หลังจากหนังสือพิมพ์รายวันจิลแลนด์ โพสเตน ของเดนมาร์ก ที่ตีพิมพ์การ์ตูนฉาวนี้เป็นฉบับแรก จากนั้นนิตยสารวิเคราะห์ข่าว
รายสัปดาห์ "ชาลี เฮบโด" ของฝรั่งเศส ที่ได้ตีพิมพ์ภาพการ์ตูนล้อเลียนศาสดาโมฮัมหมัด ส่งผลให้ชาวมุสลิมลุกฮือกันทั่วโลก
ล่าสุดชาวมุสลิมในอินโดนีเซีย ซึ่งมีชาวมุสลิมมากที่สุดในโลก ได้ออกมาเดินขบวนในกรุงจาการ์ตา พร้อมกับเรียกการตีพิมพ์การ์ตูน
ล้อเลียนครั้งนี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการก่อสงครามกับศาสนาอิสลาม และอาจเป็นปัญหาที่บานปลายได้ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม พุทธศาสนาก็โดนชาวตะวันตกล้อเลียนและเหยีดหยามมาอย่างต่อเนื่อง อย่างกรณีของ การโปรโมทภาพยนตร์
เรื่อง "องค์บาก" อย่างไม่เหมาะสม ดังภาพที่ชาวพุทธได้เห็น ถือเป็นภาพโปรโมทที่ชาวพุทธต่างแสดงความไม่พอใจในการกระทำครั้งนี้
ความรู้สึกของชาวพุทธที่ "คม ชัด ลึก" ได้ตรวจสอบในกระดานข่าวเวบไซต์ http://www.bpct.org/index.php
ของศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย มีทั้งหมด ๕๘ ข้อความ เป็นกระแสความรู้สึกไม่แตกต่างกับภาพการ์ตูนล้อเลียน
ศาสนาของชาวมุสลิม
ความคิดเห็นแรก นายณรงค์ชัย กล่าวว่า ควรทักท้วงถึงความไม่เหมาะสมในการวางองค์ประกอบของภาพ โดยเชื่อว่าชาวต่างประเทศ
ไม่รู้วัฒนธรรม ความเชื่อ และศรัทธาที่พุทธศาสนิกชนมีต่อองค์พระพุทธรูป ชาวพุทธแท้ ไม่งมงายที่จะโกรธต่อผู้ที่ไม่รู้ จึงควรทักท้วง
บอกกล่าวให้มีการแก้ไขให้เหมาะสม จะดีกว่า และเป็นทางออกที่ดี โปสเตอร์ชิ้นนี้คงแพร่กระจายไปทั่วโลกแล้ว หากให้แก้ไขใหม่
คงแนะนำให้รู้ว่าการวางเศียรพระพุทธรูปใต้เท้าบุคคลธรรมดาเป็นสิ่งที่เป็นอัปมงคล
"ใครก็ตามที่บังอาจทำ แม้ไม่มีอคติ ไม่รู้ ใช่ว่าจะไม่บาปในสายตาหรือในทางพุทธศาสนา โดยส่วนตัวแล้ว ผมอโหสิกรรมให้
เพราะเหตุผลข้างต้น ยกเว้นว่าผู้ออกแบบ หรือเจ้าของงานมีเจตนาที่จะก่อการอุบาทว์ จึงควรสาปแช่งหรือปล่อยไปตามกรรมใคร
กรรมมันเถิด" นายณรงค์ชัย กล่าว
ส่วนนางบังอร แสดงความคิดเห็นในเรื่องเดียวกันว่า ชาวมุสลิมยังลุกฮือกันทั่วโลก เพราะภาพการ์ตูนล้อเลียนศาสดา นั่นเป็น
เพราะนำภาพเผยแพร่สู่สาธารณชน หากภาพนี้ถูกแพร่ไปยังสื่ออื่นๆ คงจะทำให้ผู้ผลิตโปสเตอร์ออกมารับผิดชอบ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเชื่อ
เหลือเกินว่าก่อนที่โปสเตอร์จะผลิตออกมา นั่นแสดงว่าเจ้าของภาพยนตร์ หรือผู้แสดงเอง ต้องเห็นมาก่อนแล้ว ควรออกมารับผิดชอบ
ไม่งั้นไม่ใช่เฉพาะม็อบขับ พ.ต.ท.ทักษิณ แน่ๆ แต่จะเป็นม็อบนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างประเทศด้วย
ขณะที่ นายเคน กล่าวด้วยว่า คนไทยชาวพุทธน่าจะใส่ใจในคำสอนของพระพุทธเจ้าให้มาก และประพฤติตามคำสอนของพระองค์
ศาสนาก็จะคงอยู่กับเราตลอดไป ถึงแม้ว่าใครจะมาเผาวัด หรือพระพุทธรูปไปก็ตาม คำสอนของพระองค์ก็จะคงอยู่กับเราตลอดไป
เพราะฉะนั้นจงเร่งศึกษาพระธรรมให้ถึงแก่นกันเถิดชาวพุทธ
ความเห็นสอดคล้องกับนายทีวีอาร์ กล่าวว่า ประการสำคัญต้องตามให้พบต้นตอที่มาที่ไป มิฉะนั้นคงไม่มีใครยอมรับ แล้วความ
เสียหารก็เกิดขึ้นทุกวันตราบใดที่ยังไม่ได้แก้ไข อีกอย่างหนึ่งเจตนาร้ายก็คล้ายโรคร้ายอยู่เหมือนกัน ซึ่งบางครั้งก็แก้ยาก
ยิ่งปล่อยให้เชื้อโรคระบาดไปทั่วทั้งตัว ยิ่งยากจะแก้ไข ผู้ป่วยอาจจะตายก่อนโรคก็ได้
นายเดช กล่าวเสริมว่า การจัดทำโปสเตอร์แบบนี้ไม่รู้ว่าเขาทำกันได้อย่างไร ไม่รู้ว่าใช้สมองส่วนไหนคิดกันและใช้ส้นเท้า
อะไรทำ ก่อนที่จะทำคงไม่มืดบอดที่จะรู้ว่าพระพุทธรูปเป็นอะไร เหมือนที่เรารู้ว่าพระเยซูเป็นอะไร ขอสาปแช่งให้พวกที่ร่วมคิด
ร่วมทำพบกับความวิบัติ ดังนั้นการคิดอย่างนี้ คิดพันครั้งก็ถูกพันครั้ง แต่เชื่อไหมว่าถ้าคิดแล้วทำแบบนี้กันหมด อีก ๕๐ ปี
พระพุทธศาสนาก็จะหมดไปจากโลก