ทักษิณ ขอโทษ คำวิจารณ์ ตรงไปหน่อย
กรณีซีเกมส์ฟิลิปปินส์ ในเนื้อข่าว ระบุดังนี้
ในนาม ของรัฐบาลไทย ต้องขอโทษด้วย ที่ตน วิพากษ์วิจารณ์
การแข่งขัน อย่างตรงไป ตรงมา ทำให้เกิดผลกระทบ
ต่อนักกีฬาไทย ที่กำลังแข่งขันอยู่
เหตุที่ยกเรื่องนี้ มานำเสนอ เป็นประเด็น เพราะ
การกล่าวขอโทษ ในความผิดพลาด เผลอพลั้ง ของตนต่อ
หน้าสาธารณชนนั้น เป็นเรื่องยาก
แต่ดี ยิ่งถ้าการ กล่าวคำขอโทษนั้น
ได้กลั่นออกมา จากความ สำนึกผิดพลาด
บกพร่องอันแท้จริง ในใจตน ก็นับเป็นเรื่องที่ดีมากแต่ก็เป็นเรื่องที่ยากยิ่ง บางคนอาจจะย้อนถามว่าจะยากอย่างไร ก็แค่การกล่าวเพียงสองพยางค์สั้นๆ เท่านั้นเอง
ท่านมิทราบดอกหรือว่า การมองเห็นความผิดพลาดบกพร่องของตน เป็นเรื่องยากเย็นยิ่งนัก ต้องอาศัยความกล้าและสายตาที่แหลมคม ทะลุทะลวงเข้าไปสู่ชีวิตภายในของตนเองอย่างตรงไปตรงมา
คนผู้มองเห็นความผิดพลาดบกพร่องของตนนั้นต้องเป็นทั้งผู้ป่วยและแพทย์ในคนคนเดียวกัน กล่าวคือ ต้องค้นหาโรคภัยไข้เจ็บในตนให้พบอย่าง ชัดเจน และกล้าที่จะเข้าไปรักษาโรคภัยแห่งความผิดพลาดบกพร่องของตน ด้วยความอดทน แท้จริง
ท่านมิทราบดอกหรือว่า กิเลสอัตตามานะ ความอวดดื้อถือดีในกมลสันดานเป็นปราการขวางกั้นการกล่าวคำขอโทษหรือขออภัยในความผิดพลาดบกพร่อง หลายคนยอมตายดีกว่าที่จะเอ่ยคำขอโทษ โดยเข้าใจผิดไปว่าการกล่าวคำขอโทษเป็นการทำลายศักดิ์ศรีของตน แท้จริงแล้วการกล่าวคำขอโทษเป็นการทำลายกิเลส อัตตา มานะ ทิฐิ ซึ่งเป็นกิเลสที่ทำให้เกิดความเนิ่นช้าในการปฏิบัติธรรมอย่างสำคัญ
เมื่อเห็นความผิดพลาดบกพร่องของตน ก็จงอดทนที่จะกล่าวคำขอโทษ แบบเดียวกับ พระสงฆ์ปลงอาบัติ มิใช่เป็นการทำให้ความผิดนั้นหมดไป แต่เป็นการแสดงออกถึงความสำนึกผิด เพื่อการแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น คนที่ได้ฟังคำขอโทษก็จะผ่อนคลายสบายใจ ไม่ต้องแบกจิตถือสาหาความให้หนักอารมณ์
ในทางกฎหมาย ผู้พิพากษาจะพิจารณาคดีผู้สารภาพผิดแตกต่างจากจำเลยปากแข็ง ไม่ยอมสารภาพผิดอย่างตรงไปตรงมา โดยทั่วไปผู้สารภาพจะได้รับการลดโทษครึ่งหนึ่งจากโทษที่จะได้รับ การสารภาพผิดจึงคือการผ่อนหนักเป็นเบาให้แก่ชีวิตโดยแท้
ให้ของขวัญปีใหม่แก่กันและกัน ด้วยการกล่าวคำขอโทษกันเถิด เริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ ด้วยจิตใจใสแจ่ม
สมณะจันทเสฏโฐ (ท่านจันทร์)
www.prajan.com