คมชัดลึก เจาะข่าวทั่วไทย Komchadluek.comคมชัดลึก เจาะข่าวทั่วไทย Komchadluek.comคมชัดลึก เจาะข่าวทั่วไทย Komchadluek.com

วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

Nation Group GO
ค้นหาข่าวย้อนหลัง


"ระลึกชาติได้สองชาติ" ชนาธิป ศิริปัญญาวงศ์ นักสะกดจิตบำบัด

"การสะกดจิต เป็นกระบวนการ ให้ข้อมูล กับจิตใต้สำนึก ซึ่งมีผล ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จากภายใน ของบุคคลนั้น เริ่มตั้งแต่ นิสัย บุคลิกภาพ พฤติกรรม ความเชื่อ ไปจนถึง ระบบการทำงาน บางอย่าง ของร่างกาย การสะกดจิต เกี่ยวข้อง กับจิตใต้สำนึก อีกวิธีที่ข้อมูล จะเข้าสู่จิตใต้สำนึก ก็คือ ภาวะการทำซ้ำๆ เช่น คิดซ้ำๆ พูดซ้ำๆ ทำกิจกรรม อย่างใดอย่างหนึ่งซ้ำๆ จิตใต้สำนึก จะรับข้อมูลเข้าไปทีละน้อย ในภาวะ ที่เราตื่นอยู่ ซึ่งต้องอาศัยเวลานาน แรมเดือนขึ้นไป"

นี่เป็นวิธีเบื้องต้นการเข้าสู่ภาวะของการสะกดจิตแนวการสอนของ อ.ชนาธิป ศิริปัญญาวงศ์ นักสะกดจิตบำบัด และประธานชมรมนักสะกดจิตบำบัดแห่งประเทศไทย

อ.ชนาธิป เล่าว่า ก่อนหน้าที่จะเริ่มต้นการสะกดจิตจากการที่ได้ทำงานด้านการฝึกอบรม โดยสนใจว่าทำอย่างไรให้การฝึกอบรมคนแล้วเขาสามารถนำไปใช้ได้จริง เช่น การอบรมการตลาดทำอย่างไรให้เขาขายของได้ ทำอย่างไรให้ใจเขาอยากขาย เพราะถ้าใจไม่อยากขายก็ขายไม่ได้ ตรงนี้จึงตัดสินใจไปเรียนเอ็มบีเอด้านการตลาด ที่เชื่อว่าจะตอบคำถามนี้ได้

ประกอบกับเรียนวิชาโฆษณาที่สนใจเป็นพิเศษ โดยนำความรู้ด้านจิตวิทยามาใช้ในการโฆษณามาก และจิตวิทยาขั้นที่ลึกลงไปคือการสะกดจิต ทำให้ไปเรียนการสะกดจิต ซึ่งสามารถตอบคำถามคาใจในตัวเราได้มากมาย ตอบได้ ตั้งแต่วิทยาศาสตร์เรื่อยไปถึงไสยศาสตร์

เมื่อเรียนจบ จึงนำวิชาสะกดจิตมาใช้ในประเทศไทย โดยนำความรู้ดังกล่าวมาถ่ายทอดให้ นายบุญเกียรติ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีความเชื่อในพลังจิต ในที่สุดก็ทำให้เขาประสบความสำเร็จในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ

ทั้งนี้ อ.ชนาธิป อธิบาย คำว่า "ไสยศาสตร์" ให้ฟังว่า "ไสยศาสตร์" คือ

๑.สิ่งที่วิทยาศาสตร์ยังตอบคำถามไม่ได้ ๒.ไสยศาสตร์คือสิ่งที่เขาเล่นกล แต่เขาบอกว่าคืออิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ๓.ไสยศาสตร์คือภาพลวงตา ในทฤษฎีการสะกดจิตเราสามารถสร้างภาพลวงตาได้

เมื่อถามถึงประโยชน์ส่วนตัวที่ได้จากการเรียนวิชาสะกดจิต อ.ชนาธิป บอกว่า ทำให้ย้อนอดีตชาติไปได้ถึง ๒ ชาติ คือ อดีตชาติภพหนึ่งเคยเป็นผู้หญิงฝรั่งมีลูก ๔ คน ลูกโตแล้วก็ออกจากบ้านไปหมด ทำให้อยู่คนเดียวเหงา

แต่มีคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของหญิงคนนี้ว่า เป็นผู้หญิงไม่เห็นสนุกเลย เลี้ยงลูกโต ลูกก็ปล่อยให้แม่เหงา ตรงนี้ก็อาจเป็นตัวตอบคำถาม

ในชาติต่อมาที่ระลึกชาติได้เกิดมาเป็นผู้ชาย เห็นตัวเองเป็นคนแก่คนหนึ่ง โดยไม่ได้เห็นว่าวัยเด็กเป็นอย่างไร ดูท่าทางน่าจะเป็นคนที่มีสตางค์ เพราะมีคอร์ตแบดส่วนตัว แต่หน้าตาไม่มีความสุขเลยสักนิดเดียว พอรู้อย่างนั้นมาตอบคำถามตัวเองในชาตินี้ว่า

