คมชัดลึก เจาะข่าวทั่วไทย Komchadluek.comคมชัดลึก เจาะข่าวทั่วไทย Komchadluek.comคมชัดลึก เจาะข่าวทั่วไทย Komchadluek.com

วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551

Nation Group GO
ค้นหาข่าวย้อนหลัง


ชั่วโมงเซียน : พระพุทธรูปสมัยเชียงแสน

อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เป็นถิ่นแห่งประวัติศาสตร์ แหล่งอารยธรรมมากมาย โดยเฉพาะในด้านพระพุทธศาสนา ในอดีตเคยค้นพบ พระรัศมี เนื้อสัมฤทธิ์ ขนาดใหญ่ชิ้นหนึ่ง จากลำน้ำโขง หน้าเมืองเชียงแสน ซึ่งเชื่อกันว่าเป็น พระรัศมี ของพระเจ้าล้านตื้อ ที่เคยประดิษฐาน ณ เกาะดอนแท่น บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน และสถานีตำรวจภูธรอำเภอเชียงแสน แล้วต่อมาเกาะดังกล่าวจมลงไปในลำน้ำโขง พร้อมพระเจ้าล้านตื้อ

ปัจจุบันพระรัศมี ของพระเจ้าล้านตื้อ จัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติเชียงแสน ๗๐๒ ถนนพหลโยธิน ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

นอกจากนี้แล้ว อ.เชียงแสน ยังเป็นแหล่งที่พบและให้กำเนิดพระพุทธรูป ที่งดงามที่สุดในภาคเหนือตอนบน มากกว่าจังหวัดอื่นๆ พระพุทธรูปแบบนี้ ในวงการพระจึงเรียกกันว่า "พระพุทธรูปสมัยเชียงแสน"

ตามทฤษฎีเดิม สันนิษฐานกันว่า พระพุทธรูปสมัยเชียงแสน ได้รับอิทธิพลมาจากพระพุทธรูปอินเดีย แบบปาละ เพราะว่าพระพุทธรูป แบบปาละของอินเดียพบแพร่หลายทั่วไปทางภาคเหนือของไทย จึงได้เป็นแบบฉบับต้นแบบในการสร้าง พระพุทธรูปของเมืองเชียงแสน ในยุคแรก จึงจะมีรูปร่างแบบอวบอ้วน ใบหน้ากลมสั้น คางเป็นปุ่มยื่น เม็ดพระศกเป็นก้นหอยขนาดใหญ่

ในสมัยต่อมา มีการเปลี่ยนเมืองนครพิงค์เชียงใหม่ เป็นราชธานี ราชอาณาจักรสุโขทัย โดยพ่อขุนรามคำแหงทรงร่วมช่วยพ่อขุนเม็งรายสร้าง ปฏิสังขรณ์พระอาราม ปูชนียสถาน รวมถึงพระพุทธรูป พระบูชา

พระพุทธรูปสมัยเชียงแสนรุ่นหลังนี้ มีพุทธลักษณะแตกต่างจากแบบเดิมมาก คือ มีอิทธิพลของพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยเข้ามาผสมอยู่ด้วยอย่างชัดเจน เช่น ใบหน้ายาวเรียวเป็นรูปไข่ รูปร่างสูง ชะลูด ไม่อวบอ้วนเหมือนยุคแรก

พระพุทธรูปเชียงแสนรุ่นหลังบางองค์ หากมองดูไกลๆ อาจนึกว่า เป็นพระพุทธรูปแบบสุโขทัยเลยทีเดียว แต่จะแตกต่างที่ฐานอย่างชัดเจน คือฐานของพระพุทธรูปเชียงแสนหักเป็นฐานสูง มีบัวรองรับ และฉลุลวดลายต่างๆ ส่วนของสุโขทัยจะเป็นแบบฐานเขียง

นอกจากนี้ ในยุคเมืองเชียงใหม่ ยังมีพระพุทธรูปเชียงแสนแบบทรงเครื่อง คล้ายแบบของอยุธยาอีกด้วย

ในวงการพระเครื่อง เราแบ่งพระพุทธรูปสมัยเชียงแสนเป็นแบบใหญ่ๆ ได้ ๔ แบบ ดังนี้

พระเชียงแสน สิงห์ ๑ เป็นรูปแบบศิลปะของเชียงแสนยุคต้นเป็นหลัก คือ มีรูปร่างทรวดทรง ต้อ อวบอ้วน ใบหน้าค่อนข้างสั้นและกลม ริมฝีปากเล็ก คางยื่นเป็นปม หน้าอกนูนใหญ่ เม็ดพระศกเป็นก้นหอยใหญ่ จีวรบางแนบเนื้อ และที่สำคัญชายสังฆาฏิพาดสั้นอยู่เหนือราวนมด้านซ้าย และมักจะประทับนั่ง ในท่าปางมารวิชัย แบบขัดสมาธิเพชร

สำหรับฐานนั้น ในวงการให้ความนิยมแบบฐานเขียง มากกว่าแบบฐานบัว ซึ่งน่า จะมีการสร้างต่อมาในยุคเมืองเชียงใหม่

