![]() ![]() ![]() |
|
![]() | ||||||||
|
![]()
ทุกๆ ปลายปีหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง กับเศรษฐกิจ ได้คาดการณ์สภาวะการเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจของประเทศ ในขณะเดียวกัน ทางโหราศาสตร์ ก็มีการทำนายดวงเมือง ที่อาจจะเกิดขึ้นเช่นกัน ในปี ๒๕๔๙ นี้ นายบุญเลิศ ไพรินทร์ ส.ว.ฉะเชิงเทรา เจ้าของฉายา "โหรการเมือง" และ โหรลักษณ์ เรขานิเทศ เจ้าของฉายา "โหรฟันธง" ได้ทำนายเหตุการณ์ที่สำคัญๆ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในปี ๒๕๔๙ ไว้อย่างน่าสนใจดังนี้ ส.ว.บุญเลิศ บอกว่า จากการทำนายดวง ปี ๒๕๔๙ ภาพรวมถือว่าดี ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๙ ถึงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๔๙ บ้านเมืองจะดีมาก ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ปัญหาภาคใต้ก็จะทุเลาลง คลี่คลาย ไปในทิศทางที่ดี มีเพียงบางจุดเท่านั้น ที่น่าเป็นห่วง ของเดือน มีนาคม ดาวอังคารย้าย อาจทำให้เศรษฐกิจบางอย่างไม่ดี แต่เป็นช่วงระยะสั้นๆ ประมาณ ๓๐-๔๐ วันเท่านั้น จากนั้นเมื่อเข้าเดือนกรกฎาคม จะมีปัญหาเรื่องอุบัติเหตุของระดับประเทศเพราะมีดาวสำคัญๆ อาทิ ดาวพระเคราะห์ตึงดวงกรุงเทพฯ และดวงโลก ดังนั้นต้องระวังเรื่องอุบัติเหตุ เช่น เครื่องบินตก ไฟไหม้ น้ำท่วม แผ่นดินไหว เป็นต้น พอย่างเข้าวันที่ ๑ กันยายน เป็นต้นไป ถึงแม้ดวงเมืองจะกำลังดีอยู่ แต่เศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว การเงินการคลังเริ่มมีปัญหา ช่วงนี้ราหูไม่สามารถทำร้ายดวงกรุงเทพฯ ได้ เพราะดวงตกวินาศ เมื่อถึงวันที่ ๒๙ กันยายน ราหูย้ายเข้าราศีกุมภ์ ไปร่วมกับดาวร้ายมฤตยูและเนปจูน มันจะทำร้ายดวงเมืองกรุงเทพฯ แต่เศรษฐกิจยังคงเดินหน้าไปได้เพราะยังมีดาวพุธกับดาวพฤหัสบดีช่วยไว้ได้ โหรการเมือง บอกด้วยว่า ระหว่างวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๔๙ ถึงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ดาวพฤหัสบดีย้ายเข้าราศีพิจิกเป็นมรณะกับดวงเมือง ดาวอังคารเป็นปักษ์ ดาวศุกร์เป็นอริ จะเป็นช่วงของดวงเมืองที่ไม่ดีเลย เศรษฐกิจจะไม่ดี การเมืองเศรษฐกิจ สังคม จะวุ่นวาย เป็นช่วงวิกฤติของบ้านเมือง ส่วนรัฐบาลก็ยังพอเดินหน้าไปได้ สาเหตุเป็นเพราะว่าดวงเมืองกับดวง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ตรงกัน เพราะดวงนายกรัฐมนตรีดีกว่าดวงเมือง ด้านโหรฟันธง กล่าวเสริมว่า ดวงเมืองปี ๒๕๔๙ มีทั้งโหดมันฮา มีเรื่องร้ายๆ เช่น ภัยจากสึนามิรอบสอง ภัยจากตึกถล่ม ภัยจากน้ำที่เซาะทำลายแผ่นดินจะปรากฏชัดมากว่าน้ำจะท่วมเป็นรอยต่อมาจากปี ๒๕๔๘-๒๕๔๙ ถ้าหาข้อมูลที่เคยฟันธงเอาไว้ว่าน้ำจะท่วมไปทั่ว ตรงนี้ยังน่ากลัวอยู่ ฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่ตามมาในปี ๒๕๔๙ ตั้งแต่วันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๔๘ จนถึงเดือนมีนาคม ๒๕๔๙ จะมีภัยพิบัติที่น่ากลัวเกิดขึ้นจากธรรมชาติ ในที่นี้ก็อาจเป็นไปได้ว่าจะเกิดสึนามิรอบสอง ส่วนเรื่องของน้ำกัดเซาะแผ่นดินไม่ใช่จังหวัดที่อยู่ติดกับทะเลเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงแผ่นดินกรุงเทพฯ ที่จะมีแผ่นดินไหว จะมีตึกถล่ม เพราะฉะนั้นรอยต่อที่น่ากลัวที่ดูจากพระเสาร์โคจรมาทับเกี่ยวกับแผ่นดินตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๔๘ จนถึงปลายปี ๒๕๕๐ ถือเป็นจุดที่น่ากลัวที่สุดแล้ว ดังนั้นพอสรุปได้ว่าประเทศไทยมีเกณฑ์จะต้องย้ายเมืองหลวงที่ส่วนกลางในการเจริญเติบโต ที่อาจจะต้องกระจายออกไปสุวรรณภูมิโดยรอบที่ไม่ได้หมายถึงย่านสนามบินสุวรรณภูมิ แต่หมายถึงเมืองใหม่ อาทิ รังสิต นครนายก พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ฉะเชิงเทรา ที่ล้วนจะเป็นเศรษฐกิจเมืองใหม่ ![]() ส่วน จ.