???????? Komchadluek.com

วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2552

Nation Group GO
ค้นหาข่าวย้อนหลัง

การบรรยายธรรมของนักธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย

องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก บรรยายธรรมเรื่อง พุทธศาสนากับการบริหารสมัยใหม่ ในงานเปิดตัวหนังสือของ พระธรรมปิฎก เรื่อง บุดดิสต์ อีโคโนมิกส์ โดยมี นายดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เอ็มดีเค คอนซัลแทนส์ (ประเทศไทย) จำกัด ถือเป็นคนที่สองที่เป็นตัวแทนนักธุรกิจชาวไทยที่ได้ขึ้นเวทีบรรยายธรรมให้กับชาวพุทธในอาคารเซ็นทรัล พลาซา กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันเสาร์ที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๔๘

การบรรยายธรรมครั้งนี้ได้มีกระแสตอบรับจากชาวพุทธในประเทศอินโดนีเซียเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์ หรือพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงาน โดยมีชาวพุทธเข้าร่วมฟังประมาณ ๖๐๐ คน

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้นักธุรกิจคนแรกที่ได้มาบรรยายธรรมมาแล้วก็คือ นายอนุรุธ ว่องวานิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัทห้างขายยาอังกฤษตรางู (แอล.พี.) จำกัด และนายกสมาคมยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

สำหรับเนื้อหาที่นายดนัยได้บรรยายในครั้งนี้ เริ่มต้นด้วยการอธิบายถึงที่มาของความสนใจในเรื่องของพระพุทธศาสนา โดยได้แปลหนังสือเกี่ยวกับหลักพระพุทธศาสนาและหลักการบริหารจัดการ ซึ่งหนังสือที่ประสบความสำเร็จได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ก็เพราะได้มีการนำเอาปรัชญาธรรมะสอดแทรกเอาไว้ทุกเล่ม

ทั้งนี้ สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี ได้เดินทางไปร่วมงานแสดงหนังสือแฟรงก์เฟิร์ต บุ๊คแฟร์ ๒๐๐๔ ณ ประเทศเยอรมนี ซึ่งมีการแสดงหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์จากหลายประเทศทั่วโลกอย่างคึกคัก และสำนักพิมพ์ของแต่ละประเทศได้มีการเสนอขายหนังสือของตนไปยังประเทศอื่น ประกอบกับหนังสือหลายเล่มของสำนักพิมพ์ดีเอ็มจี อาทิ Dhamma Moments, Happy Kitchen และ Asian CEO in Action ได้รับการติดต่อซื้อลิขสิทธิ์ไปเผยแพร่ทั่วโลก

ล่าสุด หนังสือที่แปลเรื่อง อุปนิสัยที่ ๘ จากประสิทธิผลสู่ความสำเร็จ ที่เขียนโดย สตีเวน โกวีย์ ซึ่งมียอดขายกว่า ๒๒ ล้านเล่ม และเป็น ๑ ใน ๒๕ บุคคลที่นิตยสารไทม์ ยกย่องว่าเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลด้านความคิดในรอบศตวรรษ เพราะเป็นเรื่องพุทธทั้งนั้นเลย

โกวีย์เคยมาเมืองไทย ได้พูดเอาไว้ ๓ ครั้งว่า หนังสืออุปนิสัยที่ ๘ นี้เขียนขึ้นมาโดยใช้แนวของพระพุทธศาสนา

โดยเขียนไว้ว่า คนเราทุกคนเกิดมาแล้วเท่ากัน แต่คนที่เกิดมาแล้วเปิดกล่องของขวัญ ๓ ชิ้นของตัวเองเจอ คนนั้นจะเป็นผู้นำที่ยั่งยืนได้ โดยของขวัญ ๓ ชิ้นที่ว่าก็คือ เกิดมาเป็นมนุษย์มีทางเลือกได้เสมอ เป็นผู้กำหนดชะตาชีวิต และกรรมของตัวเองได้ เราอย่าไปโทษว่าเราเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนหรือรวย เพราะคนส่วนใหญ่ชอบโทษสิ่งแวดล้อมภายนอก แต่โกวีย์อยากให้ทุกคนหันเข้าไปดูภายในเรามีสิทธิที่จะเลือก

ของขวัญชิ้นที่สองคือเรื่องสัจธรรม เลือกสิ่งที่เป็นธรรมชาติ ส่วนของขวัญชิ้นที่สามคือ เราจะเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้ ไม่ว่าจะเป็นสังคม ครอบครัว เพราะคนเราประกอบด้วยกาย วาจา ใจ สติปัญญา มโนธรรม เป็นการเดินทางสายกลางสู่ธุรกิจการตลาด ตามหัวข้อบรรยายธรรมวันนี้พอดี ทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นจะมีทางเลือกที่สามเสมอ ไม่ใช่ทางของใคร แต่เป็นทางของเราที่ไม่ได้ยึดติดกับอะไร ลืมอัตตาความเป็นตัวตนของเรา แล้วลองสังเกตดูเราก็จะมองเห็นทางเลือกที่สาม นั่นก็คือ ทางสายกลาง

จากนั้นนายดนัยก็พูดถึงความสัมพันธ์ของพระพุทธศาสนากับการบริหารงานสมัยใหม่ รวมทั้งได้พูดถึงการนำหลักคำสอนของพระพุทธเจ้ามาใช้จริงในชีวิตประจำวันได้อย่างไร หากทุกคนมองว่าหลักธรรมของพระพุทธองค์ถือว่ามีความทันสมัยมากว่า ๒,๕๐๐ ปีแล้ว เราก็ได้เริ่มอธิบายความเป็นอีคิว เอสคิว ตรงนี้จึงได้เกิดคำศัพท์ใหม่ขึ้นมาว่า ดีคิว เพราะว่าไอคิวมีมา ๕๐ ปีที่เป็นการวัดความสามารถในเชิงสติปัญญา