พระเชียงแสน สิงห์ ๒ เป็นรูปแบบต่อเนื่องของศิลปะเชียงแสน ที่ได้รับอิทธิพลมาจากอาณาจักร สุโขทัย เข้ามาผสมผสานมาก ทำให้รูปแบบของพระเชียงแสนสิงห์ ๒ มีทรวดทรงชะลูด สูงขึ้นกว่าเชียงแสนสิงห์ ๑ เม็ดพระศกเล็กลง ใบหน้ามีความเรียวยาวขึ้น องค์พระประทับนั่งแบบสมาธิราบมากขึ้น มีทั้งแบบปางมารวิชัย และปางสมาธิ

ที่สำคัญ เราแบ่งพระเชียงแสนสิงห์ ๒ อีกอย่างคือ ปลายเส้นสังฆาฏิพาดยาวเลย ราวนมด้านซ้ายลงมาเล็กน้อย อยู่ในระดับชายโครง ประทับนั่ง บนฐานเขียงแบบสูง ส่วนมากมักมีบัวคว่ำบัวหงายรองรับ

พระเชียงแสน สิงห์ ๓ เป็นพระเชียงแสนที่สร้างไว้มากที่สุดในช่วงนครพิงค์เชียงใหม่ เป็นยุคที่ได้รับอิทธิพลจากอาณาจักรสุโขทัยมากที่สุด

เพราะว่าสุโขทัยได้มาร่วมทะนุบำรุงบ้านเมือง และศาสนา ทำให้พระพุทธรูปเชียงแสนสิงห์ ๓ ต่างจากพระพุทธรูปเชียงแสนเดิมมาก มีใบหน้ายาวรี เป็นรูปไข่ รูปร่างสูง สะโอดสะอง ไม่อวบอ้วนดังพระเชียงแสน สิงห์ ๑ เม็ดพระศกไม่ใหญ่ นิยมสร้างแบบ ขัดสมาธิราบ ชายสังฆาฏิยาวจรดสะดือ บ้างทำเป็นแบบปากตะขาบ หรือหางแซงแซว ซึ่งลักษณะเหล่านี้เป็นลักษณะของศิลปะพระเมืองสุโขทัย

ส่วนฐานองค์พระนั้นพบมากที่สุดเป็นแบบฐานบัวหงายชั้นเดียว มีเกสรเป็นเม็ดๆ ประดับโดยรอบ ส่วนในชั้นล่างสุดนิยมฉลุเป็นช่อง หรือลวดลายต่างๆ

ในสมัยนี้เอง เราพบพระเชียงแสนทรงเครื่องด้วย คือมีรูปร่าง และทรวดทรงศิลปะแบบพระเชียงแสน สิงห์ ๓ ทุกประการ เพียงแต่มีการประดับ เครื่องทรงแบบพระมหากษัตริย์ มีประดับด้วยมงกุฎรัดแขน และสร้อยสังวาลงดงามอีกแบบหนึ่ง

พระเชียงแสน ลังกาวงศ์ สันนิษฐานว่า เป็นพระเชียงแสนยุคกลางร่วมสมัยกับ พระเชียงแสนสิงห์ ๒ ซึ่งสังเกตจากปลายเส้นสังฆาฏิอยู่ในระดับเดียวกัน คือ ระดับใต้ราวนมด้านซ้าย แต่พระเชียงแสนแบบนี้มีลักษณะของศิลปะลังกาเข้ามาผสม คือ ใบหน้ากลมยาวเล็กน้อย พระเกศเป็นแบบตุ้ม เม็ดพระศกเป็นเม็ดเล็กๆ บ้างคล้าย กับนำตุ๊ดตู่มาตอกเป็นพระศกให้เป็นวงกลมเล็กๆ ทั่วศีรษะ ทรวดทรงพระชะลูด หน้าอกกว้าง นิยมสร้างเป็นปางมารวิชัยประทับนั่งแบบขัดสมาธิราบบนฐานเขียง หรือฐานบัวหงายชั้นเดียว

ที่กล่าวมานี้ เป็นพระเชียงแสนที่พบเห็น และนิยมมากในวงการพระเครื่อง ซึ่งจริงๆ แล้ว พระเมืองเชียงแสนยังมีการแผ่อิทธิพลไปเมืองข้างเคียง จนมีเชียงแสนแบบเชียงรุ้ง แบบฝาง แบบน่าน แยกย่อยไปอีก ซึ่งมีความนิยมน้อยกว่าแบบหลัก ๔ แบบ ที่ได้กล่าวแล้ว ก็เพียงพอ ที่จะครอบคลุมในพระเชียงแสนส่วนใหญ่แล้ว

แต่ถ้ามีโอกาสต่อไป ก็จะนำมาเสนอในแบบย่อยๆ เพิ่มเติมให้แก่ท่านผู้สนใจอีก





พระเครื่อง คม ชัด ลึก
ตะลุยกองทัพ
ดูดวง
ภาษาอังกฤษ ง่ายนิดเดียว
ฮอตไลน์ สายรัก
รักสุขภาพ
ชุมชนไทย ในต่างแดน
ย้อนหลังข่าวเด่น



จดหมายถึง บก.
ร้องทุกข์
เปิดซอง ส่องไทย
นักข่าว ชาวบ้าน "คม ชัด ลึก"
ห้องสนทนา
การเมือง
ทักทาย บันเทิง
คุยเฟื่อง เรื่องกีฬา
ชุมนุม คนชอบชิม


ใส่ตำแหน่งงาน
หาตามสายอาชีพ
ตำแหน่งยอดนิยม
หางานผ่านมือถือ »

คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ
คมชัดลึก PDA
 


nationgroup สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2543