เด็กผู้ชายตัวเล็กๆ
กลมๆ ผมหน้าม้า พูดจาฉะฉาน ดูเหมือน เป็นผู้ใหญ่กับวัยเพียง ๑๒ ปี แต่เต็มไปด้วยความสามารถ
และเรื่อง ราวน่าสนใจ ที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง เรียกได้ว่า น้องพลับ-จุฑาภัทร
เหล่าธรรมทัศน์ เกิดและเติบโตมากับเสียงเพลง เพราะแม่ (ดร.อุษณีย์ เหล่าธรรมทัศน์)
จะเปิดเพลงคลาสสิกให้ฟังตั้งแต่เกิด รวมทั้งพา เข้าวัด ทำบุญ ตั้งแต่ยังเดินไม่ได้
ทำให้น้องพลับกลาย เป็นซูเปอร์สตาร์รุ่นจิ๋ว มีจิตใจที่ดี ไม่หลงไปกับชื่อเสียงเงินทอง
น้องพลับ บอกว่า เป็นความโชคดีที่เกิดมาแล้วชีวิตมีพร้อมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง
ชื่อเสียง ทำให้พลับคิดได้ว่า หากชาตินี้ได้ทำบุญ เอาไว้มากๆ ตายไปเกิดชาติหน้าชีวิตของพลับจะได้โชคดีเหมือน
กับชาตินี้อีกครั้ง เพราะแม่จะคอยสอนพลับอยู่ตลอดเวลาว่า ในช่วงนี้พลับสามารถหา
เงินใช้เองได้แล้ว ถ้าทำบุญด้วยการใช้เงินของตัวเองที่หามาได้นั้น พลับก็จะได้บุญมากขึ้นไปอีก
ในความรู้สึกของพลับ เกี่ยวกับการบริจาคทาน ไม่รู้ลึกซึ้งเท่าไร แต่พลับคิดว่า
ทุกครั้งที่ได้มีโอกาส บริจาคทานให้วัด หรือให้ขอทาน พลับก็รู้สึกว่า ตัวเองมีความสุข
แล้วก็มีความสบายใจ พลับรู้อยู่ ตลอด เวลาว่า เราได้ทำบุญให้ไป คนที่รับบุญเราเขาก็จะมีความสุข
ไม่ต่างอะไรจากที่พลับได้ เช่นกัน พลับจึง เข้าใจว่า ความสุขที่ได้จากการให้นั้นเป็นความสุขที่เทียบกับอย่างอื่นไม่ได้เลย
ทุกวันนี้ก่อนออกจากบ้านนอกจากจะไหว้พระพุทธรูปบูชาเพื่อให้คุ้มครองการเดินทางแล้ว
พลับยัง ไม่ลืมที่ต้องแขวนเจ้าแม่กวนอิมติดตัวเป็นประจำ พลับนับถือเจ้าแม่กวนอิม
จึงไม่รับประทานเนื้อวัว หรือสัตว์ใหญ่ๆ แต่ถ้าพลับอยู่บ้านก็จะไม่แขวน เนื่องจาก
ในบ้านมีพระพุทธรูปบูชาเต็มบ้านเลย ส่วนสาเหตุ หลักๆ ที่พลับแขวนพระก็เพื่อใช้
เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้พลับกระทำแต่ความดี รวมทั้งแขวนพระก็เพื่อป้อง
กันวิญญาณ ร้ายไม่ให้มาเกี่ยวข้องกับตัวเรานั่นเอง
"ตั้งแต่เกิดมา ยังไม่เคยเห็นผี หรือวิญญาณ แต่พลับก็ยังมีความเชื่อว่า
วิญญาณมีอยู่จริง อาจเป็นความ เชื่อที่แม่เคยเล่าให้ฟังว่า หากได้ไปร่วมงานเผาศพ
วิญญาณของคนตายก็จะยังวนเวียนอยู่แถวนั้น ซึ่งเชื่อว่า พระเครื่องที่แขวนติดตัวจะช่วยคุ้มครองไม่ให้วิญญาณเหล่านั้นมาทำร้ายอะไรเราได้
หลังจากนั้น เมื่อเรา เดินทางกลับถึงบ้านแล้วก็จะต้องใช้ยอดทับทิมแช่น้ำมาล้างหน้า
เพื่อไม่ให้ภาพงานศพติดตาเรา ตรงนี้พลับ ก็จะพยายามทำตามเป็นประจำ เพราะถือเป็นความเชื่อ
ที่ทำแล้วสบายใจมาก" น้องพลับ กล่าว
แม้จะอยู่ในวัยเด็ก แต่น้องพลับก็เชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรมว่าใครทำอะไรไว้ไม่ดีผลของมันก็จะตอบสนอง
