ตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙ มาจนถึงทุกวันนี้ เป็นเวลา ๖๐ ปีเข้านี่แล้ว ทรงตรากตรำงานอย่างหนักมามากแล้ว ทรงห่วงใยในความทุกข์เดือดร้อนของประชาชนทั้งชาติ พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ ด้วยพระอุตสาหะวิริยะ เพื่อเสริมสร้างความอยู่ดีกินดี เพื่อสร้างความเจริญและสันติสุขให้เกิดมีแก่ประชาชนทั้งชาติมาตลอด
บัดนี้พระชนมพรรษามากแล้ว ประชาชนทั้งชาติที่รักความสันติสุข รักในหลวง รักชาติ บ้านเมือง รักพระพุทธศาสนา ต่างก็ไม่มีใครปรารถนาจะให้เกิดเหตุการณ์ขัดแย้งที่รุนแรง และ ยืดเยื้อยาวนาน อันจะมีผลให้ชาติบ้านเมืองต้องเสียหาย ย่อยยับไปมากกว่านี้อีกแล้ว
ในมหาวรสมัยที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรภูมิพลอดุลยเดชมหาราช พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ผู้ทรงคุณอันประเสริฐของเรานี้ ได้เสด็จเถลิงถวัลย์สิริราชสมบัติมา กำลังจะครบ ๖๐ ปี ในวันที่ ๙ มิถุนายนศกนี้ อันนับเป็นระยะเวลาครองราชย์ที่ยาวนานกว่าพระมหากษัตริย์ใดๆ ในโลก ทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชนทุกหมู่เหล่า ต่างก็กำลังจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปีนี้ นับเป็นโอกาสที่สำคัญยิ่ง สำหรับปวงชนชาวไทยที่จะแสดงความจงรักภักดี ด้วยความกตัญญูกตเวทีต่อพระองค์ท่าน อย่างสุดหัวใจสุดกำลังสติปัญญาความสามารถ
อาตมภาพขอสาธุชนทุกท่านได้ตั้งจิตอธิษฐาน ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย จงได้โปรดดลบันดาลประทานพร ให้ผู้ขัดแย้งกันทั้งหลาย จงเห็นทางปลอดโปร่งอันนำไปสู่การแก้ไขปัญหา ให้เกิดความสงบเรียบร้อยและสันติสุข โดยให้เห็นโทษของการทะเลาะเบาะแว้งว่า รังแต่จะนำความเสียหายมาสู่ประชาชนทั้งชาติ และให้เห็นคุณของความสามัคคีปรองดองร่วมกันของคนในชาติทุกหมู่เหล่าว่า มีแต่จะนำความเจริญสันติสุขมาสู่ชาติบ้านเมืองโดยแท้
สมดังพระพุทธดำรัสว่า "สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี" แปลความว่า "ความสามัคคีพร้อมเพรียงของหมู่ นำสุขมาให้" และ "นตฺถิ สนฺติปรํ สุขํ" แปลความว่า "ความสุขอื่น ยิ่งกว่าความสงบ ไม่มี" แล้วหันหน้าเข้าหากัน ปรึกษาหารือกัน ด้วยความสามัคคี ปรองดอง ประนีประนอมกัน ให้เกิดความสงบสุขโดยเร็ว
พระราชญาณวิสิฐ (หลวงป๋า)