๑.ได้เป็นผู้ชายสมใจในชาติที่ผ่านมา ๒.ไม่มีความสุขอยู่ดี ชาติก่อนเกิดเป็นผู้หญิงก็ไม่มีความสุข ชาตินี้เกิดมาเป็นผู้ชายก็ไม่มีความสุข พอมาถึงชาติปัจจุบันจึงต้องมาแสวงหาความสุขอยู่ตรงไหน แท้จริงความสุขอยู่ที่ใจนั่นเอง ไม่ใช่ว่าอยู่เพศไหน

อ.ชนาธิป อธิบายความเชื่อหลังความตายว่า ศาสนาพุทธของเรากล่าวเอาไว้ว่า ชีวิตนั้นเวียนว่ายตายเกิด ชีวิตไม่ได้เกิดหนเดียว ตายหนเดียว เพราะฉะนั้น ชาตินี้เราเกิดมาเป็นอะไร หน้าตาเป็นยังไง บุคลิกภาพเป็นยังไง มีโชคร้ายแค่ไหน ก็สืบเนื่องมาจากชาติที่เราทำมาทั้งสิ้น บางคนระลึกชาติไม่ได้ชัดเจนจึงเป็นเรื่องความเชื่อส่วนบุคคลเสียมากกว่า แต่ถ้าเรารู้เหตุของปัญหาเราก็สามารถเลี่ยงได้ที่จะทำให้เราไม่เจอสิ่งนั้นอีก หรือถ้าเจอได้จะช่วยลดความรุนแรงลง เหมือนเราจะไปสถานที่แห่งหนึ่ง เป็นสถานที่ต้องไปแบบเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถเลี่ยงไปถนนอีกเส้นหนึ่งได้

เมื่อเรารู้เรื่องการระลึกชาติ หรือเรื่องกฎแห่งกรรม ไม่จำเป็นต้องไปวัดทำบุญ บุญตรงนี้คือการทำให้ใจว่าง ตื่นเช้ามาไม่หงุดหงิด ไม่โกรธคน ไม่เบื่อ ไม่เหงา ไม่เซ็ง ใครทำผิดรู้จักให้อภัยเขา เราไม่พอใจหยุดอารมณ์โกรธ อารมณ์โมโห อารมณ์เสียใจได้เร็วแค่ไหนก็เป็นบุญแล้ว และเราช่วยเหลือผู้อื่นได้เท่าที่เราช่วยได้ก็เป็นบุญ เพราะจริงๆ ถ้าถามพระสงฆ์ว่า ต้องการทำบุญต้องไปวัดไหม พระเองคงตอบว่าไม่ต้อง ถ้าเราทำใจให้เป็นสุขได้ทุกวันก็เป็นบุญอย่างหนึ่งแล้ว

ส่วนการสะกดจิตสามารถนำพาไปสู่ภพภูมินรก หรือสวรรค์ได้หรือไม่นั้น อ.ชนาธิป บอกว่า ไม่อยากระบุชัดเจน เพียงแต่มีบางคนที่อยากไปนรกก็ลองสะกดจิตดู แล้วเขาก็ได้เห็นว่านรกอย่างไร แต่ตอบไม่ได้ว่าคนที่เห็น เขาเห็นจริงหรือเขาปรุงแต่งตามจินตนาการของผู้ถูกสะกดจิตเอง คงอยู่ที่ความเชื่อความมุ่งมั่นของแต่ละคน

"ผมเป็นคนไม่แขวนพระเครื่อง เมื่อผมเรียนรู้เรื่องสะกดจิต การระลึกชาติ ถ้าพูดถึงพุทธคุณอยู่ที่องค์พระ หรืออยู่ที่ไหน เพราะจริงๆ พุทธคุณในองค์พระเปรียบเหมือนเป็นเสาอากาศส่งต่อไปยังอำนาจสากลทั้งหลาย แต่เมื่อผมรู้ผมทราบผมเข้าใจ ผมสร้างจิตของผมให้เป็นเสาอากาศแทน ผมรำลึกถึงพุทธคุณเสมอ ผมก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพระ ไม่ต้องพึ่งเครื่องรางของขลัง บางคนมาหาเชื่อว่าตัวเองผีเข้า ผมก็เชื่อว่าผมรักษาได้ เพราะผมมีความดีเยอะกว่า แต่ถ้าไล่ผีไม่ได้แสดงว่าผีมีอำนาจเหนือกว่าผม เขาต้องไปหาบุคคลที่มีอำนาจเหนือกว่าผีตนนั้น" อ.ชนาธิป กล่าวทิ้งท้าย





พระเครื่อง คม ชัด ลึก
ตะลุยกองทัพ
ดูดวง
ภาษาอังกฤษ ง่ายนิดเดียว
ฮอตไลน์ สายรัก
รักสุขภาพ
ชุมชนไทย ในต่างแดน
ย้อนหลังข่าวเด่น



จดหมายถึง บก.
ร้องทุกข์
เปิดซอง ส่องไทย
นักข่าว ชาวบ้าน "คม ชัด ลึก"
ห้องสนทนา
การเมือง
ทักทาย บันเทิง
คุยเฟื่อง เรื่องกีฬา
ชุมนุม คนชอบชิม


ใส่ตำแหน่งงาน
หาตามสายอาชีพ
ตำแหน่งยอดนิยม
หางานผ่านมือถือ »

คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ
คมชัดลึก PDA
 


nationgroup สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2543