คมชัดลึก เจาะข่าวทั่วไทย Komchadluek.comคมชัดลึก เจาะข่าวทั่วไทย Komchadluek.comคมชัดลึก เจาะข่าวทั่วไทย Komchadluek.com

วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2551

Nation Group GO
ค้นหาข่าวย้อนหลัง


"พุทธศาสตร์การกีฬา" ในมุมของ...หลวงพ่อสิงห์

"เวลาตีกอล์ฟ ให้มีสติอยู่ที่ลูกกอล์ฟ ห้ามเอาสติไปที่อื่น ขณะลงแข่งขัน อย่ากลัวคู่ต่อสู้ ทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อให้ได้รับชัยชนะ"

นี่คือส่วนหนึ่งของคำแนะนำของ พระครูภาวนาวรานุศาสก์ หรือ หลวงพ่อสิงห์ เจ้าคณะตำบลบางม่วง และ เจ้าอาวาสวัด สัจจธรรมาราม (วัดไผ่เหลือง) ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ที่มีต่อ วีเจย์ ซิงห์ เมื่อครั้งเดินทางมาเยี่ยมวัด ประมาณเดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๕

คำแนะนำดังกล่าวนี้เอง ส่งผลให้ วีเจย์ ซิงห์ คว้าแชมป์กอล์ฟจากการแข่งขันระดับโลก ๕ รายการ หลังจากนั้น วีเจย์ ซิงห์ ได้เป็นแชมป์หลายสนาม ตามที่หลวงพ่อสิงห์ทำนายไว้ ในที่สุดก็ขึ้นเป็นโปรกอล์ฟอันดับ ๑ ของโลก และได้ถวายเงินทำบุญ ๑๐% ของเงินรางวัลทั้งหมด ขณะเดียวกันก็ส่งผลให้หลวงพ่อสิงห์ได้รับนิมนต์ไปร่วมโครงการ "พุทธศาสตร์การกีฬา ของการกีฬาแห่งประเทศไทย"

หลวงพ่อสิงห์ บอกว่า ก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการพุทธศาสตร์การกีฬานั้น ได้รับการติดต่อจาก รมต.สุวัจน์ ลิปตพัลลภ รวมทั้งผู้ใหญ่ในวงการกีฬาหลายท่าน ซึ่งเล็งเห็นความสำคัญของการใช้ สมาธิทางการกีฬา โดยนิมนต์หลวงพ่อไปเป็นประธานวิทยากรสอนสมาธิให้นักกีฬา เพื่อให้จิตสงบ ระหว่างการแข่งขันกีฬา ดังคำพูดที่ว่า สงบสยบความเคลื่อนไหว

ทั้งนี้ได้เริ่มสอนเรื่องสมาธิให้นักกีฬาก่อนการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ผ่านมา โดยมีนักกีฬาทุกประเภทเข้าร่วมการฝึกสมาธิ เช่น ฟุตบอล เทนนิส โบว์ลิ่ง สนุกเกอร์ กอล์ฟ และ ลีลาศ

ขณะเดียวกันหลวงพ่อก็ได้เดินทางไปติดตามผลงานที่ประเทศฟิลิปปินส์ด้วย ในฐานะผู้ให้สมาธิและผู้ให้กำลังใจแก่นักกีฬา

ส่วนความสำเร็จของการฝึกสมาธิให้นักกีฬานั้น หลวงพ่อบอกว่า การแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ผ่านมานั้น การกีฬาแห่งประเทศไทยนิมนต์ไปสอนสมาธิให้นักกีฬาประเภทที่ไม่หวังเหรียญทอง ซึ่งปรากฏว่ากีฬาที่ไม่คาดว่าจะได้เหรียญทองในครั้งนี้ กลับได้เหรียญทองทุกประเภท โดยเฉพาะแบดมินตัน ประเภททีม ได้เหรียญทองในรอบ ๔๐ ปี

