การใช้คำว่า ม็อบ เพื่อสื่อความหมายถึง
กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นการใช้คำ
ที่ไม่ถูกต้องนัก ด้วยความหมายของ ม็อบ
เท่าที่ทราบนั้น หมายถึง กลุ่มผู้ชุมนุม
ที่ออกอาการบ้าคลั่ง และใช้ความรุนแรง
ในการชุมนุม
แต่เท่าที่ผ่านมาหลายครั้ง ที่ประชาชนออกมาชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก ยังไม่ปรากฏว่ามีความบ้าคลั่งรุนแรงจนถึงบาดเจ็บเลยสักรายเดียว ไม่ต้องกล่าวไปถึงการเสียชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นชัยชนะข้อหนึ่งของกลุ่มผู้ชุมนุม ที่สามารถควบคุมอาการมิให้เลยเถิดไปถึงขั้น ม็อบ
เคยได้ยินผู้นำกลุ่มต่อต้านรัฐบาลท่านหนึ่ง เล่าว่า การจะปลุกให้คนออกมารวมพลังกันได้นั้น ต้องสร้างกระแสความรู้สึกที่เป็น โทสะมหาชน ซึ่งไม่น่าเห็นด้วยเท่าใดนัก
ชัยชนะของกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น น่าจะอยู่ที่การรักษาความสงบเรียบร้อยในการแสดงออก แม้จะเป็นการแสดงออกในทางลบกับรัฐบาล ก็เป็นสิทธิที่ประชาชนพึงกระทำได้ แต่ควรกระทำด้วยความรัก และความปรารถนาดีที่มีต่อประเทศชาติ แม้ที่สุดก็ควรมีความรักและความปรารถนาดีต่อนายกรัฐมนตรีที่เราต่อต้าน เข้าทำนอง เห็นใจ แม้ไม่เห็นด้วย
ชัยชนะของกลุ่มผู้ชุมนุม คือการทำให้ฝ่ายรัฐบาลเกิดความสำนึกผิดในส่วนผิด และปรับปรุงแก้ไขกลับคืนอีกครั้ง ตั้งหน้าตั้งตาบริหารประเทศไปตามแนวทางแห่งธรรม มิใช่ในแนวทางแห่งทุน
เสียงต่อต้านนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นผลดีแก่นายกรัฐมนตรีโดยตรง จะช่วยให้ผู้นำรู้จักฟังคนอื่นบ้าง ยอมถอยในเรื่องที่ควรถอย ไม่เหิมเกริมไปกับอำนาจจนขาดสำนึก
หลายครั้งที่ผ่านมา นายกฯ เคยเลี้ยวกลับในหลายเรื่อง โดยไม่กลัวเปลืองหน้า ซึ่งก็เป็นเสน่ห์ที่ควรคำนึง แต่ถ้าแล่นรถเร็วเกินไป ก็จะเลี้ยวกลับไม่ทัน อันตราย
ขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมกำหนดทิศทางให้เป็นสัมมาทิฐิ อย่ามุ่งกดดันเพื่อชัยชนะตามใจตน เพราะนั่นเป็นการทำตามกิเลส เราแต่ละคนจะต้องให้ช่องหายใจแก่อีกฝ่ายหนึ่งบ้าง มีความเห็นใจ แม้จะไม่เห็นด้วย
ถ้าเราต่างมีความรู้สึกดีๆ ที่แสดงออกจนอีกฝ่ายหนึ่งประจักษ์ เราจะได้คนรักเพิ่มมากขึ้น นั่นคือ คนที่เรากำลังต่อต้านนั่นแหละจะรักเรา ไม่มีความรู้สึกเป็นศัตรูคู่อาฆาตเคียดแค้น
ขอฝากถ้อยคำที่จำมา ความรักเป็นโทษ ความโกรธเป็นทุกข์
0 ท่านจันทร์ 0
www.prajan.com