บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ ม็อบกู้ชาติ ครั้งนี้แตกต่างไปจากการชุมนุมทางการเมืองทุกครั้งที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ชาติไทยเลยทีเดียว คือ การดำเนินการอภิปรายต่างๆ บนเวทีก็มีการยกคำพระ คำวัด รวมทั้งใช้ศัพท์เฉพาะทางพระพุทธศาสนามากมาย
คำพูดที่เกิดบนเวทีปราศรัยต้องยอมรับว่า การชุมนุมครั้งนี้มีศาสนาเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ เช่น สมณะโพธิรักษ์ เจ้าสำนักสันติอโศก พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ประธานกองทัพธรรมมูลนิธิ พระภิกษุ บาทหลวงจากคริสตศาสนาโรมันคาทอลิก โต๊ะครูจากศาสนาอิสลาม
ไม่เฉพาะบนเวทีม็อบกู้ชาติเท่านั้น เวทีม็อบหนุนนายกรัฐมนตรี รวมทั้งตัวนายกรัฐมนตรีและลิ่วล้อต่างๆ ก็ยกคำพระออกมาพูดอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
หากมองในแง่ดี ในการประท้วงครั้งนี้ประชาชนได้รับทราบทั้งเรื่องศาสนา ปรัชญา จริยธรรม วรรณกรรม และแนวคิดการต่อสู้ทางสังคมแบบประชาธิปไตยไปพร้อมๆ กัน เพราะศาสนา ศิลปกรรมต่างๆ และระบอบการปกครองนั้นเป็นอุบัติการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นในสมัยเดียวกันในอารยธรรมของมนุษยชาติ
ทั้งนี้ "คม ชัด ลึก" ได้รวบรวมบางส่วนของ "คำพระ" ที่มักถูกหยิบมาพูดบ่อยมีอยู่ ๓ คำ คือ อหิงสา อโหสิ และ อารยะขัดขืน นอกจากนี้ ยังมีคำอื่นอีก เช่น อัตตา คว่ำบาตร ฎีกา อัปเปหิ สติ วิปริต วิบัติ บริวาร ทศพิธราชธรรม สังฆกรรม สังคายนา สภาวธรรม ชอบธรรม ไม่ชอบธรรม จริยธรรม ฯลฯ
อ.ธรรมจักร สิงห์ทอง คณาจารย์สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง ป.ธ. ๙ บอกว่า ครั้งหนึ่งเคยมีอคติกับผู้ที่ใช้คำว่า "อหิงสา อโหสิ" โดยรากของศัพท์แปลว่า "ไม่เบียดเบียน และให้อภัย" แต่ในทางพฤติกรรมกลับตรงกันข้าม "เป็นการเบียดเบียน และไม่ให้อภัย" ส่วนตัวแล้วไม่อยากให้ใช้ เพราะจะเป็นการเข้าข้างตัวเอง คล้ายๆ กับว่าเป็นเครื่องรับรองตังเองว่า ศัพท์ทางพระพุทธศาสนาได้อ้างไว้
ส่วนเรื่องพุทธพจน์ หมายถึง คำพูดหรือคำเทศน์ของพระพุทธเจ้า ซึ่งพระพุทธเจ้าเตือนให้ตื่นจากกิเลสของตนเอง ให้ตนเองหมดทุกข์ แต่การยกพุทธพจน์เหล่านี้มาใช้จุดประสงค์ทางโลก ทั้งนี้จะแตกต่างกับพุทธศาสนสุภาษิต บางครั้งอาจจะเป็นพระพุทธพจน์ (คำพูดของพระพุทธเจ้า) แต่บางครั้งก็เป็นคำพูดที่ครูบาอาจารย์แต่งขึ้นภายหลังก็มี เช่น "นิสัมมะ กรณัง เสยโย" แปลว่า "ใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำดีกว่า" นี้เป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรฯ
การกระทำในลักษณะดังกล่าว ภาษาทางพระเรียกว่า "การจับยัดใส่พระโอษฐ์" หมายถึง ธรรมะบางข้ออาจจะแต่งขึ้นเอง และไปอ้างว่าพระพุทธเจ้าเคยเทศน์สอนเรื่องดังกล่าวไว้ หรือพระพุทธเจ้าเทศน์ไว้จริง แต่มีความมุ่งหมายที่จะสอนอีกเรื่องหนึ่ง ในขณะที่คนไปใช้อีกเรื่องหนึ่ง
ถ้าจะให้ยกพระพุทธพจน์ขึ้นมากล่าวอ้าง ณ เหตุการณ์ปัจจุบัน อ.ธรรมจักร แนะนำว่า ต้องนำพระพุทธพจน์เรื่องความสามัคคีที่ว่า "สุขา สังฆัสสะ สามัคคี" แปลว่า "ความปรองดอง หรือความสามัคคีของหมู่คณะก่อให้เกิดความสุข" หรือ "สัพเพสัง สังฆะภูตานัง สามัคคี วุฑฒิสาธิกา" แปลว่า "ความพร้อมเพรียงของหมู่ชน ยังความเจริญให้สำเร็จ" พระพุทธทั้งสองบทนี้พระเจ้าเทศน์ไว้จริง
ด้าน พระ ดร.มโน (เมตฺตานนฺโท ภิกฺขุ) ที่ปรึกษาเลขาธิการใหญ่องค์การสมัชชาศาสนาเพื่อสันติภาพโลก (ฝ่ายกิจการพระพุทธศาสนา) และอาจารย์พิเศษ คณะศาสนาวิชาศาสนาและปรัชญา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลับมองว่า เป็นมิติใหม่ในวงการเมืองของไทย แต่เดิมนั้นประชาธิปไตยนำแบบอย่างมาจากต่างประเทศ แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นว่าประชาธิปไตยของไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ศัพท์ทางศาสนาถูกนำไปใช้ในสภาผู้แทนราษฎรมาเป็นเวลานานแล้ว
ยิ่งถ้าเป็น ส.ส.เก่าอายุพรรษามาก ก็จะมีการนำศัพท์ทางพระพุทธศาสนามาใช้มากเช่นกัน แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพระพุทธศาสนาเข้ามามีบทบาทในวงการเมืองมากขึ้น
ในกรณีม็อบกู้ชาติ ศาสนาถือว่ามีอิทธิพทางด้านสังคมและการเมือง โดยเฉพาะการออกโรงของกองทัพธรรมมูลนิธินำโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และ สมณะโพธิรักษ์
"ทั้งสองฝ่ายยกคำพระ พุทธพจน์ รวมทั้งศัพท์ทางศาสนาอื่นๆ มาสร้างความชอบธรรมให้ฝ่ายของตน โดยยกเอาคำที่เป็นประโยชน์ ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายเป็นการต่อสู้ในเชิงแง่มุมจริยธรรม ฝ่ายสนับสนุนก็อ้างเรื่องกฎหมาย ฝ่ายต่อต้านก็อ้างเรื่องจริยธรรม" พระ ดร.มโน กล่าว พร้อมบอกด้วยว่า
ในวิกฤติเช่นนี้ ธรรมะยังเป็นยาขนานวิเศษที่จะทำให้ประเทศชาติคืนสู่สันติได้ด้วยสันติวิธี ไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ หากแต่ละฝ่ายมีธรรมะเป็นที่พึ่ง แต่กระนั้นเองธรรมะอันเป็นที่พึ่งของแต่ละฝ่ายนั้นย่อมไม่เหมือนกัน เนื่องจากมุมมองที่แตกต่างกันนั่นเอง
กลุ่มที่สนับสนุนท่านนายกฯ จำเป็นต้องตระหนักในธรรมหมวดหนึ่งให้มาก นั่นคือ ความกลัวและละอายต่อบาป ซึ่งในภาษาบาลี เรียกว่า หิริโอตตัปปะ อันเป็นธรรมที่ผู้เป็นใหญ่ในอำนาจต้องตระหนัก เพื่อป้องกันมิให้ตนเองเป็นผู้ลุแก่อำนาจ
สำหรับฝ่ายพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย ไม่มีธรรมะใดจะเหมาะเท่ากับ ขันติ นอกจากท่านต้องลำบาก อดตาหลับขับตานอน โต้รุ่ง นอนกับดินกินกับทรายที่ท้องสนามหลวงอย่างกล้าหาญแล้ว ขันติเป็นตบะอันแรงกล้าที่จะนำมาซึ่งความสำเร็จของท่านได้
ส่วนฝ่ายที่สามซึ่งไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ธรรมะสำคัญของท่านคือ ความรู้กาลเทศะ จะเปิดไฟหน้ารถหรือไม่ก็ควรดูทิศทางลมเสียก่อน เพราะทางสายกลางนั้นเป็นเส้นทางที่เดินได้ยากเสมอ ผู้ที่อยู่ตรงกลางถนนย่อมมีสิทธิที่จะถูกรถชนได้จากทั้งสองข้างเสมอ คำพูดของท่านอาจตั้งอยู่บนความปรารถนาดีต่อส่วนร่วม แต่ก็ต้องเลือกเวลาพูดมิฉะนั้นแล้วท่านอาจถูกทั้งสองฝ่ายกระหน่ำได้ที่เดียวพร้อมๆ กัน
พระ ดร.มโน ยังกล่าวถึงธรรมะหมวดที่สำคัญที่สุดสำหรับทุกฝ่ายควรตระหนักให้มากคือ ความสามัคคีในฐานะที่เราเป็นคนไทยด้วยกัน การต่อสู้ทางการเมืองนั้นควรที่จะอยู่ในกรอบและกฎกติกาเสมอ มันเป็นธรรมดาของสังคมที่ต้องมีความขัดแย้ง และความขัดแย้งก็จะนำไปสู่การพัฒนา สังคมมนุษย์ที่ไม่มีความขัดแย้งย่อมไม่มี จงดีใจเถิดที่ท่านเกิดมาเป็นมนุษย์คนหนึ่งกับเขา และจนสู้ต่อไปด้วยธรรม ไม่ว่าท่านจะอยู่ฝ่ายใดก็ตาม
0 เรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงู 0