“อาตมามีความตั้งใจที่อยากให้นำสมาธิมาใช้ในวงการกีฬามานานแล้ว หลักของสมาธิไม่ใช่เรื่องของปาฏิหาริย์ แต่เป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ เมื่อจิตนิ่งเป็นสมาธิ ก็สามารถตัดความกังวลใจเรื่องอื่นๆ ได้หมด การทำอะไรก็ย่อมอยู่เหนือผู้อื่น รู้ทั้งเขารู้ทั้งเรา” หลวงพ่อสิงห์ กล่าวพร้อมกับบอกด้วยว่า

ปกตินักกีฬาก็ได้รับการฝึกฝนเรื่องสมาธิอยู่แล้ว เมื่อมาให้พระสอน และแนะหลักการอีกเพียงเล็กน้อย ก็สามารถสร้างสมาธิในระยะเวลาอันสั้นได้ กีฬาทุกประเภทใช้สมาธิเหมือนกัน แต่วิธีการสร้างและใช้สมาธิไม่เหมือนกัน เช่น นักสนุกเกอร์ ระหว่างแทงต้องหยุดหายใจ นักกีฬาฟุตบอลต้องบริหารลมหายใจให้สม่ำเสมอ

เมื่อถามถึงกีฬาประเภทใดที่อยากสอนสมาธิให้มากที่สุด หลวงพ่อสิงห์ตอบว่า สนุกเกอร์ พร้อมกับให้เหตุผลว่า ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะช่วงที่เป็นฆราวาสเคยเล่นสนุกเกอร์มาก่อน โดยเล่นมารุ่นเดียวกับพ่อของ ต๋อง ศิษย์ฉ่อย หากใครมาฝากตัวเป็นศิษย์ มีความตั้งใจว่า จะสอนให้ติดอันดับ ๑ ใน ๑๐ ของโลก ส่วนจะลงท้ายฉายา “ ... ศิษย์หลวงพ่อสิงห์” ด้วยหรือไม่นั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม เพื่อรองรับการสอนสมาธิให้นักกีฬา ขณะนี้วัดกำลังก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรมกลางน้ำขึ้นมา

หลวงพ่อสิงห์ กล่าวถึงจำนวนคนที่มาดูดวงด้วยว่า ทุกวันนี้ใครจะมาดูดวงหากจองคิวในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ จะได้ดูดวงประมาณเดือนพฤษภาคม หรือมิถุนายนปี ๒๕๕๐ แม้ว่าคิวจองจะยาวนานมาก แต่คนก็ยังมาจองอย่างต่อเนื่อง โดยแต่ละวันจะมีคนมาจองคิวประมาณ ๑๕-๒๐ คน แต่ดูได้จริงไม่เกิน ๑๐ คน เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะจะให้ความสำคัญกับการฝึกสมาธิให้นักกีฬาเป็นอันดับแรก เป็นงานเพื่อคนหมู่มาก เป็นการทำงานเพื่อประเทศชาติ ส่วนการดูดวงนั้นเป็นการทำเพื่อส่วนบุคคล

มีธรรม มีชัย

หลวงพ่อสิงห์ บอกว่า ใครอยากประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด สิ่งแรกเราต้องถามตัวเองเสียก่อนว่า เราชอบอะไร เรารักอะไร เพราะว่าการที่เราจะไปทำอะไร ถ้าทำในสิ่งที่เราไม่ชอบ เราไม่รักแล้ว บางทีมันจะทำให้เราไม่มีความยินดี ไม่มีความพออกพอใจ มันก็จะทำให้เราไม่มีความขยันหมั่นเพียร ที่จะประกอบภารกิจ การงานนั้นๆ

ให้เราถามตัวเองเสียก่อน ว่าเราชอบอะไร บางคนชอบเล่นกีฬา บางคนอยากเป็นหมอ บางคนชอบเป็นพยาบาล บางคนชอบเป็นดารา นักร้อง นักแสดง หรือบางคนชอบเป็นนักเรียน อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องถามตัวเองดูเสียก่อน ให้เรามีความมั่นใจ ถ้าเรารู้แล้วว่า เราชอบอะไร เราจะมีความขยันหมั่นเพียร มันจะง่ายขึ้น

