ที่นี่วุ่นวายหนอ ที่นี่ขัดข้องหนอ เป็นคำรำพึง
ของกุลบุตรหนุ่มคนหนึ่งชื่อ ยะสะ
เมื่อเขาได้เห็น อากัปกิริยา อันน่าสังเวช ของนางรำ
ทั้งหลาย ที่นอนก่ายกัน ในบ้านพักของเขา
จนเป็นเหตุ ให้ออกบวช และนำเขา ไปพบกับ พระพุทธเจ้า
ปัจจุบันรำพึงแบบเดียวกันนี้กำลังแพร่หลายในหมู่ชาวไทยจำนวนมาก ที่รู้สึกเหนื่อยระอากับความไม่แน่นอนทางการเมืองของประเทศชาติ ไม่รู้ว่าเมื่อใดความวุ่นวายเหล่านี้จะจบสิ้นกันเสียที
ที่นี่ไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่ขัดข้อง เป็นคำรำพึงของพระพุทธเจ้าที่ทำให้ยะสะต้องหันความสนใจเข้าไปฟังธรรม ซึ่งนำเขาไปสู่การตรัสรู้ธรรม แม้คำพูดประโยคสั้นๆ ของพระพุทธองค์นี้เองก็สามารถนำมาใช้เป็น ธรรมานุสติ ได้อย่างดีแก่ผู้สนใจทั้งหลายให้ได้คิด เพราะในธรรมชาตินั้นไม่มีอะไรเป็นใหญ่เท่ากับ ใจ
หากนายยะสะ ไม่เห็นทุกข์หรือความวุ่นวายที่เกิดขึ้นรอบตัวของเขา ยังมัวเมาเสพเสน่หาของนางรำทั้งหลายเหมือนอย่างที่เคยกระทำมา เขาก็ย่อมจะไม่มีสิทธิที่จะออกบวชจนได้พบพระพุทธเจ้าเป็นแน่ การเห็นทุกข์ก่อนเพื่อจะเห็นธรรมจึงเป็นกระบวนการเดียวกันที่นำไปสู่การพัฒนาทางจิตอย่างที่ไม่อาจแยกจากกันได้
เมื่อเราเข้าใจในสภาพเหตุปัจจัยว่าสิ่งในอดีตนั้นไม่อาจแก้ไขได้ มันได้เกิดขึ้นแล้วและย่อมส่งผลเป็นเหตุการณ์ที่จะต้องเกิดตามบ่วงของอิทัปปัจจะยะตา โดยที่เราไม่จำเป็นต้องหวั่นไหวตามปัจจัยเหล่านี้ ให้สักแต่ว่าเป็นการสัมผัสทางจิตของสิ่งที่อยู่ภายนอกมิใช่สภาพจิตที่เป็นประภัสสรของตนเองภายใน จิตใจของเราก็ย่อมสงบระงับได้ ไม่วุ่นวาย
แม้ว่าจะยืนอยู่ท่ามกลางม็อบกู้ชาติ หรือสมัชชาประชาชนเพื่อประชาธิปไตยใจของเราก็สบาย รู้สึกปลอดโปร่ง ไร้ความทุกข์อยู่ได้ ด้วยสำนึกว่า สิ่งภายนอกในสังคมนั้นเป็นเพียงสิ่งสมมติทั้งนั้น และมันย่อมเปลี่ยนแปลงต่อไปเรื่อยๆ ตามเหตุและปัจจัยของมันเองส่วนใจของเราต่างหากที่มีสภาพความสงบและเป็นประภัสสรอยู่เสมอ
ส่วนการประท้วงทั้งหลายก็ต้องให้เป็นไปตามกระแสของเหตุปัจจัย ตราบใดที่เหตุปัจจัยยังไม่ดับกระแสเหล่านั้นก็ยังไม่ดับอยู่วันยังค่ำ หากใครยังนึกอะไรไม่ออกเพราะปลงไม่ตก ก็ให้ท่องพุทธภาษิตให้ติดในใจบ่อย ๆ ว่า ที่นี่ไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่ขัดข้อง ก็สามารถปัดเป่าจิตใจให้พ้นจากความวุ่นวายภายนอกไปได้ไม่มากก็น้อย
เมตฺตานนฺโท ภิกฺขุ
www.mettanando.com