ความรักเป็นโทษ ความโกรธเป็นทุกข์ ไม่สร้างความสุข ไม่สนุกเหมือนหนัง ไม่ว่าเหตุการณ์บ้าน
เมืองจะเป็น ตายร้ายดีอย่างไร เราคนไทยผู้มีธรรมะก็ต้องใช้พระธรรมนำหน้าแก้ปัญหาสังคม
ประเทศชาติ
เพราะตราบใดที่ยังมีทะเล ตราบนั้นก็ต้องมีคลื่น ตราบใดที่ยังมีชีวิต ตราบนั้นก็ยังต้องเผชิญกับ
ความทุกข์และปัญหา ก็แหละปัญหานั้นมีไว้ให้ใคร่ครวญ มิใช่มีไว้ให้คร่ำครวญ
ถ้าให้คุ้นหูก็ว่าปัญหา มีไว้ให้แก้ มิใช่มีไว้ให้กลุ้ม โลกมีไว้ให้ เหยียบ
มิใช่มีไว้ให้แบก
เมื่อเกิดความแตกต่างทางความคิดเห็นของคนในสังคม ผู้มีปัญญาจะมองเห็นการทะเลาะกันอย่าง
เอาเป็นเอาตาย ว่าเป็นอาการของไก่ในเข่งที่จิกตีกันเป็นพัลวัน ก่อนจะถูกนำไปเชือดคอทั้งเข่ง
คนเรามักมีความคิดสุดขั้วทั้งสองข้าง เมื่อรักใครก็จะรักอย่างหัวปักหัวปำ
เมื่อจะชังใครก็จะชังอย่าง หัวฟัดหัวเหวี่ยง มักขาดอารมณ์ที่รับรู้เรื่องราวแวดล้อมตามความเป็นจริง
มองคนที่คิดเห็นแตกต่าง เป็นศัตรูคู่แค้น หรืออย่างเบาก็เป็น คู่แข่ง มิใช่คู่คิดจึงไม่ได้รับผลประโยชน์ทางปัญญาจากความเห็น
ที่แตกต่างไปจากความคิดของตน
คำสอนของพระพุทธเจ้ามีอยู่ว่า สมณะทั้งหลายย่อมไม่เป็นข้าศึกกับใครๆ ในโลก
คำว่า สมณะ ในที่นี้มิใช่หมายความเพียงแค่นักบวชเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงคนหัวขาวหัวดำ
ธรรมดาอีกด้วย แต่เป็นคนที่มุ่งไปสู่การปฏิบัติให้จิตใจห่างไกลจากกิเลส ไม่ปล่อยให้กิเลสเป็น
เจ้าเรือนในอารมณ์อย่างรุนแรง ไม่ปล่อยให้ความโกรธเลยเถิดไปจนถึงขั้นเป็นความเกลียด
ความโกรธ เป็นกิเลสสายผลักออกไปจากใจตน ย่อมเผาลนจิตใจให้ไหม้เกรียม ยิ่งถ้าเลยเถิดถึง
ขั้นเป็นความเกลียด ที่มีอาการทางจิตหนักหนาสากรรจ์ยิ่งไปกว่าความโกรธ ก็ยิ่งทำลายจิตใจของ
คนผู้มีความเกลียดให้เกิดเสนียดในความสำนึก เป็นยิ่งนัก
ร้ายยิ่งกว่านั้น ความโกรธ และ ความเกลียด ย่อมทำลายสังคมให้ย่อยยับมานักต่อนักแล้ว
ธรรมะจากข่าวในครั้งนี้เขียนก่อนวันชุมนุมใหญ่ที่ลานพระบรมรูปทรงม้าเพียงหนึ่งวัน
นำเสนอสู่ท่าน ทั้งหลายหลัง วันชุมนุมใหญ่ผ่านพ้นไปแล้ว ไม่ว่าเหตุการณ์ใดๆ
จะเกิดขึ้นตามมาหรือไม่ก็ตาม ขอ ฝากคำตรัสของพระพุทธเจ้าให้กับ ทุกท่านที่ได้อ่านข้อความนี้ว่า
บัณฑิตย่อมไม่แสดงอาการขึ้นๆ ลงๆ
ท่านจันทร์
www.prajan.com