ถ้าเราไปเลือกทำในสิ่งที่เราไม่ชอบแล้ว มันจะฝืนตัวเอง เมื่อฝืนตัวเองแล้ว จะไปทำอะไรมันก็จะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

"ไม่ว่าจะทำอะไร กิจอันใดก็ตาม จะเป็นทางโลกก็ดี เช่น การแข่งขันกีฬา หรือว่าการประกอบอาชีพ ทำมาหากิน ทำมาค้าขาย หรือการเรียนหนังสือ อยากจะเรียนให้จบ ก็ต้องอาศัยคุณธรรมเหล่านี้ หรือในทางธรรมะ จะประพฤติปฏิบัติตน เพื่อให้บรรลุถึง มรรค ผล นิพพาน ได้นั้น ก็ต้องอาศัยอิทธิบาท ๔" หลวงพ่อสิงห์ กล่าวพร้อมกับอธิบายความสำคัญของอิทธิบาท ๔ ด้วยว่า

อิทธิ แปลว่า ความสำเร็จ ส่วน บาท แปลว่า ทาง หรือ สิ่งที่ช่วยนำทาง เมื่อนำมารวมกันเป็นอิทธิบาท แปลว่า ทางแห่งความสำเร็จ วิธีการที่คนจะพึงใช้ในการสร้างความสำเร็จให้ชีวิตนั้น ในทางพระพุทธศาสนามีคุณธรรมอยู่ข้อหนึ่งเรียกว่า อิทธิบาท ๔ ซึ่งมีองค์ประกอบอยู่ ๔ ประการ คือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ธรรม ๔ อย่างนี้ ย่อมเนื่องกัน แต่ละอย่างมีหน้าที่เฉพาะของตน

ฉันทะ คือ ความพอใจ หมายถึง ในฐานะเป็นสิ่งที่ตนถือว่าดีที่สุด ที่มนุษย์เราควรจะได้ ข้อนี้เป็นกำลังใจอันแรกที่ทำให้เกิดคุณธรรมข้อต่อไปทุกข้อ

วิริยะ คือ ความพากเพียร หมายถึง การกระทำที่ติดต่อ ไม่ขาดตอน เป็นระยะยาว จนประสบความสำเร็จ คำนี้มีความหมายของความกล้าหาญเจืออยู่ด้วยส่วนหนึ่ง

จิตตะ หมายถึง ความไม่ทอดทิ้งสิ่งนั้นไปจากความรู้สึก ของตัว ทำสิ่งซึ่งเป็นวัตถุประสงค์นั้นให้เด่นชัด อยู่ในใจเสมอ คำนี้รวมความหมายของคำว่า สมาธิ อยู่ด้วยอย่างเต็มที่

วิมังสา หมายถึง ความสอดส่องในเหตุและผล แห่งความสำเร็จ เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ให้ลึกซึ้งยิ่งๆ ขึ้นไปตลอดเวลา คำนี้ รวมความหมายของคำว่า ปัญญา ไว้อย่างเต็มที่





พระเครื่อง คม ชัด ลึก
ตะลุยกองทัพ
ดูดวง
ภาษาอังกฤษ ง่ายนิดเดียว
ฮอตไลน์ สายรัก
รักสุขภาพ
ชุมชนไทย ในต่างแดน
ย้อนหลังข่าวเด่น



จดหมายถึง บก.
ร้องทุกข์
เปิดซอง ส่องไทย
นักข่าว ชาวบ้าน "คม ชัด ลึก"
ห้องสนทนา
การเมือง
ทักทาย บันเทิง
คุยเฟื่อง เรื่องกีฬา
ชุมนุม คนชอบชิม


ใส่ตำแหน่งงาน
หาตามสายอาชีพ
ตำแหน่งยอดนิยม
หางานผ่านมือถือ »

คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ
คมชัดลึก PDA
 


nationgroup สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2543