ถ้าจะสอนให้คุณวัยรุ่นรักษาศีลในวันวาเลนไทน์ ก็คงจะบอกว่าพระเชย ไม่ต้องพูดถึงศีลก็ได้ เพราะความเข้าใจ
เรื่องศีลของเราดูจะหมายถึงข้อห้ามที่น่าเบื่อ วัยรุ่นไม่ต้องการให้ใครสั่งสอน ไม่ต้องการข้อห้าม
ถ้าอย่างนั้น เรามาพูดถึง ความรัก กันดีกว่า ความรักนั้น ตามรากศัพท์สัมพันธ์กับ ราคะ อันหมายถึงกามกิเลส
เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ยั่งยืน และเป็นความสัมพันธ์บนฐานของ อวิชชา คือ ความหลง
ความรักที่จะยืนยาวในพุทธศาสนา คือ ความเมตตาที่ปรารถนาให้สรรพสัตว์พ้นทุกข์
สรรพสัตว์ที่ว่านี้ หมายรวมสิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่เกิดมาร่วมโลกกับเรา ไม่เกี่ยงว่าเป็นคนที่เรารู้จัก ไม่เกี่ยงว่าเป็น
ญาติหรือไม่ ไม่เกี่ยงว่าเป็นคนที่เรารักหรือไม่
อ้าว ถ้าไม่เกี่ยวกับคนที่เรารัก เรารู้จัก แล้วเราจะปรารถนาให้เขาพ้นทุกข์ได้อย่างไร ?
เราต้องมาปรับเปลี่ยนความเข้าใจเสียใหม่ว่า สรรพสัตว์นั้น ไม่ว่าเรารู้จักหรือไม่ ทุกชีวิตมีสิทธิที่จะเป็นอิสระจากความทุกข์ทั้งสิ้น
การตั้งความปรารถนาในส่วนของเรา จึงเป็นความเอื้ออาทร ที่เราแสดงออกต่อสรรพสัตว์ โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง เป็นความ
ปรารถนาที่เสมอภาค ตรงนี้เองที่ความเมตตาจึงเป็นธรรมะ ของพระพรหมทีเดียว
เราจะคุ้นกับ พรหมวิหาร ๔ เมตตาเป็นธรรมะข้อแรกในพรหมวิหารสี่ ธรรมะที่จะทำให้เราอยู่อย่างพรหมทีเดียว
ความรักที่เราต้องการที่จะแสดงออกซึ่งกันและกัน เยี่ยงชาวพุทธ จึงต้องยกระดับเข้าสู่ความรักความเมตตาที่ไม่มีเสื่อมคลาย
ไม่มีวันหายไปจากโลก เพราะทำให้ผู้ปฏิบัติตามเป็นเยี่ยงพรหมทีเดียว
ความรักแท้ แม้พูดในระดับชาวบ้าน ก็เช่นกัน ต้องเป็นความรักที่มาจากฐานของความรับผิดชอบ ความปรารถนาดีซึ่งกันและกัน
ให้เกียรติกัน
ความเอื้ออาทรต่อกันและกันเช่นนี้ ลูกชายของเราก็จะไม่ล่วงเกินแฟนสาวของเขาก่อนเวลาอันสมควร ลูกสาวรู้จักรักตัวเอง
รักพ่อแม่ รักวงศ์ตระกูล ไม่ชักชวนเพื่อนชายให้เที่ยวไปหลบๆ ซ่อนๆ เสพกามกันตามโมเต็ล หรือที่ทันสมัยถึงกับเช่าห้องพักไว้
เพื่อการนี้ก็ตาม
ขอตั้งความปรารถนาให้ลูกหญิงชายมีความรักในตัวเอง รักพ่อแม่ รักวงศ์ตระกูลให้มาก