หลังจากปิดจำหน่าย
เหรียญสมเด็จพระนเรศวรมหาราช "สู้" ปรากฏว่า เหรียญทุก เนื้อราคาเพิ่มสูงขึ้น
ซึ่งล่าสุด "คม ชัด ลึก" ได้สำรวจข้อมูลจากร้านจำหน่ายวัตถุมงคลพบว่า เหรียญเนื้อทอง
แดงราคาเพิ่มขึ้นจาก ๑๐๐ บาท เป็น ๒๐๐ บาท ในขณะที่ เหรียญเนื้อเงิน ราคาเพิ่มขึ้นจาก
๑,๐๐๐ บาท เป็น ๑,๕๐๐ บาท และมีแนวโน้มว่าราคาจะสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากขณะนี้เหรียญ
รุ่นดังกล่าวเริ่มเป็นที่ต้องการและหายาก
เหรียญสู้ ที่จัดสร้างในครั้งนี้มี ๓ ชนิด คือ ๑.เหรียญทองคำ จำนวน ๓,๙๙๙
เหรียญ น้ำหนักประมาณ ๑.๕ บาท บริจาค ๒๕,๐๐๐ บาท ๒.เหรียญเงิน จำนวน ๙,๙๙๙
เหรียญ บริจาค ๑,๐๐๐ บาท และ ๓.เหรียญทองแดงบริสุทธิ์ จำนวน ๙๙๙,๙๙๙ เหรียญ
บริจาค ๑๐๐ บาท
จากเหตุผลดังกล่าวทำให้มีการทำ เหรียญปลอม ออกมาจำหน่าย ตาม วัดต่างๆ ทั้งใน
กทม.และ ต่างจังหวัด โดยล่าสุด พระอาจารย์สุขเกษม เขมสุโข พระวัดประดู่ธรรมาธิปัตย์
กทม. ได้เช่าเหรียญ สู้เนื้อทองแดง ๑ เหรียญ ในราคา ๑๕๐ บาท โดยก่อนหน้านี้ได้ให้เด็กวัดไปเช่าที่
สวนอัม พรมา ๓ เหรียญ เมื่อนำมาเปรียบเทียบกัน ปรากฏว่าเหรียญที่เช่ามาใหม
่ไม่เหมือนกับที่ เช่า มาจากสวนอัมพร
จึงรู้ได้ทันทีว่าเป็น ของปลอม โดยเฉพาะในส่วนของลายพระหัตถ์คำว่า "สู้"
จะแตกต่างกันมาก การ ปลอมแบบนี้ดูง่าย ถ้าใครเคยเห็นเหรียญ ของจริงของแท้มาก่อน
ก็สามารถแยกได้โดยไม่ต้อง ใช้ กล้องส่องพระ ยกเว้นคนที่ไม่เคยเห็นของจริงมาก่อนอาจจะหลงกลซื้อของปลอม
"การทำเหรียญปลอมในวงการสร้างวัตถุมงคลมีมานานแล้ว แต่ไม่มี ใครที่จะคิดแก้ปัญหาหรือ
เอา ผิดกับผู้ทำและผู้ขายเหรียญปลอม ซึ่งถ้า สืบกันจริงๆ นั้นหาไม่ยาก ร้านจำหน่ายส่วนใหญ่จะโชว์
เหรียญแท้ไว้ หน้าร้าน แต่เมื่อจ่ายเงินแล้วจะหยิบเหรียญปลอมให้ วงการพระรู้ดีว่า
แหล่งใหญ่ที่ จำหน่าย ของปลอมอยู่ที่ไหน" พระอาจารย์เกษมสุข กล่าว
ด้าน พระราชพิพัฒน์โกศล หรือ หลวงพ่อเณร เจ้าอาวาสวัดศรีสุดาราม วรวิหาร
และประธานดำเนิน การจัดสร้าง เหรียญสมเด็จพระนเรศวร มหาราช เหรียญสู้ ฝ่ายสงฆ์
บอกว่า หลังจากเปิดให้จอง และเช่า บูชา เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน และ ๑ ธันวาคม
๒๕๔๘ ณ สวนอัมพร และ เปิดให้เช่า ณ วัดศรีสุดารามวรวิหาร นั้นหมดแล้ว มีผู้ที่ยังไม่มารับเหรียญประมาณ
๒๐๐ รายเท่านั้น โดยได้ปัจจัย ทั้งหมดประมาณ ๑๔๐ ล้านบาท
"ในช่วงแรกของการประชาสัมพันธ์การสร้างเหรียญออกไปมีข่าวออกมา
ว่ามีคนทำปลอมขึ้นมา จากการตรวจสอบก็ไม่พบว่ามีการทำปลอม ล่าสุด มีการทำเหรียญลักษณะดังกล่าวออกมาแต่ได้เพิ่มตัวอักษร
หลังเหรียญว่า "เราสู้" ซึ่งถือว่าไม่ใช่เหรียญรุ่นเดียวกัน" หลวงพ่อเณร
กล่าว
ขณะที่ อ.ราม วัชรประดิษฐ์ อาจารย์สาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคม ศาสตร์
มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวออกมา ว่ามีการทำเหรียญในลักษณะเดียวกันออกมาจำหน่าย
แต่จากการตรวจ สอบ ของทหารปรากฏว่าเป็นเหรียญคนละรุ่นกัน ถือว่าไม่ใช่ของปลอม
ส่วนเหตุผลที่มีการทำเหรียญ ปลอมออกมา นั้นก็เพราะว่าจำนวนการสร้างเหรียญมีจำกัดในขณะที่ได้รับกระแสความนิยมมาก