มาถึงคนที่ทำไม่ดี เพราะตามความเชื่อของพลับเองว่า หากเราฆ่ามดตัวเล็กๆ หรือฆ่าแมลงสาบสักตัวตาย
ซึ่งเมื่อทำเขาตายไปแล้วเราก็จะต้องเกิดมาเป็นสัตว์ที่เราฆ่าด้วย และสิ่งเหล่านี้เป็นความเข้าใจของพลับเองว่า
ใครทำอะไรไว้ไม่ดีก็เป็นเวรเป็นกรรมของการกระทำจากคนเรามากกว่าที่จะส่งผลไปในชาติหน้า
หรือชาติปัจจุบัน
"ทุกวันนี้
ถ้ามีเวลาว่าง แม่กับพ่อก็จะพาพลับไปไหว้พระที่วัดโพธิ์แมน ซอยสาธุ ประดิษฐ์
๑๙ และไป ไหว้พระที่วัดเล่งเน่ยยี่ ย่านเยาวราช เป็นประจำ ทำให้พลับได้รู้จัก
การทำบุญ บางครั้งพลับก็จะนำปลาไป ปล่อยบ้าง แต่ไม่ได้ปล่อยเป็นประจำ เมื่อไม่กี่
วันมานี้ พลับก็เพิ่งได้ไปปล่อยมา ปล่อยหอยขมกับแม่ด้วย เพราะเห็นเขาเชื่อกันว่า
ปล่อยหอยขมไปมากๆ ก็จะทำให้เราไม่มีความขมขื่นใดๆ ในตัวเราเลย" นี่เป็นความ
เชื่อของซูเปอร์สตาร์รุ่นจิ๋ว
นอกจากนี้ ดร.อุษณีย์ เหล่าธรรมทัศน์ ผู้บริหารโรงแรมราชาวดี จ.กาญจนบุรี
มารดาของ น้องพลับ กล่าวถึงการเลี้ยงดูน้องพลับว่า ตั้งแต่น้องพลับเกิดมาก็เป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย
ยิ่งเติบโตขึ้นมาน้องพลับก็กลาย เป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดทั้งวัน
ส่วนหนึ่ง อาจเกิดจากก่อนนอนได้อ่านนิทานให้เขาฟังทุกคืน ทำให้น้องพลับได้รับรู้ถึงเรื่องราวของ
คติธรรมจากนิทาน กระทั่งอายุได้ประมาณ ๘ เดือน พอปล่อยให ้อยู่คนเดียว น้องพลับ
จะคลานเข้าไปในห้องพระเป็นประจำ ด้วยความรู้สึกที่ไม่รู้ว่าน้องพลับมีอะไรที่
แปลกกว่าเด็กคนอื่นๆ หรือไม่
เมื่อเขาเริ่มเดินได้แล้วพ่อ (ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์) ก็จะพาไปทำบุญที่วัดต่างๆ
เป็นประจำ เรียกได้ว่าวัดที่มีอยู่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ไม่ว่าจะเป็นวัดพระศรีสรรเพชญ์
วัดพนัญเชิง วัดเจ้าพญาไท หรือวัดใหญ่ไชยมงคล ฯลฯ เรียกได้ว่าไปกราบมาเกือบทั้งหมดแล้วก็ว่าได้
ซึ่งทุกครั้งที่ไปวัดก็ได้พาน้องพลับ ไปด้วยเสมอ ตรงนี้อาจเป็นการปลูกฝังเรื่องการทำบุญ
ให้เขารู้จักการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และแบ่งปันสิ่งของให้คน ที่ด้อยโอกาสกว่า
"จะบอกน้องพลับเสมอว่า เมื่อเรามีพอแล้ว เราจะต้องรู้จักแบ่งปันให้คนอื่นบ้าง
ทุกปีน้องพลับก็จะไปร้อง เพลงเลี้ยงอาหารให้กับคนตาบอด ไปนั่งอัดเทปเล่านิทานเอาไว้ให้คนหูหนวกเปิดฟังเป็นประจำเช่นกัน
พลับก็ว่า ได้บุญดีนะครับ รวมทั้งพลับก็ยังได้ไปร้องเพลงเลี้ยงอาหารให้เด็กกำพร้าตามที่สถานที่ต่างๆ
พลับคิดว่า สิ่งที่ แม่และพ่อได้ปลูกฝังพลับมานี้ เป็นการสอนให้พลับได้รู้จักการให้
รู้จักการแบ่งปัน พลับก็คิดว่า คนเหล่านั้นจะ เป็นคนดีที่จะได้ช่วยพัฒนาสังคมแบบไม่เห็นแก่ตัวได้"
ดร.อุษณีย์ กล่าวทิ้งท้าย
เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง