กระทรวงวัฒนธรรม
ยันวัดพระธาตุศรีสองรักเป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีชื่อในทะเบียนวัดและอยู่ในความดูแลของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
แต่กรมศิลปากรแย้ง เป็นวัดหรือไม่ มิใช่ประเด็นสำคัญ
รายงานข่าวจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แจ้งว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นางสมศรี
เอี่ยมธรรม รองอธิบดีกรมศิลปากร ได้ทำหนังสือถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เพื่อตอบปัญหาวัดพระธาตุศรีสองรัก จ.เลย โดยมีใจความสำคัญว่า "ประเด็นที่เป็นวัดหรือไม่นั้น
มิใช่ประเด็นสำคัญเท่ากับประวัติศาสตร์และคุณค่าแห่งการก่อสร้าง ประกอบกับพระธาตุศรีสองรักก็มิได้ปรากฏว่ามีพิธีกรรมกิจของสงฆ์หรือศาสนกิจต่างๆ
ซึ่งกระทำเป็นกิจสม่ำเสมอดังวัดหรือพุทธสถานทั่วไป"
อย่าไรก็ตาม ความเห็นของกรมศิลปากรขัดแย้งกับความเห็นของกระทรวงวัฒนธรรมอย่างสิ้นเชิง
ทั้งนี้ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ได้ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๗ โดยมีใจความสำคัญว่า
"กระทรวงวัฒนธรรม พิจารณาแล้วเห็นว่า วัดพระธาตุศรีสองรัก เป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย
มีชื่อในทะเบียนวัดและอยู่ในความดูแลของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทั้งนี้คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัด
ได้ประชุมและมีมติเห็นชอบร่วมกันว่า พระธาตุศรีสองรักเป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษา
อดีตเคยปฏิบัติเช่นใด ปัจจุบันควรปฏิบัติเช่นนั้น เพราะที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันก็ดีอยู่แล้ว"
สำหรับความเห็นที่ขัดแย้งของกรมศิลปากรซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงวัฒนธรรม
แหล่งข่าวจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แจ้งว่า กรมศิลปากรไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้อง
ทั้งๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบโดยตรง ซึ่งก่อนหน้านี้ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์
ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนสถาน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ประสานกับ
นายอารักษ์ สังหิตกุล อธิบดีกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งยินดีจะเป็นพยานในกรณีหากมีการต่อสู้เรื่องการพิสูจน์สถานะของพระธาตุศรีสองรัก
นอกจากนี้แล้ว
ในกรณีที่กรมศิลปากรตอบมาว่า "พระธาตุศรีสองรักก็มิได้ปรากฏว่ามีพิธีกรรมกิจของสงฆ์หรือศาสนกิจต่างๆ
ซึ่งกระทำเป็นกิจสม่ำเสมอดังวัดหรือพุทธสถานทั่วไป" นั้นขัดแย้งกับความเป็นจริง
เพราะทุกๆ ปีจะมีการอุปสมบทหมู่วันเพ็ญเดือน ๖ ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา ไม่ต่ำกว่า
๓๐-๔๐ รูป จากนั้นก็แยกย้ายไปจำวัดต่างๆ การบวชพระในวันเพ็ญเดือน ๖ ได้ปฏิบัติมาตั้งนาน
จะไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ปี ขณะเดียวกันในวันดังกล่าวก็จะประกอบพิธีบูชาธาตุเวียนเทียนอีกด้วย
การตอบแบบนี้แสดงให้เห็นว่า กรมศิลปากรไม่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเลย
ในส่วนของความคืบหน้า การแก้ไขปัญหานั้น นายนพรัตน์ บอกว่า สืบเนื่องจากการประชุมที่
จ.เลย ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองคณะสงฆ์ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งคณะกรรมการบริหารพระธาตุ
มีการพิจารณาถึงสถานภาพความเป็นวัด ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัด ได้กล่าวในที่ประชุมว่า
ขณะนี้ยังจะไม่พิจารณาประเด็นสถานภาพของวัดในฐานะที่เป็นซีอีโอ ของจังหวัด
ก็จะตั้งคณะกรมการขึ้นมาแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้ง แต่มาถึงวันนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ
เลย
ทั้งนี้สำนักงานพระพุทธฯ ได้ประสานกับกรมศิลปากร เพื่อขอความชัดเจนในสถานภาพของพระธาตุศรีสองรักว่าเป็นวัดหรือไม่
แต่ปรากฏว่ามีหนังสือแจ้งตอบกลับมาในลักษณะที่ไม่ยืนยันว่ามีสถานภาพเป็นวัดหรือไม่
เพียงแต่แจ้งว่าเป็นโบราณสถาน โดยได้ให้คำแนะนำว่า สำนักงานพระพุทธฯ ควรพิจารณา
แนวทางการบริหารจัดการเกี่ยวกับพระธาตุศรีสองรักเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากเป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อน
โดยให้จัดการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาชนในท้องถิ่น และคณะผู้ดูแลในปัจจุบัน
"เมื่อส่วนของจังหวัดไม่มีความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาแต่อย่างใดๆ ดังนั้นสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
จึงทำเรื่องเรียนเสนอโดยขอแต่งตั้งคณะกรรมการ ประกอบด้วย พระเถระผู้ใหญ่
ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมศิลปากร กระทรวงมหาดไทย ผู้แทนของสำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติ
เพื่อประชุมพิจารณาหาทางแก้ปัญหาต่อไป" นายนพรัตน์ กล่าว