และของใหม่ปลอมง่าย ต้นทุนต่ำ ที่สำคัญ คือ ประชาชนทั่วไปยังไม่รู้ว่ามีเหรียญของปลอมออกมา
จำหน่าย
อ.ราม ได้อธิบายกระบวนการทำเหรียญปลอมว่า ภาษาช่างเรียกวิธีการถอดพิมพ์หรือแกะบล็อกว่า
"สปาร์ค" หมายถึง การนำเหรียญไปถอดพิมพ์โดยใช้กระแสไฟฟ้าในการตกแต่งแม่พิมพ์
ส่วนอีกวิธีหนึ่งคือแกะบล็อกด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์
ซึ่งจะใกล้เคียงกับ ของจริงมาก แต่การทำปลอม ทั้งสองวิธีก็ยังมีปัญหาเรื่องความคมชัด
ของลายเส้นต่างๆ ซึ่งจะแตกต่างจากเหรียญของแท้มาก ไม่จำเป็นต้อง เป็นเซียนพระหรือใช้กล้องส่อง
ถ้าได้เห็นเหรียญแท้ก็จะบอกได้ว่าเหรียญ ปลอมนั้นเป็นอย่างไร
ปลอม ! ...หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
ความแตกต่างระหว่างเหรียญสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เหรียญสู้ ของแท้กับของปลอมนั้น
มีจุดสังเกต ที่เด่นชัดคือ ลายเส้นพระเกษา ของแท้จะเป็นเส้นๆ สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน
ส่วนของปลอมนอกจะไม่ชัดเจน แล้วยังติดกัน พระขนงหรือขนคิ้ว เหรียญของแท้จะเป็นเส้นๆ
ส่วนของปลอมจะไม่มีเส้นเลย
ในขณะที่ลายฝีพระหัตถ์ คำว่า "สู้" เหรียญของแท้ ตัวหนังสือจะเรียบยาว หางของ
ส เสือ และ ไม้โท จะยาวทับกัน สังเกตเห็นได้ชัดเจน ส่วนของปลอมตัวหนังสือจะอ้วนป้อม
คล้ายๆ ตัวพิมพ์ หางของ ส.เสือ สั้น นอกจากนี้แล้วของแท้เส้นขอบเหรียญทั้งด้านหน้าและด้านหลังจะแบนราบ
ส่วนของปลอมจะนูนรี
สำหรับเนื้อโลหะ เหรียญปลอมมี ๒ เนื้อเท่านั้น คือ เหรียญเนื้อเงิน แต่ไม่ใช่เงินแท้
๑๐๐ % เป็นเหรียญ ทองแดงชุบเงินอย่างหนา จำหน่ายเหรียญละ ๑,๕๐๐ บาท ส่วนเหรียญเนื้อทองแดง
จำหน่ายในราคา ๑๐๐-๑๕๐ บาท
อย่างไรก็ตาม ทนายสุกิจ พูนศรีเกษม ผู้ชำนาญการด้านกฎหมายประจำคณะกรรมาธิการการศาสนาและ
ศิลปวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวถึงความผิดของผู้ผลิตและผู้ขายเหรียญสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
เหรียญสู้ ของปลอมว่า ผู้ใดหรือโรงงานใดที่ทำปลอมถือว่า เป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
ผู้ใดจะไปปลอม หรือแอบอ้าง ไม่ได้ ขณะเดียวกันก็ยังมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนอีกด้วย
เมื่อถูกจับและเข้าสู่ขบวนการ พิจารณาคดีความของศาล จะถูกลงโทษขั้นสูงสุด
คือ ปรับไม่เกิน ๔ แสนบาท และจำคุกตั้งแต่ ๔ ปี ขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๒๐ ปี
"ผู้ที่นำมาขายต่อ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นเหรียญสู้ของปลอม ย่อมมีความผิดเช่นเดียวกับผู้ผลิต
ถือว่าร่วม กันดูหมิ่น พระบรมเดชานุภาพ ไม่เฉพาะเหรียญสู้เท่านั้น วัตถุมงคลอื่นๆ
ที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวหรือสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสร้างขึ้น
ใครทำปลอมถือว่าเป็นการ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพด้วย ประชาชนทุกคนสามารถ แจ้งร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับผู้ผลิต
และผู้ขายได้ทันที" ทนายสุกิจ กล่าว
เรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงู