึงหันมาปฏิบัติธรรมทุกวัน เรียกว่าเคร่งอย่างมาก หากถามว่าเคร่งแค่ไหนก็อยากบอกว่า เวลาที่เรามองผู้ชายจะมองทะลุผ่านไป โดยไม่คิดในเรื่องของชู้สาวอีกเลย ความรู้สึกก็จะนิ่งอย่างมีสติมากขึ้น
หลังจากปฏิบัติธรรมที่ผ่านมายังค้นพบสัจธรรมชีวิตให้ดำรงอยู่อย่างสงบ มีสติ จิตใจเย็นลง ไม่หงุดหงิดให้คนรอบข้างได้เห็น จากคนที่เคยร้อน ใจเราก็กลับมาให้อภัยกับคนที่คิดไม่ดีกับตัวเรา ใครก็ตามที่คิดทำกับเราไม่ดีเราก็จะไม่ไปแช่ง หรือไปอาฆาตว่าร้ายใครเด็ดขาด แต่การสวดแผ่เมตตาไปก็จะเป็นวิธีดีที่สุด
ยิ่งเวลาที่นั่งวาดภาพก็จะมีความสุขมาก เพราะระหว่างวาดไปก็จะสวดมนต์ไปด้วย ทำให้เกิดสมาธิ ไม่นำอะไรกลับมาคิดให้ปวดหัว พอได้ทำแบบนี้แล้วจิตใจและอารมณ์ของเราเหมือนได้ปลดปล่อย
"การปฏิบัติธรรมที่ผ่านมาทำให้เรามีความรู้สึกใจเย็นลง ใครทำอะไรก็จะไม่ตอบโต้ ใครอยากทำอะไรก็ทำไป เราคิดว่าการปฏิบัติธรรมนี่แหละที่จะใช้ในการแผ่เมตตาไปให้คนที่คิดทำอะไรที่ไม่ดีกับเรา เพราะว่าพระท่านสอนว่า ใครปฏิบัติธรรมมากเท่าไร บารมีเราก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น เห็นชัดว่า บารมีจะเกิดอยู่ตรงหน้าเรา เราจะเห็นว่าพระธรรมเหล่านี้ช่วยทำให้หน้าเราไม่แก่ด้วย" นางเพ็ญพร กล่าวถึงความเชื่อว่าธรรมะช่วยให้เกิดบารมี
การปฏิบัติธรรมยังทำให้อดีตนางแบบชื่อดังเชื่อในเรื่องของกฎแห่งกรรมที่ยุคนี้เป็นกรรมติดเทอร์โบกันแล้ว ใครทำอะไรไว้ กรรมเหล่านั้นก็จะตามเราทันอย่างแน่นอน ยิ่งเราอ่านหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวเรื่องคนฆ่าคนตาย หรือใครก็ตามที่คดโกง สุดท้ายชีวิตของพวกเขาก็ต้องถูกจับถูกเปิดโปง สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นเพราะกรรมที่ทุกคนทำกันเอาไว้ กรรมจึงมีผลทั้งปัจจุบันและอนาคต
ก่อนหน้านี้การทำธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้าไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้รู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิต จึงอยากโกนหัวบวชชีไปเลย โดยอายุ ๓๙ ปีเข้าไปปฏิบัติธรรมที่วัดร่ำเปิง (ตโปทาราม) ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เป็นครั้งแรก จากนั้นไปปฏิบัติธรรมอีกครั้งที่เขาใหญ่
ครั้งแรกที่ปฏิบัติธรรมที่วัดร่ำเปิงประมาณครึ่งเดือน ตอนแรกคิดจะโกนผมบวชเป็นแม่ชีไปเลย แต่แม่ชีสุทินที่วัดร่ำเปิง บอกว่า ลูกอย่าเพิ่งโกนหัว ปฏิบัติธรรมให้ถึง ๑๕ วันก่อน นับว่าโชคดีที่ไม่ได้โกนหัว เพราะเรามารู้ตัวเองว่าจะตัดกิเลสความอยากยังไม่หมด อย่างน้อยเราก็ยังอยากที่จะแต่งตัวสวยเป็นสาวอาร์ติสต์
หลักธรรมที่ได้จากการปฏิบัติธรรมครั้งนั้น เนื่องจากมีอยู่คืนหนึ่งแอบแม่ชีสูบบุหรี่ ท่านเห็นไฟพร้อมกับควันบุหรี่ลอยออกมาจากห้องนอน แม่ชีสุทินท่านก็ขึ้นมาบอกว่า เมื่อสักครู่แม่เห็นไฟแวบๆ ลูกทำอะไร ทำไมถึงยังสูบบุหรี่อยู่อีก ทำไมถึงไปทำร้ายร่างกายเขา ร่างที่เราอาศัยอยู่เป็นร่างกายของใครก็ไม่รู้ ทำไมเราถึงต้องไปทำร้ายร่างกายของเขา แล้วท่านก็ย้ำว่า เมื่อออกจากการปฏิบัติธรรมแล้วอย่าใส่ชุดลายทางขวางอีก เพราะดูแล้วเหมือนคนติดคุก
นอกจากนี้อดีตนางแบบชื่อดังยังให้ความเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บูชาไว้ที่บ้านมากมายภายในห้องพระของบ้านพักย่านปทุมวัน เช่น พระพุทธรูป ๑๒ ราศี พระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ หลวงปู่ฤาษีตาไฟ พระพิฆเนศ ส่วนพระเครื่องที่พกติดตัวประจำ ประกอบด้วย พระหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ พระสิวลี พระนางพญา พระเครื่องหรือเครื่องรางของขลังจะศักดิ์สิทธิ์แค่ไหนก็อยู่ที่เราเคารพศรัทธา
"เชื่อไหมว่า ระหว่างสวดมนต์นึกอยากได้พระองค์ไหน พระองค์นั้นก็จะมาหาที่บ้านเลย โดยจะมีคนที่รู้จักนำมาให้ถึงบ้านเลย รู้สึกตกใจมาก ได้โดยที่ไม่ต้องเดินไปหาเช่า เช่น สวดมนต์แล้วเห็นหลวงปู่หล้า เขมปตฺโต วัดบรรพตคีรี (ภูจ้อก้อ) อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร แล้วก็ได้รูปท่านมา แล้วไม่ว่าจะสวดมนต์ถึงพระรูปใดก็จะได้พระองค์นั้น ถือเป็นเรื่องน่าประหลาดใจมาจนถึงวันนี้" นางเพ็ญพร กล่าวทิ้งท้าย
"ใครปฏิบัติธรรมมากเท่าไรบารมีเราก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น เห็นชัดว่าบารมีจะเกิดอยู่ตรงหน้าเรา"
0 เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง 0
0 ภาพ พีระรัตน์ ธรรมจง 0