"ไม่ว่าจะไปว่า
ความที่ไหน ต้องไปชนกับใคร
ผมมีพระผงสุพรรณ
เพียงองค์เดียวเท่านั้น
ไว้ป้องกันตัว โดยเช่า
มาจากเด็กขายหนังสือ
เมื่อปี ๒๕๐๐ ในราคา ๒๕ บาทเท่านั้น
และเคยส่งประกวดติดรางวัลมาแล้ว ท่านได้แสดง
ปาฏิหาริย์ช่วยผมหลายครั้ง ขณะเดียวกัน
ทุกครั้งที่จะเกิดเหตุไม่ดีจะมีลางสังหรณ์บอกล่วงหน้า"
นี่คือความเชื่อเรื่องปาฏิหาริย์
พระผงสุพรรณของ "นายสุกิจ พูนศรีเกษม"
ผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมาธิการ
การศาสนาและศิลปวัฒนธรรม
สภาผู้แทนราษฎร และเจ้าของฉายา
"ทนายมาเฟีย และ ทนายเทวดา"
สำหรับที่มาของฉายาทนายเทวดานั้น นายสุกิจ บอกว่า พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง เป็นคนตั้งให้ เพราะไปช่วยวัด ๓ แห่ง ว่าความฟ้องร้องกรรมการวัดจนได้เงินกลับคืนวัดหลายสิบล้านบาท โดยปัจจุบันนี้เป็นนิติกรประจำวัด ๓ แห่ง คือ วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เขตธนบุรี กรุงเทพฯ วัดจุฑาทิศธรรมสภาราม อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี และวัดถ้ำเขาชะอางค์โอน อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี
กรณีของวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหารนั้น ได้เข้าไปฟ้องร้องคณะกรรมการวัดและไวยาวัจกรวัด กรณีทุจริตเงินทำบุญในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งมีการจัดงานประมาณ ๒๐ วัน หลังจากจัดงานเสร็จมีการสรุปค่าใช้จ่ายต่างๆ วัดเหลือเงินเพียง ๒๐๐ บาท แต่หลังจากเข้าไปดำเนินการปรากฏว่า วัดเหลือเงินในช่วงเทศกาลตรุษจีนกว่า ๒๐ ล้านบาท จากนั้นเป็นต้นมา เงินที่ญาติโยมทำบุญก็เข้าวัดหมดทุกบาททุกสตางค์
ทนายสุกิจ บอกด้วยว่า ครั้งหนึ่งเคยมีวัดติดต่อให้ไปฟ้องร้องนายสมคิด ตั้งธนชัย โดยมีการกล่าวหาว่า เขาหาประโยชน์จากการสร้างพระหลวงพ่อโต แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า พระที่สร้างทั้งหมดหลังจากพุทธาภิเษกแล้วเขาได้มอบให้วัดเป็นผู้เปิดให้เช่าและรายได้ก็เข้าวัดทั้งหมด ขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดเขาก็เป็นผู้รับผิดชอบเองโดยวัดไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายใดๆ เลย แล้วจะไปฟ้องเขาด้วยข้อกล่าวหาอะไร
"คนอย่างคุณสมคิดผมว่าหาได้ยากในแผ่นดินไทย เศรษฐีในเมืองไทยมีอยู่ไม่น้อย แต่เศรษฐีที่เสียสละเพื่อวัด ทำบุญสร้างพระโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ รวมทั้งไม่อยากมีชื่อยิ่งหาได้ยากยิ่งกว่า คนไทยมี ๖๐ ล้านคน เพียง ๐.๕% ที่เสียสละอย่างคุณสมคิด ผมคิดว่าพุทธศาสนาของประเทศไทยน่าจะเจริญรุ่งเรืองกว่าที่เป็นอยู่" ทนายสุกิจ กล่าวพร้อมกับบอกด้วยว่า
วัดหลายแห่งที่มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ควรจะเปิดใจให้กว้าง อย่าไปมองว่าทุกคนมุ่งแสวงหาผลประโยชน์ทางการค้า ยังมีคนจำนวนไม่น้อย ทำเพื่อเสริมสร้างบารมีให้ตนเอง เจ้าอาวาสและพระเป็นเพียงผู้ดูแลวัด ซึ่งเป็นสมบัติของพุทธศาสนิกชนทุกคน เมื่อใครสร้างออกมาแจกเพื่อความเป็นสิริมงคล พระควรอนุโมทนา เว้นเสียแต่สร้างเพื่อแสวงหาผลกำไรวัดต้องห้าม
อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ที่ช่วยวัดต่างๆ ว่าความ ทนายสุกิจแนะนำว่า วัดใหญ่ๆ ที่มีคณะกรรมการบริหารวัดควรมีฝ่ายกฎหมาย หรือนิติกร ประจำวัดด้วย โดยเฉพาะวัดที่มีทรัพย์สิน ที่ดิน รวมทั้งเงินทำบุญมากๆ หากมีการข่มขู่ข่มเหงเจ้าอาวาสได้ หรือแสวงหาผลประโยชน์อื่นๆ นิติกรประจำวัดได้ไปกล่าวโทษแทนพระหรือเจ้าอาวาสดำเนินการแทนได้ เนื่องจากในบทบัญญัติทางพระพุทธศาสนา ห้ามพระไปกล่าวโทษ ฟ้อง หรือดำเนินคดีใครๆ ตามกฎหมายได้ แต่ในทางกฎหมายไม่ได้มีข้อห้ามไม่ให้พระดำเนินคดีตามกฎหมาย
ส่วนที่มาของฉายา ทนายมาเฟีย นั้น ทนายสุกิจ บอกว่า ได้มาเพราะไปเป็นทนายแก้ต่างและฟ้องให้กับบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นจำนวนมาก เช่น เป็นทนายฟ้องและแก้ต่างให้ พ.ต.ธัญเทพ ธรรมธร หรือ เสธ.แอ๊บ ในคดีรื้อโบ๊เบ๊ และบาร์เบียร์ โดยเฉพาะในคดีรื้อโบ๊เบ๊ เสธ.แอ๊บ ได้มอบอำนาจให้แจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.โกสินทร์ หินเธาว์ ผู้การกองปราบฯ ในข้อหาเป็นพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ผู้เสียหายได้ยื่นฟ้อง เสธ.แอ๊บ ต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เรียกค่าเสียหายกว่า ๕ ล้านบาท ศาลยกฟ้อง
ขณะเดียวกัน ยังเป็นทนายให้แก่ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง กรณี พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ ฟ้อง เสธ.แดงกับพวก เรียกค่าเสียหาย 2,500 ล้านบาท ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ยกฟ้อง เป็นทนายฟ้อง พล.ต.ต.พีรพันธุ์ เปรมภูติ เลขาธิการ ปปง. ในความผิดฐานยึดและอายัดทรัพย์สินโดยมิชอบ ศาลสั่งให้คืนทรัพย์สินทั้งหมด เป็นทนายให้กับทายาท พ.ต.สมจิตร ศรีกรด โดยเป็นโจทย์ร่วมกับพนักงานอัยการฟ้อง จ.ส.ต.ชาตินวภพ สมกำลัง และสิบตำรวจตรีสวัสดิ์ สุวรรณโณ เป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรี ในความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ศาลพิพากษาประหารชีวิตตำรวจทั้งสองนาย
นอกจากนี้แล้วยังเป็นทนายแก้ต่างให้กับ แม่ชีเบญจวรรณ เสมาชัย แม่ชีคนดังแห่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นทนายความแก้ต่างให้กับ พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค เกี่ยวกับทรัพย์สิน เป็นทนายฟ้องให้กับ นายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน รมช.พาณิชย์ กรณีเกี่ยวกับคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์เขียนข่าวหมิ่นประมาท เป็นทนายฟ้องและแก้ต่างให้กับ น.พ.วิชัย ชัยจิตวณิชกุล คดีรถยนต์ ปาเจโร่ และเป็นทนายให้กับชาวเนเธอร์แลนด์ ในคดีฟอกเงิน ศาลแพ่งมีคำสั่งให้ ปปง. คืนทรัพย์สินกว่า ๓๐ ล้านบาท
เมื่อถามถึงวัดที่ไปทำบุญหรือเดินทางไปไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ทนายสุกิจ บอกว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ไปไหว้พระ ๓ แห่ง คือ ๑.วัดชนะสงคราม เพื่อให้มีชัยในการทำงานต่างๆ ๒.ไปไหว้หลวงพ่อโต วัดอินทรวิหาร เพื่อให้ได้เป็นใหญ่เป็นโตในวันข้างหน้า และ ๓.วัดระฆังโฆสิตาราม เพื่อให้มีชื่อเสียงโด่งดังเหมือนระฆังของวัด
อย่างไรก็ตาม ทนายสุกิจได้ยกคำสอนของพระเทพเมธี เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้ยึดปฏิบัติเรื่อยมาว่า "ถ้าคนเราไม่ได้ทำความชั่วนรกยังกลัว นรกไม่ต้องการ คนที่นรกต้องการ คือ คนที่ทำความชั่วเท่านั้น ถ้าอยากอายุยืนต้องมีเมตตาธรรม คุณธรรม และจริยธรรมที่ดี"