คำว่า นายก ในภาษาไทย มีที่มาจากภาษาบาลี-สันสฤต คำว่า นา-ยะ-กะ ซึ่งแปลว่า ผู้นำ (จาก ธาตุ นี ในความ นำ)
คำว่า รัฐ มาจากคำว่า รฏฺฐ ก็มีที่มาจากบาลี-สันสฤต เช่นกัน หมายถึง ประเทศ
คำว่า มนตรี มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า ผู้มีความคิด (จากธาตุ มนฺ ในความ คิด)
เมื่อนำคำทั้งสามมาต่อกัน เป็นคำสมาสในภาษาไทย คำว่า นายกรัฐมนตรี จึงแปลว่า ท่านผู้นำประเทศผู้มีความคิด ซึ่งเป็นคำที่มีศัพท์ที่มีความหมายที่ดี ตรงกับความหมายที่ประชาชนคนไทยอยากเห็นผู้นำประเทศของตนเป็นคนที่มีความคิด
อันที่จริง การที่จะเป็นผู้นำได้นั้น มีคุณสมบัติประการแรกคือ ต้องเป็นนักคิดที่ดีเสียก่อน คือ คิดเป็น นั่นคือ คิดอย่างมีประสิทธิภาพ คิดเป็นระบบ และคิดอย่างลึกซึ้ง
ความคิดนั้น เป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นผู้นำ มิฉะนั้นแล้วสภาวะความเป็นผู้นำนั้นอาจนำไปสู่ความหายนะได้
ระบอบประชาธิปไตย เป็นระบอบที่ปกครองโดยใช้ความคิดของคนหมู่มาก ของประเทศเป็นหลัก ชี้ดีชั่ว ถูกผิด ควรไม่ควร โดยมีกติกาและตัวแทนของประชาชนเลือกเข้ามาประชุมกันในรัฐสภา โดยมีกติกาให้ทุกคนปฏิบัติตามที่เรียกว่า "รัฐธรรมนูญ"
แต่เมื่อใดที่ประชาชนเกิดความรู้สึกว่า กลไกของรัฐสภามิอาจแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองได้ ก็จะรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องผู้ปกครองประเทศ ให้หันมาสนใจปัญหาของตน หรือมากกว่านั้น เพื่อสร้างแรงกดดันทางการเมืองให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบาย หรือตัวผู้นำประเทศ
การเกิด ม็อบ ของประชาชนขึ้น จึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นมงคลของ ผู้นำ เพราะเมื่อคนจำนวนมากรวมตัวเข้าด้วยกันแล้ว ส่วนใหญ่จะเกิดกระแสของอารมณ์ที่จะรุนแรงขึ้นทุกขณะ การสลาย ม็อบ ต้องสลายด้วยเงื่อนไขทางการเมือง
แต่เมื่อ ม็อบ กับ ม็อบ ซึ่งมีความคิดเห็นตรงกันข้ามกัน ผ่านเข้ามาใกล้กัน จะไม่ถึงกับประจันหน้ากัน ความพลุ่งพล่านของอารมณ์ของคนเป็นจำนวนมาก ซึ่งต่างฝ่ายมีความเชื่อเต็มร้อยว่า ตนเองเป็นฝ่ายถูก และอีกฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายผิด อะไรจะเกิดขึ้น? คำตอบก็คือ อนาธิปไตย หรือสภาพไร้ขื่อแปของสังคม
การที่ท่านผู้นำประเทศผู้มีความคิดจะแก้ไขปัญหาวิกฤติการเมืองโดยนำ ม็อบ ของตนแสดงแสนยานุภาพ เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามสยบ จึงไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย ไม่ต่างกับเอาน้ำมันไปราดกองไฟดีๆ นี่เอง
ท่านผู้นำประเทศผู้มีความคิด อาจต้องคิดใหม่อีกครั้ง เพื่อทำใหม่ ให้ถูกต้อง
เมตฺตานนฺโท ภิกฺขุ
www.mettanando.com