"วันนี้ชาวต่างชาติรู้แล้วว่า ไอคิวไม่ได้เป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จ หรือความสุขของคน เนื่องจากเราจะเห็นคนที่มีไอคิวสูงๆ ชีวิตก็ยังแย่ ส่วนอีคิวชาวต่างชาติก็มีมา ๒๐ ปี สิ่งเหล่านี้ก็มีพื้นฐานมาจากพุทธศาสนาเหมือนกัน มาถึงตรงนี้ก็ได้พูดว่า ฝรั่งไม่ยอมให้เครดิตพระพุทธเจ้าเลย" ทำให้ได้รับเสียงปรบมือกันใหญ่ นายดนัย กล่าวพร้อมกับบอกด้วยว่า

การบรรยายครั้งนี้ยังได้พูดถึงการนำหลักธรรมของพระพุทธเจ้ามาประยุกต์ใช้กับองค์กรอย่างไร เนื่องจากพระพุทธเจ้าสอนว่า อย่าไปทำนาคนอื่น ถ้านาของเรายังรกร้างอยู่ คือเราต้องเอาตัวเราเป็นที่พึ่งให้ได้เสียก่อน ตรงนี้เองทางบริษัทจึงได้มีการจัดกิจกรรมปฏิบัติธรรม พร้อมทั้งให้พนักงานทั่วไปของบริษัทจัดกิจกรรมอะไรก็ได้ โดยให้มีธรรมะสอดแทรกเอาไว้เสมอ เช่น ไปไหว้พระ ๙ วัด ปล่อยนกปล่อยปลา ไปดูหนังฟังเพลง

ขณะเดียวกัน ลูกค้ารายใดที่มีความประสงค์ให้บริษัททำการประชาสัมพันธ์สินค้าให้ หากบริษัทนั้นทำงานไม่โปร่งใส หรือการได้มาของสัมปทานไม่สามารถบอกที่มาที่ไปได้ แต่ถ้าเป็นสินค้าอยู่ในหมวดอบายมุข ทางบริษัทเราก็จะไม่รับทำ เรายอมที่จะทิ้งเงินเป็นสิบล้าน เพื่อแลกกับการผิดศีลธรรม และใครบอกว่าทำงานประชาสัมพันธ์ให้กับภาครัฐบาลจะต้องมีใต้โต๊ะ เรายืนยันได้ว่าบาทเดียวก็ไม่ให้อย่างเด็ดขาด

ในการบรรยายธรรมครั้งนี้ ยังเปรียบเทียบให้กับชาวพุทธได้ฟังว่า มีองค์กรไหนในโลกบ้างที่จะอยู่ยั่งยืนยงมาถึง ๒,๕๔๘ ปี แต่มีองค์กรของพระพุทธเจ้า ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงเป็นซีอีโอพระองค์แรก ซึ่งมีเป้าหมายชัดเจนที่สุด ไม่มีซีอีโอคนไหนในโลกนี้เป็นแบบท่าน เพราะท่านต้องการให้สรรพสัตว์ออกจากวัฏสงสาร และท่านทรงมีวิสัยทัศน์ ทรงมีกลยุทธ์ให้เรา มีการเดินอยู่ในกรอบกติกามารยาท

คำว่า วินัย เป็นตัวกำหนดกรอบหลักในการปฏิบัติของเรา มรรค ๘ เป็นตัวกำหนดทิศทาง รวมทั้งมีพวกเราพุทธบริษัท ๔ คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา เป็นคนที่เชื่อมต่อกลไกมาถึงทุกวันนี้

"บางคนถามว่าทำธุรกิจแล้วคู่แข่งเขาโกงจะทำอย่างไรดี ก็ได้แนะนำให้มองเรื่องพุทธในระยะยาว เมื่อเรารู้สาเหตุแล้ว เราจะต้องยับยั้งใจให้ทนต่อการยั่วยวนนี้ให้ได้ หลักธรรมของพุทธองค์จะช่วยได้เยอะ และวันนี้ได้เป็นตัวแทนนักธุรกิจคนไทยได้มาบรรยายธรรมให้กับชาวพุทธในอินโดนีเซียได้ฟัง มันมีความรู้สึกปลื้มใจที่เห็นชาวพุทธในอินโดนีเซียให้ความสนใจศึกษาพระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมาก" นักธุรกิจหนุ่มกล่าวทิ้งท้าย

0 เรื่องและภาพ สุทธิคุณ กองทอง 0




พระเครื่อง คม ชัด ลึก
ตะลุยกองทัพ
ดูดวง
ภาษาอังกฤษ ง่ายนิดเดียว
ฮอตไลน์ สายรัก
รักสุขภาพ
ชุมชนไทย ในต่างแดน
ย้อนหลังข่าวเด่น



จดหมายถึง บก.
ร้องทุกข์
เปิดซอง ส่องไทย
นักข่าว ชาวบ้าน "คม ชัด ลึก"
ห้องสนทนา
การเมือง
ทักทาย บันเทิง
คุยเฟื่อง เรื่องกีฬา
ชุมนุม คนชอบชิม


ใส่ตำแหน่งงาน
หาตามสายอาชีพ
ตำแหน่งยอดนิยม
หางานผ่านมือถือ »

คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ
คมชัดลึก PDA


nationgroup สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2543