นนทบุรี หรือสำโรง จ.สมุทรปราการ อยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาที่ทุกปีจะต้องนำกระสอบทรายมากั้นไม่ให้น้ำท่วมบ้าน หากไม่ย้ายออกก็คงต้องนำกระสอบทรายมาถมจนท่วมบ้านแน่นอน ดังนั้นถ้าขยับขยายไปซื้อที่อยู่ในเขตสุวรรณภูมิใหม่ตามที่ระบุไว้ข้างต้น ทุกคนจะประสบความสำเร็จ แต่คงไม่มีใครจะบ้าไปตั้งบ้านอยู่รอบสนามบินสุวรรณภูมิ คงทนเสียงดังของเครื่องบินจนตาย แต่เราอาจใช้ชื่อสุวรรณภูมิเป็นเมืองใหม่ตรงนี้ขอฟันธงเลย หากอนาคตประเทศไทยมีมหานครสุวรรณภูมิ กับเมืองทางเชียงใหม่ เชียงราย เชียงของ ตรงนั้นเชื่อว่าต่างชาติจะขนเงินเข้ามาลงทุน เพราะอีก ๒๐ ปี สิงคโปร์จะจมอยู่ใต้น้ำ ฮ่องกงจะมีปัญหา คนจะเข้าไปในประเทศจีนก็กลัว เลยต้องมาตั้งหลักเชียงราย เชียงใหม่ตรงนั้นมีท่าเรือใหญ่เรียกว่าเชียงของที่มาจากทางคุนหมิง นี่คือสิ่งที่โหรเห็น แล้วขอฟันธงเลยไว้เลยว่าใครมาอยู่ที่นี่รับรองรุ่งเรืองร่ำรวยรุ่งโรจน์ ฟันธง !!! วันนี้สิงคโปร์เข้ามาแล้ว ด้วยการมาซื้อรีสอร์ทผ่านหุ้นที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ไป ส่วนญี่ปุ่นก็เข้ามาลงทุนในเรื่องของชิ้นส่วนรถยนต์ เหล็ก โลหะ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ทางฮอลลีวู้ด สหรัฐอเมริกา ก็กำลังจะเข้ามาในด้านการท่องเที่ยวบันเทิง แม้ว่าต่างชาติจะเข้ามาก็ไม่สามารถมายึดประเทศได้ แต่คนเหล่านี้จะทำให้ประเทศเราเกิดโปรเจคท์เป็นโครงการ คำว่าเมกะโปรเจคท์ เมืองใหม่ บอกได้เลยว่าเป็นคนพูดคนแรกๆ ในประเทศนี้ ตอนนั้นยังมีคนหาว่าตนเองบ้า เมกะโปรเจคท์ที่จะเกิดขึ้นแล้วน่าสนใจมากก็คือสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจทางเหนือ คือ จีน ไทย พม่า และลาว เราเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง เราล่มสลาย เราเสียกรุงรัตนโกสินทร์เมื่อคราวที่เราเห็นหนี้ ไอเอ็มเอฟ หลังจากนี้เราจะฟื้นกันแล้ว เราเจอวิกฤตทางสึนามิ ทั่วโลกก็รู้จักประเทศไทยหมดแล้ว เชื่อว่าดวงดาวที่เรียงตัวกันทั้งหมด ๗ ดวง ประมาณปี ๒๕๔๒-๒๕๔๓ มีดาวเรียงตัวพาดผ่านประเทศ มองโกเลีย จีน ไทย นี่คือเซ็นเตอร์ออฟเดอะเวิลด์ มาเลเซียก็ไปด้วยที่เขาทำเก้นติ้งพลาซ่า เพราะที่ผ่านมามีดวงพาดผ่านประเทศ กรีซ โรมัน อังกฤษ อเมริกา หลังจากเกิดดวงดาวพาดผ่านไปสองถึงสามปี ประเทศเหล่านั้นก็ได้กลายเป็นเซ็นเตอร์ออฟเดอะเวิลด์ "ผมเชื่อเหลือเกินว่า เมืองไทยจะเป็นเซ็นเตอร์ออฟเดอะเวิลด์ พร้อมๆ กับมีดวงของนักการเมืองหรือผู้นำประเทศที่เก่งในเรื่องของการค้าหรือการธุรกิจ เราจะเห็นว่านักการทูตเดี๋ยวนี้ไม่ได้เจรจาเจริญสัมพันธไมตรีอย่างเดียวแล้ว แต่ต้องเป็นพ่อค้าแม่ขาย ด้วยการนำสินค้าไทยไปนำเสนอให้กับคนในโลก ประเทศไทยตอนนี้ต้องขายศิลปะวัฒนธรรม ศาสนา โบราณสถาน โบราณวัตถุ จากนี้ไปตลอด ๒๐ ปี จะไม่มีประเทศไหนที่เทียมเท่าในเรื่องแฟชั่น" โหรฟันธง กล่าว
|
||||||
| ||||||
![]() | ||||||